วันอังคารที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

 


                                                                         นายตอฮีรน หะยีเลาะแม

                                          รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต ๒

ภูมิลำเนา บ้านนาเตย ตำบลโกตาบารู อำเภอรามัน จังหวัดยะลา

ประวัติการศึกษา
- ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖...โรงเรียนบ้านนาเตย
- มัธยมศึกษาตอนต้น ... โรงเรียนคณะราษฎรบำรุง จังหวัดยะลา
- มัธยมศึกษาตอนปลาย ... โรงเรียนดารุสสาลาม อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส
- ประกาศนียบัตรวิชาภาษาอังกฤษเฉพาะอาชีพ (ครู) ... มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมมาธิราช
- อนุปริญญาศิลปศาสตร์ (ภาษาอังกฤษธุรกิจ) ... สถาบันราชภัฏยะลา
- ครุศาสตรบัณฑิต (ภาษาอังกฤษ) ... สถาบันราชภัฏยะลา
- ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต (การบริหารการศึกษา) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี


ประสบการณ์การทำงาน
ปี ๒๕๓๗ วิทยากรอิสลามศึกษา โรงเรียนคีรีบูรวัฒนา(ตีบุ) สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดยะลา
ปี ๒๕๔๒ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๔ และ สมาชิกสภาตำบลโกตาบารูโดยตำแหน่ง
ปี ๒๕๔๖ อาจารย์ ๑ ระดับ ๓ โรงเรียนบ้านบือเล็งใ ต้ สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดนราธิวาส
ปี ๒๕๔๘ ครู อันดับ คศ. ๑ โรงเรียนบ้านยะต๊ะ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษายะลา เขต ๑
ปี ๒๕๕๒ รองผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านลูโบ๊ะกาเยาะ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานราธิวาส เขต ๓
ปี ๒๕๕๓ ผู้อำนวยการ ชำนาญการ โรงเรียนบ้านลางสาด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปัตตานี เขต 2
ปี ๒๕๕๕ ผู้อำนวยการ ชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านบาตะกูโบ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี  เขต ๒
ปี ๒๕๕๗ ผู้อำนวยการ ชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านกระเสาะ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี  เขต ๒
ปี ๒๕๕๘ ผู้อำนวยการ ชำนาญการพิเศษ โรงเรียนอนุบาลยะรัง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี  เขต ๒

ปี ๒๕๖๑ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโกตาบารู ชำนาญการพิเศษ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต ๑
ปี ๒๕๖๓ รองผู้อำนวยการสำนักเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต ๒
ประสบการณ์ระดับนานาชาติ
- ปี ๒๕๔๗ ได้รับการคัดเลือกจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งชาติญี่ปุ่น(JICA) ให้ทุนไปศึกษาดูงานด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม ณ ประเทศญี่ปุน
- ปี ๒๕๔๘ ได้รับการคัดเลือกจากหน่วยงาน East West Center, Hawaii, USA. ให้ทุนไปศึกษาดูงานด้านการจัดการการศึกษา ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา
รางวัลภาคภูมิใจ
-โล่และเข็มเชิดชูเกียรติ "ผู้มีคุณูปการต่อการใช้ภาษาไทย พ.ศ.๒๕๖๐" จากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม
-เครื่องหมายเชิดชูเกียรติ "คุรุสดุดี" ในวันครูปี ๒๕๖๑ จากคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ
-เกียรติบัตรเป็น "ผู้บังคับบัญชาดีเด่น" ประเภท ผู้สนับสนุน ปี ๒๕๖๑ จากสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ
-เกียรติบัตรเป็น "ผู้บังคับบัญชาดีเด่น" ประเภท ผู้บริหาร ปี ๒๕๖๓ จากสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ
-เกียรติบัตรข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาดีเด่น "คนศรีเสมา จชต." ปี ๒๕๖๔ จาก ศปบ.จชต. กระทรวงศึกษาธิการ
เว็บบล็อก  
"Educational Leader" http://hayeelohmae.blogspot.com      
"Knowledge Management" http://tohiron12.blogspot.com 
FACEBOOK: Tohiron Hayeelohmae
อีเมลล์ tohiron2512@gmail.com IDLine: tohironha โทรศัพท์ ๐๘๙๕๙๖๗๒๓๘

วันพุธที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2564

หนึ่งปีที่มีความหมาย



“หนึ่งปีไวได้ผ่านเห็นงานชัด ภาพกระจัดกระจายบรรยายผล
แต่ทุกภาพซาบซึ้งถึงทุกคน ที่อดทนช่วยทำร่วมนำพา
เหตุผู้นำนำเปลี่ยนเราเรียนรู้ ยะลาสองก้าวสู่อยู่แนวหน้า
เหตุผู้ตามร่วมสร้างต่างนานา ยะลาสองสง่างดงามจริง”
เกริ่นนำด้วยกลอนสุภาพ ๒ บทที่กลั่นออกมาจากใจ อยากจารึกจดจำไว้สำหรับสิ่งดี ๆ ในช่วงหนึ่งปีที่ผู้เขียนได้มาปฏิบัติหน้าที่เป็นรองผอ.สพป.ยะลา เขต ๒ ซึ่งครบหนึ่งปีพอดีโดยตามระเบียบในวันที่ ๒๗ ต.ค.๒๕๖๔ หลังจากที่ได้รับคำสั่งแต่งตั้งเมื่อวันที่ ๒๘ ต.ค.๒๕๖๓ อันเป็นบทร้อยกรองที่เป็นมุมมองภาพโดยรวมก่อนที่จะสาธยายต่อด้วยบทร้อยแก้วเขียนเป็นความเรียงที่มีเพียงแค่หนึ่งหน้ากระดาษหากไม่รวมกับภาพประกอบ
ประการแรกที่อยากเล่าสู่กันฟังคือ ผู้เขียนมีความภาคภูมิใจยิ่งที่มีโอกาสมาบรรจบพบกันเป็นครั้งที่ ๓ กับท่านผอ.อาดุลย์ พรมแสง ผอ.สพป.ยะลา เขต ๒ ครั้งแรกผู้เขียนบรรจุเป็นอาจารย์ ๑ ระดับ ๓ ณ ร.ร.บ้านบือเล็งใต้ ท่านเป็นหัวหน้าการ สปอ.รือเสาะ ครั้งที่ ๒ ผู้เขียนไปรับตำแหน่งรองผอ.ร.ร.บ้านลูโบ๊ะกาเยาะ ท่านเป็นผอ.สพท.นราธิวาส เขต ๓ นับว่าเป็นความโชคดีที่ผู้เขียนได้มาร่วมงานกับผู้บังคับบัญชาที่เป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leadership)คือท่านเป็นผู้นำที่สามารถสร้างคนอื่นให้เป็นผู้นำได้ด้วยอย่างแท้จริง มีแนวคิดและนโยบายที่ชัดเจนเห็นรูปธรรม ด้วยผลงานที่ประจักษ์ในการร่วมขับเคลื่อนการบริหารการศึกษากับทีมงานในทุกหน่วยงานการศึกษาหรือทุกเขตพื้นที่การศึกษาที่ท่านได้ไปอยู่
ประการถัดไป ก็นับว่าเป็นความโชคดีของผู้เขียนอีกเช่นกันไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหนในตำแหน่งใดได้เจอเพื่อนร่วมงานที่ดีมาโดยตลอด ครั้นเมื่อมาอยู่ยะลา เขต ๒ ตั้งแต่ตำแหน่งเดียวกันทั้งท่านรองสมคิดและท่านรองรัชดา ที่เพิ่งย้ายกลับไปใกล้ภูมิลำเนา และทั้งท่านรองวรวิทย์และท่านรองสิรินารถ ที่เพิ่งได้เข้ามา ล้วนแต่เป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีและแต่ละท่านมีความสามารถทั้งนั้น คือผลพลอยได้ให้ผู้เขียนได้เรียนรู้จากทุกท่านอยู่เสมอ รวมทั้งได้เจอบรรดาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดสพป.ยะลา เขต ๒ ทั้งในสำนักงานและในสถานศึกษาที่มากด้วยศักยภาพ คอยต้อนรับด้วยความอบอุ่นทุกครั้งที่ได้ร่วมงานกันในภารกิจต่างๆตามที่ได้รับมอบหมาย ทำให้ผู้เขียนรู้สึกสนุกและมีความสุขยิ่งนักในการทำงานกับทุกๆฝ่าย
ประการสุดท้าย “คนสำราญ งานสำเร็จ” คือสัจธรรมที่ทำให้สพป.ยะลา เขต ๒ ของเรา ประสบผลสำเร็จในหลายๆด้านในรอบปีที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัดครับ ตั้งแต่ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนเพิ่มขึ้น ทั้ง ONET INET RT NT การนำนโยบาย ๑๒ ข้อสู่การปฏิบัติ บวกกับเพชรเสมายะลา เขต ๒ เพื่อมอบโล่และเกียรติบัตรยกย่องเชิดชูเกียรติให้กับสถานศึกษาและบุคลากรที่มีผลงานดีเด่น กอปรกับการนำหลักการทำงานของท่านผอ.สพป.ยะลา เขต ๒ “รวดเร็ว ถูกต้อง โปร่งใส ใส่ใจบริการ” มาร่วมบริหารจัดการทำให้เกิดนวตกรรมโปรแกรมการจัดการเรียนการสอนและการอบรมทางออนไลน์ โปรแกรมE-Money และโปรแกรมการสืบค้นเครื่องราช ฯ เป็นต้น ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สพป.ยะลา เขต ๒ ของเราได้รับการประเมิน ITA ในลำดับที่ ๑๒ ของประเทศ จึงเป็นความภาคภูมิใจร่วมกันที่ชาวยะลา เขต ๒ เรา ที่ได้มีส่วนร่วมในการทำงานเป็นทีมในทุกๆด้านจากทุกๆฝ่ายแม้อาจจะเหน็ดเหนื่อยบ้างแต่คงจะหายเหนื่อยกันเป็นปลิดทิ้งครับสำหรับช่วงหนึ่งปีของปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา

วันเสาร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

ปรับวิธีการเรียนรู้ใหม่..ในยุควิถีใหม่

                                

         วิถีใหม่ วิถีคุณภาพ การศึกษาขั้นพื้นฐานในยุคโควิด ๑๙ (New Normal of Learning)..เป็นผลกระทบที่ทำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาจะต้องปรับวิธีการเรียนรู้..ทุกหน่วยงานต้องปรับเปลี่ยนระบบการทำงาน..ทุกสถานศึกษาต้องปรับกิจกรรมการเรียนการสอนให้ยืดหยุ่นและเป็นไปตามบริบท..ปรับบ้านเป็นโรงเรียน ปรับพ่อแม่เป็นครู..ผู้ปกครองอาจต้องเพิ่มภาระมากขึ้น..ถ้อยประโยคที่ผมได้เกริ่นนำเหล่านี้ เป็นการสรุปใจความสำคัญจากที่ประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๔ โดยมีท่านดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมชี้แจงนโยบายการบริหารจัดการศึกษาภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า ๒๕๑๙ ที่จะต้องดำเนินการจัดการศึกษาต่อไปโดยเน้นให้ทุกฝ่ายช่วยกันคิดสร้างสรรค์นวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพร้อมของบริบทในแต่ละพื้นที่เป็นสำคัญ

          ประชุมออนไลน์..ประเมินออนไลน์..นิเทศออนไลน์..การสอนออนไลน์..การเรียนออนไลน์ นับจากนี้ไปเราจะได้คุ้นเคยกับวิถีใหม่ในโลกแห่งออนไลน์ชัดเจนยิ่งขึ้น อันที่จริงเราก็สัมผัสมาบ้างแล้วก่อนที่จะเจอกับโควิดที่เกิดขึ้นจากระลอกแรก เพียงแต่เราไม่ค่อยจะคุ้นชินได้มากเท่าไหร่นัก อันเนื่องจากกิจกรรมใดก็ตามแต่หากได้รวมกลุ่มได้พบหน้ากันนั้นย่อมดีกว่าและจะรู้สึกถึงความซาบซึ้งความผูกพันได้มากกว่า แต่สถานการณ์โควิดบีบบังคับเราต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตปกติใหม่(New Normal) ให้เราต้องอยู่ในครรลองของสังคมออนไลน์โดยปริยาย ผมเคยเรียนหลักสูตรประกาศยบัตรวิชาภาษาอังกฤษเฉพาะอาชีพ(ครู) ของมสธ. ศึกษาจากบทเรียนโมดูลซึ่งมีหน่วยการเรียนรู้ที่สำเร็จรูปในตัวเองและมุ่งให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเอง โดยเป็นตำราเอกสารแต่ละสาระบรรจุในแต่ละเล่มที่ค่อนข้างหนามาก แต่วันนี้ผมก็ถูกบังคับด้วยตำแหน่ง ต้องกลับมาเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้ง แต่ข้อแตกต่างคือ เป็นบทเรียนโมดูลไร้เอกสาร (Paperless) สามารถเรียนด้วยตนเองจากสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ทั้งจากเครื่องคอมพิวเตอร์หรือเครื่องโทรศัพท์มือถือ นี้คืออีกหนึ่งนวัตกรรมด้านการศึกษาที่ผมเห็นว่าเหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบันยิ่ง ครั้นเมื่อมีโอกาสได้ต้อนรับผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ นายณัฐพงษ์ นวลมาก ลงพื้นที่ตรวจติดตามการจัดการเรียนการสอนตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า เมื่อวันที่ ๑๒ ก.ค.ที่ผ่านมา ณ ร.ร.นิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ ๑ จึงถือโอกาสเสนอความเห็น ๒ ประการ คือ ๑) ฝากท่านสื่อถึงรัฐมนตรีหรือรัฐบาลว่า ควรจัดสรรงบแจกแท็บเล็ตให้กับนักเรียนทุกคนเพื่อเป็นสื่ออุปกรณ์สืบค้นการเรียนรู้ อาจจะประเดิมแจกเฉพาะนักเรียนยากไร้ก่อนก็ได้หากรัฐบาลจะบอกว่างบไม่เพียงพอที่จะจัดสรรให้ทั้งหมด ๒) จัดสรรงบติดตั้งสัญญาณอินเตอร์เน็ตได้เข้าถึงทุกพื้นที่ เป็นความเห็นที่ตรงประเด็นหรือไม่หรืออาจจะมากไปในแง่ของการจัดสรรงบประมาณนั้นผมก็ไม่ทราบ แต่ผมเชื่อเหลือเกินว่าหากนักเรียนทุกคนได้รับโอกาสเท่าเทียมกันก็สามารถที่จะเรียนรู้วิชาต่าง ๆ ไปพร้อม ๆกันถึงแม้ว่าความสามารถของแต่ละคนย่อมมีความแตกต่าง แต่ทุกคนก็ย่อมมีโอกาสในเรื่องของการรับรู้ภายใต้สถานการณ์วิกฤติโดยสามารถได้ใช้สื่ออุปกรณ์ที่เหมือนกันด้วยความเสมอภาค

          ห้องเรียนกลับด้าน (Flipped Classroom)..การศึกษาโดยครอบครัว (Home School)..อีก ๒  รูปแบบการจัดการศึกษาที่เหมาะกับสถานการณ์โควิดหรือวิกฤติอื่น ๆที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคตข้างหน้า มุมมองโดยส่วนตัวผมเห็นว่าห้องเรียนกลับด้านนั้นจะเหมาะที่สุดเมื่อโควิดเริ่มทุเลา จัดเรียนที่บ้าน ๓ วัน อีก ๒ วันมาส่งงานที่โรงเรียน พร้อมนำเสนอ อภิปราย ร่วมจัดนิทรรศการแสดงผลงานฯ ก็แล้วแต่บริบทของครูที่เป็นผู้อำนวยการสอน นี้คือบทสะท้อนอันเป็นตัวอย่างที่เราสามารถจะมาปรับเปลี่ยนประยุกต์ใช้ในการจัดการศึกษาในยุควิถีใหม่ อาจจะมีนวัตกรรมใหม่ๆมากกว่านี้อีกต้องลุ้นรอติดตามกันต่อไป แต่จะให้โควิดหมดเกลี้ยงรอเปิดห้องเรียน(On site)อย่างเดียว กว่าจะถึงวันนั้นเด็กๆของเราโดยส่วนใหญ่ก็สายไปแล้วครับที่พวกเขาจะมีโอกาสได้ตักตวงองค์ความรู้จากสื่อการเรียนรู้ในโลกดิจิทัล        

       

วันศุกร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

เดินตามนโยบาย “เด็กไทยวิถีใหม่ อ่านออกเขียนได้ทุกคน”

  

              “เราถูกสบประมาทว่าจัดการศึกษาไม่มีคุณภาพ เราจึงต้องยกระดับการจัดการเรียนการสอนเพื่อให้เด็กไทยไม่แพ้ใครในโลก” เป็นถ้อยประโยคส่วนหนึ่งซึ่งคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้กล่าวไว้ในที่ประชุมออนไลน์เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย “เด็กไทยวิถีใหม่ อ่านออกเขียนได้ทุกคน” เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๔ นับว่าเป็นคำสบประมาทที่ท้าทายยิ่งให้กับเราชาวผู้นำด้านการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นผู้นำตั้งแต่ระดับห้องเรียนคือครูผู้สอน ผู้บริหารสถานศึกษา จนถึงผู้บริหารการศึกษาในระดับเขตพื้นที่ รวมทั้งบุคลากรทางการศึกษาอื่นๆที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย พึงต้องระดมพลังสมองที่จะต้องร่วมกันหาวิธีการที่ดีที่สุดเพื่อลบล้างคำสบประมาทดังกล่าวให้ได้

              แต่กระนั้นก็ตาม ท่ามกลางวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า ๒๐๑๙ กำลังบานปลายกระจายไปทั่วภูมิภาคและทุกพื้นที่ ดูเหมือนจะตอกย้ำคำท้าทายยิ่งทวีเพิ่มขึ้นเข้าไปอีก ในช่วงขณะสถานการณ์ปกติการจัดการศึกษาของเราในภาพรวมถูกประเมินคุณภาพค่อนข้างต่ำในระดับย่ำแย่อยู่แล้ว นับประสาอะไรยามเมื่อวิกฤติโควิดเข้ามาแทรกแซงจนจะจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในห้องเรียนแบบดั้งเดิม(On site)ไม่ได้ แล้วการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบอื่นๆจะให้เกิดคุณภาพที่ดีกว่าเดิมได้อย่างไร หากเรามองพิเคราะห์อย่างผิวเผินหรือมองคร่าวๆในแง่แห่งความเป็นจริง แต่เราทุกฝ่ายจะหยุดคิด หยุดทำและนิ่งดูดายไม่ได้ครับ เซลล์สมองของเด็กทั้งซีกขวาและซ้ายที่เหมาะกับวัยเรียนรู้ในทุกระดับต้องอับเฉาไม่ได้รับการพัฒนาไปด้วยในทันที แต่จะให้พวกเขาได้เรียนรู้ด้วยรูปแบบวิธีไหน อย่างไร สำคัญอยู่ที่เราทุกฝ่ายต่างหากจะต้องมาร่วมกันขบคิด

              ท่านดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้กล่าวเพิ่มเติมในที่ประชุมในครั้งนี้อย่างน่าสนใจว่า “เอกภาพในนโยบาย หลากหลายในการปฏิบัติ..ทั้งหมดเป็นหลักการ.. แต่วิธีการ อยู่ที่ บริบทของแต่ละพื้นที่”เป็นคำกล่าวที่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับถ้อยประโยคเหล่านี้ กอปรกับบนพื้นฐานข้อเท็จจริงจากสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ณ ปัจจุบัน เราจะพยายามตีห่างจากโควิด เพื่อรอคอยที่จะเปิดการจัดเรียนการสอนในห้องเรียน(On site)ให้ได้ แต่ดูท่าทีเหมือนจะหนีไม่พ้นเสียแล้ว มีแต่โควิดเข้ามาหาอยู่ใกล้เราทุกขณะ ดังนั้น เราต้องพร้อมที่จะอ้าแขนรับ พร้อมที่จะเผชิญฝ่าฟันสู้ไปด้วยกัน คิดค้นหารูปแบบหรือวิธีการสอนที่หลากหลายมาปรับประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับแต่ละท้องที่ บางทีนี้คือวิกฤติที่กลายเป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่สำหรับบางคนที่จะได้ค้นพบนวัตกรรมใหม่ๆในการจัดการเรียนการสอนในท่ามกลางวิถีชีวิตปกติใหม่(New normal) ก็อาจเป็นไปได้เสมอครับ

              กล่าวโดยสรุป ผมเชื่อมั่นในศักยภาพของครูเราครับ สามารถปรับวิธีเรียนเปลี่ยนวิธีสอนในช่วงสถานการณ์โควิดจนได้ในที่สุด และเชื่อเหลือเกินว่าในเร็วๆนี้จะได้เห็นนวัตกรรมด้านการสอนที่เป็นแบบอย่างจากครูเราแน่นอน อีกประการที่ผมอดที่จะปลื้มไม่ได้ เนื่องในโอกาสวันภาษาไทยแห่งชาติ ๒๙ กรกฎาคม ได้เห็นสถานศึกษาร่วมกันรณรงค์จัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ภาษาไทย ด้วยวิธีการออนไลน์ มีการจัดกิจกรรมประกวดคัดลายมือ เขียนบทร้อยกรอง เขียนเรียงความ เขียนคำขวัญ ตอบปัญหาภาษาไทย ฯ ก็แล้วแต่ตามโอกาสที่เอื้ออำนวยหรือความสะดวกของแต่ละสถานศึกษาที่สามารถจะจัดได้ ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่เราได้เดินตามนโยบาย “เด็กไทยวิถีใหม่ อ่านออกเขียนได้ทุกคน” แล้วครับ

วันพุธที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

ข้างหลังฉาก..เล่าจากภาคสนาม


“แตกต่าง หลากหลาย งดงาม” เป็นความสุขท่ามกลางการปฏิบัติงานด้านการศึกษาที่ต้องอาศัยหลายๆฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการการเรียนรู้เพื่อมุ่งให้เด็กไทยทุกคนที่อยู่ทุกแหล่งหล้ามีโอกาสได้รับการศึกษากันถ้วนหน้า เพราะด้วยการศึกษาเท่านั้นที่ทุกภาคส่วนต่างเห็นพ้องต้องกันว่าจะสามารถจรรโลงสังคมให้เกิดสันติสุขได้

ปัญหาสามจังหวัดชายแดนใต้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและเร้นลึกจนยากที่จะเข้าใจได้ในบางครั้ง แต่พลังทีมงานทางด้านการศึกษา นักบริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา รวมทั้งครูและบุคลากรการศึกษาอื่นๆ แต่ละคนก็ยังครื้นเครงและกระฉับกระเฉงทำหน้าที่ของตนเองอย่างมีความสุข ซึ่งเชื่อเหลือเกินว่าทุกๆฝ่ายต่างก็มีหัวใจอยู่ที่เด็ก เพราะเด็กคือทรัพยากรบุคคลที่มีค่ายิ่งเหนือกว่าสิ่งอื่นใด บนพื้นฐานหลักการเดียวกันสำหรับเราทุกคนที่ทำงานด้านการศึกษาได้ร่วมกันตระหนัก
ในโอกาสที่ผู้เขียนได้ลงตรวจเยี่ยมสถานศึกษาหลายแห่งในสังกัดโดยอย่างเป็นทางการบ้างและไม่เป็นทางการบ้าง จึงได้สัมผัสหลายสิ่งหลายอย่างที่เป็นสภาพจริง ซึ่งบางสิ่งบางอย่างก็เป็นเรื่องที่ไม่เคยคาดคิดไม่เคยรู้มาก่อนจริงๆอันนี้ขอยอมรับ อย่างกรณีที่โรงเรียนบ้านลูโบ๊ะปันยัง อ.กาบัง ยังมีนักเรียนอีกจำนวนหนึ่งซึ่งก็นับว่าไม่น้อยเป็นร้อยกว่าคนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านปาโตะไม่มีไฟฟ้าเข้าถึง และมีจำนวนนักเรียนอีกหลายคนที่ต้องเดินเท้าจากบ้านที่อยู่บนหุบเขาประมาณ ๔ กม. แล้วมาขึ้นรถรับส่งต่อจากถนนหนทางที่พอสะดวกไปยังโรงเรียนอีกประมาณ ๑๖ กม. จากเหตุการณ์โรงเรียนปิดอันเนื่องจากโควิดที่ผ่านมาคุณครูจึงจำเป็นต้องนำใบงานไปส่งถึงบ้านเพราะจะจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ (On line)และออนแอร์ (On air)ย่อมไม่ได้อยู่แล้วด้วยข้อจำกัดที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ จึงได้เห็นภาพเบื้องหลังของความตั้งใจและมุ่งมั่นของหัวอกคนที่เป็นครูอย่างน่าชื่นชมยิ่ง รวมทั้งการต้องตื่นตั้งแต่ยามเช้าตรู่ของนักเรียนเพื่อเตรียมการเดินทางไกลอย่างทรหดอดทนที่จะต้องมาโรงเรียนช่วงเปิดเรียนปกติ (On site) อย่างเป็นกิจวัตรประจำวัน หากมองในมุมกลับนับว่านักเรียนได้เรียนรู้ทักษะชีวิตที่สำคัญให้กับตนเองอย่างมีคุณค่า เพราะในสักวันหนึ่งข้างหน้าหากพวกเขาต้องเผชิญกับความยากลำบากจะด้วยวิกฤติใด อย่างน้อยพวกเขาได้ผ่านประสบการณ์แห่งการดิ้นรนมาแล้วในช่วงวัยเด็ก
เป็นเพียงหนึ่งตัวอย่างหนึ่งเรื่องราวที่ขอเล่าเป็นพิเศษ ยังมีอีกหลายเรื่องราวที่อยากจะเล่าแต่ไม่อาจจะเขียนได้หมดให้เป็นไปในคราเดียวกัน แต่ทุกสถานศึกษาที่ได้ไปเยี่ยมล้วนเเต่เห็นรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความสุขทั้งจากผู้บริหาร คุณครูและบุคลากร นักเรียน ตลอดจนถึงผู้ปกครองและชุมชน เราพร้อมที่จะอดทนและฝ่าฟันไปด้วยกันนะครับ สามารถอ้าแขนรับได้กับทุกสถานการณ์ในเรื่องการจัดการการเรียนรู้เพื่อสู่ตัวนักเรียนให้ได้รับประโยชน์มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ในทุกโอกาสแม้จะเกิดวิกฤติอะไรก็ตาม
Different stage: Different village: Different age: Different image,
but we are the same happiness.

สร้างตัวอย่างให้คนไทย..สร้างโปร่งใสให้สังคม

        


สวัสดีปีใหม่ ๒๕๖๔ ครบรอบ ๒ เดือนพอดีที่ท่านดร.อาดุลย์ พรมแสง ผอ.สพป.ยะลา เขต ๒ ท่านดร.สมคิด หาแก้ว รองผอ.สพป.ยะลา เขต ๒ พร้อมด้วยผู้เขียนได้มารับตำแหน่งพร้อมเพรียงกันเมื่อเดือนพฤศจิกายนในปีที่ผ่านมา เราไม่มีเวลาที่ภาษาเชิงการเมืองชอบเปรียบเปรยนั้นก็คือไปฮันนี่มูนด้วยกันหลังจากรับตำแหน่งใหม่ๆ เมื่อได้รับมอบหมายงานในหน้าที่ต่างๆ แต่ละคนก็มุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่อย่างตั้งใจ ดูละม้ายคล้ายกับคติพจน์เดียวกันอย่างชัดเจน..จงทำงานให้สนุก แล้วเราจึงสนุกกับการทำงาน

ภายใต้สโลแกน “รวดเร็ว ถูกต้อง โปร่งใส ใส่ใจบริการ” ที่ท่านผอ.เขตได้มอบให้ไว้ ในฐานะที่ผู้เขียนรับผิดชอบดูแลงานกลุ่มบุคคลอีกงานหนึ่ง ซึ่งทางสพป.ยะลา เขต ๒ มีงานสำคัญที่จะต้องร่วมกันคิดร่วมกันทำกับคณะบุคลากรจากทุกๆฝ่ายทั้งในสำนักงานเขตพื้นที่และทั้งจากสถานศึกษาในสังกัด คือการสรรหาและเลือกสรรพนักงานราชการและสรรหาลูกจ้างชั่วคราวที่จ้างจากเงินงบประมาณรายจ่าย เมื่อห้วงเวลาเดือนธันวาคมทั้งเดือนตั้งแต่วันร่วมกันประชุมวางแผน วันประกาศ วันเปิดรับสมัคร วันออกข้อสอบ วันสอบข้อเขียน วันสอบสัมภาษณ์ จนถึงวันประกาศผล จนจบกระบวนการโดยเราได้ดำเนินการตามระเบียบทุกขั้นตอน สามารถประมวลสรุปคร่าวๆให้สอดคล้องกับสโลแกนทั้ง ๔ คำ ดังนี้

“รวดเร็ว” สพป.ยะลา เขต ๒ เรา ดำเนินการอย่างรวดเร็วในการเปิดรับสมัครพนักงานราชการและลูกจ้างชั่วคราว อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นสนามแรกในเขตพื้นที่จังหวัดภาคใต้ เพราะผู้สมัครมีจนถึงจ.สุราษฎร์ธานี
“ถูกต้อง” สังเกตได้จากผู้สมัครมีจำนวนมากกว่า ๒ พันคน แต่เมื่อถึงขั้นตอนตรวจสอบคุณสมบัติ เราได้ตรวจสอบอย่างเคร่งครัด ไม่มีการลดหย่อนแม้จะรู้จักกับผอ.เขต รองผอ.เขต หรือเจ้าหน้าที่บางคน จนเหลือผู้สมัครทั้งสิ้น ๑๙๘๐ คน
“โปร่งใส” ใช้ระบบคุณธรรม ไม่มีอุปถัมป์ ภายใต้รัฐธรรมนูญเดียวกันทุกคนมีความเสมอภาค ใครอยู่จังหวัดใดสามารถมาสมัครได้เพราะเราเปิดกว้างไม่ปิดกั้น จึงไม่แปลกผู้ที่ได้รับคัดเลือกในครั้งนี้มีทั้งมาจากจ.พังงา นครศรีฯ สตูล พัทลุง สงขลา รวมทั้ง ๓ จชต. อาจกระทบกับคนในพื้นที่บ้างที่ได้มาเป็นจำนวนน้อย แต่อย่างน้อยเราได้คัดสรรเพชรเม็ดงามที่มีศักยภาพจริง
“ใส่ใจบริการ” ขอชื่นชมบุคลากร สพป.ยะลา เขต ๒ เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงวันรับสมัคร ต่างก็ทำงานจนถึงดึกดื่นเกือบทุกคืน เพื่อบริการน้องๆที่มาสมัครด้วยการเทคเเคร์ดูแลเอาใจใส่ ไม่มีคำว่าเหน็ดเหนื่อย
ถึงบรรทัดท้ายนี้ ในนามสพป.ยะลา เขต ๒ ขอขอบคุณบุคลากรทั้งในสำนักงานเขตพื้นที่และสถานศึกษาในสังกัดอีกครั้งที่ทุกฝ่ายได้ให้ความร่วมมือปฏิบัติหน้าที่ต่างๆตามที่ได้รับมอบหมายผ่านลุล่วงไปด้วยดี ขอให้ทุกท่านจงภูมิใจร่วมกันที่เราได้ร่วมกระทำในสิ่งที่เกิดความโปร่งใสให้กับสังคมบ้านเรา และนับว่าเป็นคุณงามความดีที่มีค่ายิ่งเหนือกว่าสิ่งอื่นใดที่เรามีโอกาสได้ทำงานร่วมกันเพื่อประเทศชาติของเราอย่างแท้จริง

ต่างหน้าที่..แต่มีจุดหมายเดียวกัน



         การเป็นผู้นำทางด้านการศึกษา ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งหน้าที่ใดตั้งแต่ผู้ที่เป็นครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา ศึกษานิเทศก์ หรือบุคลากรทางการศึกษาอื่นที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา ล้วนแต่มีจุดหมายปลายทางเดียวกันนั้นก็คือ เพื่อให้เด็กเติบโตเป็นคนดี มีปัญญา และมีความสุข

ซึ่งเป็นที่สอดคล้องกับความมุ่งหมายของพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562
มาตรา 6 การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทย ให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรม และวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข จะเห็นได้ว่าเป็นภาระหน้าที่ของทุกๆฝ่ายที่จะต้องเข้ามามีบทบาทและมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการการศึกษาให้เป็นไปตามเป้าหมายของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติที่ได้กำหนดไว้ จึงจำเป็นต้องอาศัยทั้งครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา ศึกษานิเทศก์ หรือบุคลากรทางการศึกษาอื่นที่เกี่ยวข้อง ที่จะต้องเข้ามาส่งเสริม สนับสนุน ให้การช่วยเหลือในด้านต่างๆ เพื่อร่วมขับเคลื่อนการศึกษาให้เกิดคุณภาพอย่างมีพัฒนาการ
เมื่อพูดถึงคำว่าคุณภาพ “คุณภาพการศึกษา อยู่ที่ ห้องเรียน” คำๆนี้ผู้เขียนเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะสุดท้ายครูเท่านั้นพร้อมที่จะเป็นผู้นำในห้องเรียนเพื่อที่จะรังสรรค์ให้เด็กเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในทางที่ดีขึ้น มีการนำเทคนิคหรือวิธีการสอนที่หลากหลายมาปรับประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับศักยภาพของนักเรียนแต่ละคน จึงขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้กับครูผู้ทำหน้าที่อำนวยการจัดการเรียนรู้เป็นพิเศษ โดยเฉพาะคุณครูที่สามารถอ้าแขนรับกับสถานการณ์โลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงทั้งด้านเทคโนโลยีและด้านต่างๆที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและรวดเร็ว แล้วสามารถปรับวิธีการเรียนรู้เพื่อนำเด็กเข้าสู่การเป็นพลเมืองโลกในศตวรรษที่ 21 และพร้อมทั้งสามารถที่จะผลักเด็กให้เข้าสู่ชีวิตปกติวิถีใหม่ (New Normal) นับว่าเป็นสิ่งท้าทายยิ่งให้กับครูผู้สอนในยุคปัจจุบัน
ในฐานะที่ผู้เขียนเคยทำหน้าที่เป็นครูและผู้บริหารสถานศึกษา มาวันนี้ในฐานะที่เป็นผู้ประสานงานระหว่างหน่วยงานการศึกษากับหน่วยงานสถานศึกษา ในตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งมีคนได้เปรียบเปรยไว้ว่า อยู่โรงเรียนเปรียบเสมือนปลูกต้นไม้ได้เพียง 1 ต้น แต่อยู่เขตพื้นที่เปรียบเสมือนได้ปลูกป่า ผู้เขียนจึงมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ขออาสาเป็นอีกแรงหนึ่งพร้อมที่จะร่วมขับเคลื่อนงานการศึกษาไปด้วยกันกับทุกๆฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยภายใต้นโยบายสำคัญของท่านดร.อาดุลย์ พรมแสง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 ซึ่งมี 12 ข้อ ดังต่อไปนี้
1. เพิ่มผลสัมฤทธิ์
2. พิชิตอ่านเขียน
3. โรงเรียนน่าอยู่
4. เชิดชูคุณธรรม
5. นัอมนำหลักปรัชญาฯ
6. ส่งเสริมภาษาสู่สากล
7. ผลงานประจักษ์ชัด
8. เร่งรัดนิเทศภายใน
9. ใส่ใจระบบประกัน
10. สร้างสรรค์ความร่วมมือ
11. ฝึกปรือความพร้อมปฐมวัย
12. ก้าวไกลเทคโนโลยี
พร้อมด้วยค่านิยมพื้นฐานของหน่วยงานนั้นคือ..
รวดเร็ว ถูกต้อง โปร่งใส ใส่ใจบริการ
Fast Correct Transparent and Service Mind


วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2563

ดีอักโข ณ โกตาบารู

                               

          “คนดีตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้” ผมเชื่อมั่นในคุณงามความดีที่กระทำลงไปตามอมตะพจน์ที่โบราณได้กล่าวไว้ นับว่าเป็นบุญที่ได้มาเจอเพื่อนร่วมงานที่ดีมาโดยตลอด ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน จะต้องปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งใดก็ตาม กอปรกับได้น้อมรับกระแสพระราชดำรัสของในหลวง รัชกาลที่ ๙ “เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา” มาปรับประยุกต์ใช้อย่างต่อเนื่อง อันสอดคล้องกับ ๓ หลักการสำคัญที่ท่านนบีมุหัมหมัด (ศ็อลฯ)ได้ปฏิบัติเป็นกิจวัตร นั้นคือ รู้จักซึ่งกันและกัน(ตะอารุฟ) เข้าใจซึ่งกันและกัน(ตะฟาฮัม) และช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน(ตะอาวุน)

เขียนวกไปวกมา แต่ถ้าหากจะให้พูดคงจะวกวนมากกว่านี้ เพราะเป็นคนที่พูดไม่เก่ง บวกเสียงไม่ไพเราะ ทั้งไม่มีลูกเล่น ปาฐกถายิ่งไม่เป็น แต่ขอเน้นการปฏิบัติเป็นสำคัญ ทุกครั้งที่ได้มีโอกาสไปรับตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาในช่วงที่ผ่านมา ปรัชญาที่สวยหรู วิสัยทัศน์ที่งดงาม พันธกิจที่ดีเลิศ ไม่ค่อยจะเขียนได้หรอก แต่มักจะบอกกับครูอยู่เสมอว่า เราจะร่วมกันทำอย่างไรให้นักเรียนอ่านออกเขียนได้ คิดวิเคราะห์เป็น ร่วมหล่อหลอมให้เกิดสมรรถนะสำคัญ และมีการเปลี่ยนพฤติกรรมที่เป็นไปตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ กล่าวโดยสรุปคือ คุณภาพนักเรียนต้องมาก่อน แต่จุดหมายปลายทางที่เราต้องการให้ผู้เรียนดี เก่ง และมีสุขนั้น สำคัญก็คือ ครูก็ต้องเป็นคนดี เก่ง และมีสุข เป็นอันดับแรกก่อนเช่นกัน คงไม่แตกต่างอะไรกับแนวทางของนักบริหารนักปกครองที่ประสบความสำเร็จทั้งหลายต่างก็เห็นพ้องต้องกันว่า “คนสำราญ งานสำเร็จ” เป็นหลักการที่สามารถขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ณ โรงเรียนบ้านโกตาบารู ก็เป็นอีกสถานศึกษาหนึ่งซึ่งทำให้ผมภาคภูมิใจแม้จะเป็นช่วงเวลาแค่ ๒ ปี แต่จากวันแรกที่ได้เข้ามาเมื่อวันที่ ๑ พ.ย.๖๑ มีนักเรียน ๕๖๐ คน แล้วก่อนจะออกไปเมื่อวันที่ ๕ พ.ย.๖๓ มีนักเรียนเพิ่มขึ้นเป็น ๖๐๙ คน รวมทั้งมีผลงานที่ติดอันดับตั้งแต่ศูนย์เครือข่าย เขตพื้นที่ จังหวัด ภูมิภาค จนถึงระดับชาติเป็นที่การันตี
ทั้งหมดนี้ ต้องขอบคุณคุณครูเป็นพิเศษเพราะครูเป็นผู้ทำ ส่วนผู้อำนวยการนั้นมีแต่ได้ ถือเป็นเรื่องปกตินะครับสำหรับผู้ที่หวังอยากจะเป็นนักการบริหารการศึกษาที่ประสบความสำเร็จในสักวันหนึ่งข้างหน้า จำเป็นต้องอาศัยครูจริงๆ เพราะครูคือผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับเด็กมากที่สุดอย่างถ่องแท้ครับ

วันจันทร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2561

สื่อภาษาผูกมิตร..สร้างชีวิตดีงาม

    บันทึกความทรงจำแห่งปี
           ปีการศึกษา ๒๕๖๐ โรงเรียนอนุบาลยะรัง รวมพลังสร้างคุณภาพ"นโยบายนำหน้า วิชาการยอดเยี่ยม เต็มเปี่ยมคุณธรรม เลิศล้ำการกีฬา รักษามาตรฐาน สานสัมพันธ์ชุมชน" เป็นบทสรุปผลงานในรอบปีการศึกษาที่ผ่านมา ที่ทุกฝ่ายได้ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ และร่วมกันภาคภูมิใจ ซึ่งจะขอสาธยายร่ายเขียนพอสังเขป ดังนี้
          นโยบายนำหน้า  กิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ ชุมชนการเรียนรู้แห่งวิชาชีพ(PLC) สะเต็มศึกษา(STEM) การจัดการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การเป็นต้นแบบโรงเรียนคุณธรรม ทางโรงเรียนได้ดำเนินการโดยผ่านโครงการและกิจกรรมต่างๆอย่างต่อเนื่อง
          วิชาการยอดเยี่ยม  จากการดำเนินการโครงการและกิจกรรมเหล่านั้น นับว่าเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญอันส่งผลให้คะแนนรวมเฉลี่ยการสอบ I-NET ทุกวิชาสูงกว่าระดับประเทศ และคะแนนรวมเฉลี่ยการสอบ O-NET ทุกวิชาสูงกว่าระดับเขตพื้นที่และระดับจังหวัด มีค่าพัฒนาเพิ่มขึันเมื่อเทียบกับปีการศึกษา ๒๕๕๙ โดยเฉพาะวิชาภาษาอังกฤษหากนับวิชาเดียวคะแนนรวมเฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศ ซึ่งในปีนี้เป็นโอกาสที่ดียิ่งทางสพป.ปัตตานี เขต ๒ ได้มอบเข็มเกียรติยศเป็นครั้งแรกให้กับโรงเรียนที่มีคะแนนทั้ง I-NETและ O-NETสูงกว่าระดับประเทศ ทางโรงเรียนอนุบาลยะรังจึงได้รับเข็มดังกล่าวรวมทั้งครูและผู้บริหารจำนวน ๘ ท่าน
          เต็มเปี่ยมคุณธรรม  นักเรียน ครูและผู้บริหาร ได้ร่วมละหมาดกันที่โรงเรียน ๒ เวลาเป็นกิจวัตรประจำวัน กอปรกับกิจกรรมต่างๆที่ส่งเสริมให้ทั้งนักเรียนและบุคลากรของโรงเรียนได้ประพฤติตนเป็นคนดีวินัย อาทิ เช่น กิจกรรมลูกเสือ กิจกรรมส่งเสริมประชาธิปไตย ฯ สิ่งที่สามารถยืนยันการันตีได้อย่างชัดเจนเห็นประจักษ์ก็คือ ทั้งนักเรียน ครูและผู้บริหาร ได้รับคำรับรองจากหน่วยงานต่างๆให้รางวัลทั้งโล่ เข็มเชิดชูเกียรติและเกียรติบัตร ตั้งแต่ระดับกลุ่มโรงเรียน เขตพื้นที่ จังหวัด ภูมิภาค จนถึงระดับชาติ
          เลิศล้ำการกีฬา ในปีนี้ได้จัดฟุตซอลอนุบาลยะรังคัพ ครั้งที่ ๒ มีทีมฟุตซอลนักเรียนจากโรงเรียนในสี่จังหวัดชายแดนใต้เข้ามาร่วม ซึ่งทีมโรงเรียนอนุบาลยะรังรั้งอันดับที่ ๓ แต่ที่เหนือกว่าผลของการแข่งขันนั้นก็คือการสร้างเครือข่ายและมิตรภาพ นอกจากนี้มีการปั้นนักฟุตบอลมาเป็นระยะๆ สนับสนุนเข้าร่วมทั้งโครงการสานฝันปันรักเพื่อน้องและโครงการSBPAC CUP  ส่งผลให้นักเรียนได้เข้าร่วมเดินทางเพิ่มเติมประสบการณ์ทางฟุตบอลกับสโมสรชั้นนำของเมืองไทย
          รักษามาตรฐาน  ตามคำขวัญ โรงเรียนสะอาด บรรยากาศน่าอยู่ คุณครูสอนดี นักเรียนมีคุณภาพ ซึ่งสอดคล้องกับอัตลักษณ์ของโรงเรียนที่ว่า รักสะอาด ใฝเรียนรู้ ทางโรงเรียนได้ร่วมกันตระหนักในหลักการสำคัญนี้มาโดยตลอดจนเกิดผลในทางปฏิบัติ กลายเป็นโรงเรียนแบบอย่างให้กับโรงเรียนอื่นๆที่ได้เข้ามาดูงาน รวมทั้งได้ขยายผลนำเสนอผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (BEST PRACTICES) ณ สถานที่ต่างๆให้กับเพื่อนร่วมวิชาชีพได้รับรู้
          สานสัมพันธ์ชุมชน  การสร้างความสัมพันธ์อันดีงามระหว่างโรงเรียนกับชุมชนถือว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่ส่งผลให้นักเรียนมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกๆปีในรอบ ๓ ปีการศึกษาที่ผ่านมา กอปรกับโครงการระบบดูแลนักเรียนของโรงเรียนที่เข้มแข็ง มีการแบ่งสายเยี่ยมบ้านนักเรียนอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ได้รับความไว้วางใจและการยอมรับจากผู้ปกครอง ชุมชน ตลอดจนถึงหน่วยงานอื่นๆ เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆของโรงเรียน 
           ทั้งหมดนี้คือบทสรุปในรอบปีการศึกษา ๒๕๖๐ จากผลการปฏิบัติงานของบุคลากรโรงเรียนอนุบาลยะรังทุกท่านด้วยความเหน็ดเหนื่อยแต่เรามีเป้าหมายเดียวกันคือทำอย่างไรให้นักเรียนดี เก่ง และมีสุข ภายใต้กรอบนโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบัน อันสอดคล้องกับความต้องการของชุมชนเป็นที่ตั้ง ซึ่งทุกฝ่ายต่างก็ได้คาดหวังไว้ว่า โรงเรียนอนุบาลยะรังมีการจัดการศึกษาที่เต็มไปด้วยคุณภาพในทุกๆปีการศึกษาอย่างยั่งยืน

วันเสาร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

สื่อภาษาผูกมิตร..สร้างชีวิตดีงาม

คุณค่าภาษาไทย

           จากที่เคยเป็นคนอ่านหนังสือมาตั้งแต่ช่วงในวัยเด็กจนเข้าสู่วัยรุ่น เสมือนเป็นบุญที่ล้นเหลือเมื่อทุกวันนี้ได้กลายเป็นตะกอนที่ตกผลึกทางด้านความคิด ทำให้สามารถลิขิตเขียนพอเป็นเรื่องเป็นราวบ้าง แม้จะไม่เยื่ยมยอดเหมือนนักเขียนหรือกวีมืออาชีพ แต่ด้วยความชื่นชอบและหลงไหลในความงดงามของภาษาไทย จึงมีความสุขยิ่งนักเมื่อมีโอกาสทุกครั้งที่ได้เรียงร้อยถ้อยคำเป็นประโยคความเรียง รวมทั้งพรรณนาเขียนเป็นบทกานท์กลอน
            เจตนารมณ์ที่ได้เขียนไป ทำด้วยใจรัก ทำด้วยอารมณ์สุนทรีย์ที่มีเอ่อล้นอยู่ในจิตใจตน เหมือนกับคนที่มีดนตรีอยู่ในหัวใจฉันใดก็ฉันนั้น ไม่ได้คาดคิดที่จะพิชิตรางวัลต่างๆ แต่ด้วยแรงบันดาลใจจากคนรอบๆข้างซึ่งมีอยู่มากมายทั้งจากเพื่อนร่วมงานและนักเรียน คนที่เป็นครูเท่านั้นคงจะทราบดี คือเราจะทำอย่างไรให้ลูกศิษย์ลูกหาของเรามีลักษณะนิสัยเป็นคน"รักการอ่าน" เพราะเชื่อเหลือเกินว่าด้วยการอ่านอาจจะสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของใครบางคนได้ และที่สำคัญเราจะต้องร่วมคิดกันต่อว่าพอจะมีวิธีการไหนบ้างที่จะให้เขาได้อ่านหนังสืออยู่เป็นนิจ เพื่อให้เขาสามารถได้เรียนรู้ด้วยตนเองตลอดชีวิต กิจกรรมรณรงค์การใช้ภาษาไทย "ร้อยแก้ว ร้อยกรอง..มุมมองจากห้องผู้อำนวยการ" ขอเป็นส่วนหนึ่งซึ่งต้องการเติมเต็มในการมีส่วนร่วมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นภายในองค์กรของเราตรงนี้ เพราะภาษาไทยนอกจากเป็นภาษาหลักของประเทศชาติแล้วยังถือว่าเป็นหัวใจที่สามารถจะนำไปเป็นเครื่องมือเพื่อการค้นคว้าแสวงหาองค์ความรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นๆได้ต่อไป
            และแล้วในวันนี้กับสิ่งทื่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน อาจจะเป็นผลพลอยได้จากที่เคยตั้งใจมุ่งมั่น และดำเนินการมาอย่่างต่อเนื่อง ทั้งบทความและบทกลอนที่ได้เขียนสะสมไว้ ได้กลายเป็นผลงานที่ปฏิบัติเป็นเลิศ (Best Practice) ส่งผลจนได้รับการคัดเลือกเป็น "ผู้มีคุณูปการต่อการใช้ภาษาไทย" ผ่านจากระดับจังหวัดจนถึงระดับประเทศ ได้รับรางวัลพิเศษเป็นเข็มและโล่เชิดชูเกียรติ นับว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งนอกจากให้กับตนเองแล้ว ยังเป็นเกียรติให้กับโรงเรียนที่ได้ปฏิบัติงานอยู่ทั้งในปัจจุบันและที่ผ่านมา ซึ่งขอยอมรับว่ามีหลายชิ้นงานที่ได้สะสมไว้มาเป็นระยะๆตั้งแต่สมัยเป็นรองผู้อำนวยการ ในขณะเดียวกันก็รู้สึกภูมิใจและเป็นเกียรติให้กับหน่วยงานต้นสังกัดคือ สพป.ปัตตานี เขต ๒ และจังหวัดปัตตานีของเราอีกด้วย ที่เป็นตัวแทนหนึ่งเดียวปีนี้ที่ได้รับรางวัลอันทรงค่านี้
             จึงถือโอกาสสำคัญนี้นำคณะครูและนักเรียนที่มีผลงานการแข่งขันทักษะกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยติดอันดับในระดับเขตพื้นที่การศึกษา ของสพป.ปัตตานี เขต ๒ ครั้งล่าสุด มาศึกษาดูงานกิจกรรมวันภาษาไทยแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๖๐ ซึ่งจัดโดย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม เมื่อวันที่ ๒๗ ก.ค.๒๕๖๐ ณ หอประชุมใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับนักเรียนที่ขยันและมุ่งมั่นอันสมควรที่จะได้รับรางวัลที่มีคุณค่าทางใจเฉกเช่นเดียวกัน

วันศุกร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2560

สื่อภาษาผูกมิตร..สร้างชีวิตดีงาม

                                                          สภาพแวดล้อมพอเพียง 
          แรกเริ่มเดิมที ทีมวิทยากรที่มาอบรมบางท่านคิดไปว่า การจัดการการอบรมกับบรรดาผู้บริหารสถานศึกษานั้นมิใช่เรื่องง่าย เพราะผู้บริหารแต่ละท่านอาจจะมีป่วยการเมืองต้องมีภารกิจต่างๆขอออกไปโน่นนี่หรืออ้างโน้นอ้างนี้สารพัด แต่ที่ไหนได้กลับตรงกันข้าม ผู้อำนวยการโรงเรียนทุกท่านกระตือรือร้นสนอกสนใจให้ความร่วมมือตลอดการอบรม มีความสุข สนุกสนาน และเพลิดเพลินไปกับการเรียนรู้(Play and Learn)พร้อมๆไปกับวิทยากรอย่างไม่คาดคิด
          เพราะเราคือต้นแบบผู้ที่จะต้องเป็นผู้นำทางด้านวิชาการให้กับสถานศึกษาเพื่อสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้เกิดขึ้นในสถานที่เราได้ปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะอยู่ที่โรงเรียนใดก็ตาม เราจึงกลายเป็นต้นน้ำที่จะต้องสร้างตัวอย่างที่ดีให้กับคุณครู บุคลากรอื่นๆของโรงเรียน ผู้ปกครองและชุมชน ตลอดจนถึงบุคคลที่นับว่าสำคัญที่สุดที่ได้อยู่ปลายน้ำ นั้นก็คือ นักเรียน อันเป็นจุดหมายปลายทางที่เราทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันบ่มเพาะให้เป็นไปตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีพฤติกรรมที่เหมาะสมสอดคล้องกับค่านิยมหลักของคนไทย ๑๒ ประการ และตามจุดมุ่งหมายของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติที่ต้องการให้ผู้เรียนเป็นคนดี มีปัญญา และมีความสุข
           จากที่อบรมเชิงปฏิบัติการ "การจัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการบ่มเพาะคุณลักษณะอยู่อย่างพอเพียง" (Enable Environment for Sufficiency Learning) ภาคใต้ ระหว่างวันที่ ๙-๑๓ มีนาคม ๒๕๖๐ ณ โรงแรมทวินโลตัส จ.นครศรีธรรมราช ดูเหมือนว่าเป็นอะไรที่มาทันเวลาได้พอดิบพอดี แค่ได้เห็นภาพผู้บริหารทุกท่านมีความจริงจังและตั้งใจ ทุกกลุ่มทุ่มเทและมุ่งมั่นในทุกๆกิจกรรม ร่วมกันคิดร่วมกันทำ จนทุกๆภารกิจที่ได้รับมอบหมายเสร็จสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีตามเวลาที่กำหนด จึงอดไม่ได้ที่อยากจะเล่าสู่กันฟังว่า เราผู้บริหารสถานศึกษาก็พร้อมเสมอที่จะร่วมกันขับเคลื่อนการศึกษาให้เป็นไปในทางทิศเดียวกันกับทุกๆฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในเรื่องที่สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
           "ระเบิดจากข้างใน"เป็นต้นทุนเดิมที่เกิดจากหัวใจของบรรดาผู้ที่เป็นผู้นำอยู่แล้ว การเสริมเติมเต็มด้วยการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการที่คุ้มค่าและได้รับประโยชน์มากมายเฉกเช่นในครั้งนี้ เป็นแรงแห่งบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ให้เราได้ถักทอสานต่องานที่พ่อทำ พร้อมที่จะนำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปปรับประยุกต์ใช้ ณ สถานที่ทำงาน ร่วมกับผู้ร่วมงานต่อไป จึงขอขอบพระคุณท่านอาจารย์ดร.ปรียานุช ธรรมปิยา เป็นอย่างสูงที่มองไกลให้ความสำคัญกับผู้บริหารไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าครูและนักเรียน

                                       "อยู่อย่างพอเพียง เลี้ยงดูครอบครัว รวมตัวสร้างชุมชน ฝึกฝนตนที่โรงเรียน"
                                              คำขวัญตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง...โรงเรียนอนุบาลยะรัง

วันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2559

สื่อภาษาผูกมิตร..สร้างชีวิตดีงาม

มารู้จักผอ.สพป.ปัตตานี เขต ๒
                                                     
           วันนี้ผมมีโอกาสได้พบท่านผอ.นิตย์ พรหมประสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต ๒ เป็นครั้งแรก จากที่ไม่เคยได้พูดคุยอย่างใกล้ชิดไม่เคยได้พบกันที่ไหนมาก่อน ถึงท่านเล่าประวัติมาว่าเคยรับราชการอยู่ที่จังหวัดนราธิวาสและยะลามาแล้ว แต่เราก็ไม่มีวาสนาได้เจอกันทั้งๆที่ผมเองก็เคยปฏิบัติราชการอยู่ในนราธิวาสและยะลามาเช่นกัน ด้วยความที่ว่าต่างคนก็ต่างอำเภอและต่างเขตพื้นที่การศึกษา เลยได้เจอะเจอกันในครั้งนี้เต็มไปด้วยความตื่นเต้นจนไม่ทราบว่าจะเริ่มต้นพูดคุยอย่างไรดี
           ด้วยเหตุผลข้างต้น ผมจึงขอเลือกเป็นนักฟังที่ดี มีความพร้อมที่จะรับฟังแนวคิดหรือทรรศนะจากผู้นำที่ประสบความสำเร็จในชีวิตการงานอย่างใจจดใจจ่อ นับว่าคุ้มค่ากับการรอคอยยิ่ง แค่ได้รับรู้ว่าท่านจบชั้นป.๖ จากรร.บ้า่นตูปะ ต.ควนโนรี อ.โคกโพธิ์ นอกจากทำให้บรรดาครูที่เข้าร่วมประชุมถึงกับรู้สึกอึ้งไปชั่วขณะ ผมเองก็รู้สึกทึ่งในตัวท่านเช่นกัน จากโรงเรียนประถมเล็กๆที่ตั้งอยู่ในชนบท แต่อาศัยความอดทนดิ้นรนค้นคว้าพยายามติดตามเอาใจใส่ในเรื่องการศึกษา ในที่สุดสามารถผลักดันตนเองก้าวสู่เป็นผู้นำในตำแหน่งสูงสุดของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจนได้ ทำให้ผมฉุดคิดนึกถึงสัจจธรรมที่ว่า ความสำเร็จอันงดงามของชีวิตมิได้เกิดขึ้นแต่เฉพาะผู้ที่จบจากสถานศึกษาหรือสถาบันที่ดีเด่นมีชื่อเสียงเท่านั้น หากแต่เป็นทุกๆก้าวที่มุ่งไปสู่ความใฝ่ฝันของตนเองด้วยจิตใจที่มั่นคง จึงอยากจะนำแบบอย่างที่ดีนี้ไปเล่าสู่กันฟังให้กับคุณครูและนักเรียนที่โรงเรียนอนุบาลยะรังให้ได้ในเช้าวันแรกของการเปิดเรียนภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๙ ในวันพรุ่งนี้
            อย่างไรก็ดี สิ่งที่ท่านได้เน้นย้ำก็คือ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ว่าเราจะอยู่เขตพื้นที่ใดก็ตาม เรามีปัญหาเดียวกันจะทำอย่างไรให้นักเรียนอ่านออกเขียนได้และคิดวิเคราะห์เป็น อันส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะคะแนนการสอบโอเน็ตที่ตกต่ำจากที่เราเกาะกลุ่มกันอยู่รั้งท้ายตารางมาทุกปี ท่านได้ชี้แนะว่า หัวใจสำคัญอยู่ที่คุณครู สอนได้ตรงตามมาตรฐานและตัวชี้วัดแล้วหรือยัง เพราะข้อสอบโอเน็ตล้วนออกมาจากมาตรฐานและตัวชี้วัดไม่ได้นอกเหนือจากนี้ นับจากนี้ไปท่านจึงได้กำชับฝากศึกษานิเทศก์ ผู้บริหาร และครูทุกคนต้องรู้มาตรฐานและตัวชี้วัดมีจำนวนทั้งหมดเท่าไหร่ และพร้อมที่จะลงมาเยื่ยมตรวจติดตามทุกๆโรงเรียนเพื่อที่จะร่วมกันขับเคลื่อนการศึกษาในภูมิภาคของเรานี้มีพัฒนาการในทางที่ดีขึ้น
           จะเห็นได้ว่าท่านมีความมุ่งมั่น ตั้งใจอย่างแน่วแน่ เป็นผู้นำด้านการศึกษาอย่างแท้จริง อยากจะเห็นบางสิ่งบางอย่างมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งต่อไปนี้ศึกษานิเทศก์ที่รับผิดชอบในแต่ละกลุ่มโรงเรียนต้องลงพื้นที่ตรวจติดตามตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันพฤหัสบดี ส่วนวันศุกร์นั้นกลับมาสรุปรายงานที่เขตพื้นที่ นี้คือสิ่งที่เรารอคอยมานานที่อยากจะใด้คำแนะนำดีๆที่เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนจากผู้มีประสบการณ์ และที่สำคัญถือว่าเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ที่อยู่สถานศึกษากับนักเรียนอย่างใกล้ชิดได้ดียิ่ง

วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2559

สื่อภาษาผูกมิตร สร้างชีวิตดีงาม

                                                     ขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง
             เมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๙ โรงเรียนอนุบาลยะรัง ได้รับเกียรติบัตรพร้อมด้วยโล่เกียรติคุณผลงานการปฏิบัติที่เป็นเลิศระดับประเทศ ด้านการพัฒนาการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ณ โรงแรมแอมบาสเดอร์ พัทยา จ.ชลบุรี โดยได้รับเกียรติจากดร.ปรียานุช ธรรมปิยา ผู้อำนวยการศูนย์สถานศึกษาพอเพียง มูลนิธิยุวสถิรคุณ มาเป็นประธานในพิธีมอบพร้อมกล่าวให้โอวาท นับว่าเป็นรางวัลอันทรงคุณค่านำมาซึ่งเป็นขวัญและกำลังใจแก่คณะครูและนักเรียนโรงเรียนอนุบาลยะรังเป็นอย่างยิ่ง
             หลังจากพิธีการมอบโล่ในวันดังกล่าวนั้น ทางศูนย์สถานศึกษาพอเพียง มูลนิธิยุวสถิรคุณก็ได้จัดกิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ "ลับให้คม บ่มให้ลึก: ร่วมสร้างวัฒนธรรมโรงเรียนพอเพียง" เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์การขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงระหว่างสถานศึกษาพอเพียงที่มีผลงานการปฏิบัติที่เป็นเลิศในการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในสถานศึกษากับโรงเรียนศูนย์การเรียนรู้ที่เป็นต้นแบบในการขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในสถานศึกษา เพื่อร่วมสร้างความเข้าใจ สร้างกลยุทธ์ในการขยายผลสู่สถานศึกษาและชุมชนได้อย่างเข้มแข็งต่อไป
              เป็นความโชคดีที่โรงเรียนอนุบาลยะรังของเรานั้น ทั้งคณะครูและบุคลากร นักเรียนและผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา ศิษย์เก่าและชุมชนในเขตพื้นที่บริการ นายอำเภอยะรังพร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนถึงหน่วยงานต้นสังกัดคือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต ๒ได้ร่วมกันตระหนักและให้ความสำคัญกับการทำกิจกรรมต่างๆของโรงเรียนแบบมีส่วนร่วมมาโดยตลอด พร้อมกับน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นตัวตั้ง ส่งผลให้โรงเรียนเกิดความพร้อมในหลายๆด้านจนได้กลายเป็นอีกหนึ่งแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญให้กับนักเรียนและชุมชน อีกทั้งเป็นโรงเรียนต้นแบบซึ่งมีโรงเรียนอื่นๆทั้งในและนอกเขตพื้นที่การศึกษาได้มาศึกษาดูงานเป็นระยะๆ กระผมก็เลยได้ถือโอกาสนี้เล่าสู่กันฟังในเวทีเสวนาระดมพลังสมองลับให้คมเพื่อเป็นเรื่องเล่าบันดาลใจให้กับผู้เข้าร่วมอบรมในครั้งนี้ ในขณะเดียวกันก็ได้รับฟังเรื่องราวที่เพื่อนสมาชิกได้ปฏิบัติประสบผลสำเร็จซึ่งเป็นสิ่งที่คุ้มค่ายิ่งที่เราต่างฝ่ายต่างก็สามารถแบ่งปันองค์ความรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ซึ่งกันและกัน กลายเป็นสิ่งตกผลึกหรือแบบอย่างที่ดีที่เราจะได้ร่วมกันขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ขยายผลสู่ชุมชนและสังคมได้อย่างยั่งยืน
               กว่าที่เราจะได้มายืนอยู่ ณ จุดแห่งความสำเร็จครั้งนี้ กระผมต้องขอขอบคุณคณะครูและบุคลากรทุกฝ่าย นักเรียนและผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา ศิษย์เก่าและชุมชนในเขตพื้นที่บริการ นายอำเภอยะรังและบรรดาหัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนถึงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต ๒ พร้อมด้วยทีมงานศึกษานิเทศก์และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่านอีกครั้ง ที่ร่วมกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ร่วมกันผลักดันส่งผลให้โรงเรียนอนุบาลยะรังของเราได้รับรางวัลผลงานการปฏิบัติที่เป็นเลิศระดับประเทศในปีนี้ ขอจบลงท้ายด้วยคำขวัญเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนอีกครั้งครับ "อยู่อย่างพอเพียง เลี้ยงดูครอบครัว รวมตัวสร้างชุมชน ฝึกฝนตนที่โรงเรียน"

วันเสาร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2559

HANMANI มีคุณธรรมนำความรู้


HANMANI คือ เทคนิคหรือวิธีการการบริหารงาน ๗ ประการ ที่ผู้นำทางด้านการศึกษาต้องคำนึงถึง
    ๑. คำนึงถึงคน (Human) หมายถึง การสรรหาคัดเลือกบุคคลที่มีศักยภาพเพียงพอเข้ามาร่วมทำงาน นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ เพราะหากเราได้ทีมงานที่เก่ง และมีคุณภาพ การบริหารงานสถานศึกษาของเราก็จะมีคุณภาพตามมาด้วย ดังนั้น ทีมงานของเรา ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนที่มาจากคณะครู ชุมชนหรือผู้ปกครองที่เป็นคณะกรรมการสถานศึกษา หรือแม้กระทั่งบุคลากร ทางการศึกษาอื่นๆที่เกี่ยวข้อง บุคคลต่างๆเหล่านี้ เราต้องคัดกรองให้ดี เฟ้นหาบุคคลที่เหมาะสม หรือหากมีบุคลากรดั้งเดิมในหน่วยงานก่อนหน้าที่เราจะเข้ามา จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาเป็นรายกรณี เพราะคนเรามีความสามารถที่แตกต่าง จึงต้องหาแนวทางวางคนที่เหมาะกับงาน และสามารถที่จะทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นทีม
    ๒. คิดปรับปรุงพัฒนา (Adjustment) หมายถึง การมองการณ์ไกล มีวิสัยทัศน์ ดูบริบทและสภาพทั่วไปของสถานศึกษา จากอดีตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันมีจุดแข็งและจุดอ่อนอะไรบ้าง เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นในการที่จะคิดและวางแผนให้สถานศึกษาได้รับการปรับปรุงหรือพัฒนาในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ให้เป็นไปตามลำดับ โดยเฉพาะการพัฒนาทรัพยากรบุคคล นับว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในบรรดาปัจจัยบริหารทั้ง 4M (Man: คน Machine: เครื่องจักร Material: วัสดุ Method: กระบวนการ) เพราะคนมีชีวิตจิตใจ มีอารมณ์ มีความคิดที่แตกต่าง คนชอบเข้าข้างตนเอง คนมีความต้องการไม่สิ้นสุด และอีกหลายๆอย่างในเชิงลบที่ได้กลายเป็นปัญหาเกิดมาจากเพราะคน แต่ข้อดีก็คือคนเป็นสัตว์สังคมที่สามารถฝึกฝนตนเองได้ อันเป็นแนวทางสำคัญที่เราจะได้ร่วมกันสร้างสรรค์คนดีให้มีจำนวนที่เพิ่มขึ้น เพื่อจะได้ร่วมกันจรรโลงสังคมอยู่เย็นเป็นสุข
    ๓. ตามความจำเป็น (Need) หมายถึง การคำนึงถึงความต้องการหรือความจำเป็นจากหลายๆฝ่ายโดยเฉพาะผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งผู้ปกครองนักเรียนและชุมชนที่อยู่ในเขตบริการ เขาต้องการและปรารถนาอยากเห็นสถานศึกษาดำเนินงานกิจการต่างๆไปในทิศทางใด อย่างไร อันนี้คนที่เป็นผู้นำทางด้านการศึกษาพึงต้องทราบและรับรู้ แล้วมาร่วมกันกำหนดนโยบายและแผนงาน เพื่อจะได้นำไปปรับปรุงและพัฒนางานให้สอดคล้องกับความต้องการจากทุกฝ่ายและตามความจำเป็นของบริบทในแต่ละพื้นที่ รวมจนถึงสอดรับกับนโยบายสำคัญจากหน่วยงานเหนือไม่ว่าจะเป็นระดับเขตพื้นที่ สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการ และรัฐบาล อาทิ เช่น การดำเนินการโครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. ที่ต่างฝ่ายปรารถนาอยากจะเห็นผู้บริหาร ครู นักเรียนและบุคลากรทางการศึกษาได้รับการปลูกฝังคุณธรรมอัตลักษณ์ ๕ ประการ ทางโรงเรียนอนุบาลยะรังก็ได้ประชุมระดมพลังสมองเห็นพ้องต้องกันว่า คุณธรรมเป้าหมายที่จำเป็นที่ทุกฝ่ายพึงต้องมี ต้องการให้เกิดขึ้นเป็นลำดับสำคัญก่อนนั้น มี ๓ ประการ จึงได้ตั้งชื่อว่า HAS นั้นก็คือ Honesty: ความซื่อสัตย์สุจริต Accountability: ความรับผิดชอบ และSufficiency: ความพอเพียง
    ๔. ร่วมบริหารจัดการ (Management) หมายถึง การเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามาบริหารจัดการการศึกษา โดยยึดระเบียบ กฎเกณฑ์ ข้อบังคับ รวมจนถึงแผนกลยุทธ์ แผนปฏิบัติการประจำปี ที่ทุกฝ่ายได้ร่วมกันกำหนดเอาไว้ ซึ่งตรงนี้ ผู้บริหารสถานศึกษาในฐานะที่เป็นตัวกลางหรือเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้ร่วมงานจากทุกฝ่าย ต้องคอยอำนวยให้ความสะดวก สามารถติดต่อประสานงานกับทุกๆฝ่ายได้เป็นอย่างดี มีทั้งศาสตร์และศิลป์ในการบริหารจัดการกิจการต่างๆของสถานศึกษา สำหรับการดำเนินการขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ.ของโรงเรียนอนุบาลยะรังนั้น บนพื้นฐานแห่งความเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ว่า ดีต้องมาก่อนเก่ง ทุกฝ่ายจึงได้มีส่วนร่วมในการบริหารกิจกรรมโครงงานต่างๆที่ได้ร่วมกันจัดทำขึ้น ซึ่งขณะนี้มีทั้งหมด ๙ โครงงาน
    ๕.มุ่งให้เกิดผลสัมฤทธิ์ (Achievement) หมายถึง การตรวจสอบผลการปฏิบัติงานตามกิจกรรม โครงงานและโครงการต่างๆที่แต่ละฝ่ายได้รับมอบหมาย ประสบผลสำเร็จมากน้อยแค่ไหน เป็นไปตามเป้าหมายหรือบรรลุตามวัตถุประสงค์เท่าใด และสอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ แผนปฏิบัติการประจำปีหรือไม่ ซึ่งเป็นข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญในการที่จะทำการวิเคราะห์ วิจัย และพัฒนา ถือว่าเป็นการปรับปรุงกระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่องอันสอดคล้องกับหลักการบริหารมุ่งคุณภาพทั้งองค์การที่ทุกคนต้องมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน (Total Quality Management) ทั้งนี้ ก็เพื่อให้ผู้ร่วมงานทุกฝ่ายรวมทั้งนักเรียนมีคุณธรรมนำความรู้ตามคุณธรรมเป้าหมาย และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนนั้นดีขึ้นอันเป็นผลพลอยได้ที่ตามมา ซึ่งเป็นไปตามจุดมุ่งหมายที่สังคมต้องการ นั้นก็คือ เป็นคนดี มีปัญญา และมีความสุข จากการดำเนินการขับเคลื่อนกิจกรรม โครงงาน และโครงการต่างๆที่สอดคล้องกับแนวทางของโครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. จะเห็นได้ว่า โรงเรียนอนุบาลยะรังได้รับการยอมรับจากทุกๆฝ่าย ทั้งสถานศึกษา ผู้บริหาร ครูและนักเรียน มีผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practice) ที่ปรากฎเห็นเป็นประจักษ์ตั้งแต่ระดับกลุมโรงเรียน เขตพื้นที่ ภูมิภาค จนถึงระดับชาติ อันส่งผลให้ผู้ปกครองไว้วางใจส่งบุตรหลานเข้ามาเรียนเป็นจำนวนมากในทุกปีการศึกษา
    ๖. เสริมสร้างเครือข่าย (Network) หมายถึง การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน ใครมีอะไรดีก็ต้อง เผยแพร่ประชาสัมพันธ์แก่เพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนร่วมวิชาชีพทั้งในกลุ่มโรงเรียน ในเขตพื้นที่และนอกเขตพื้นที่ ตลอดจนถึงบุคคลทั่วไปที่สนใจ  โรงเรียนอนุบาลยะรังได้มีโอกาสออกไปนำเสนอเผยแพร่ผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practice) มาโดยตลอด กอปรกับมีจำนวนหลายโรงเรียนทั้งในและนอกเขตพื้นที่ได้มาเยี่ยมเยียนศึกษาดูงาน
ณ โรงเรียนอนุบาลยะรัง อาทิ เช่น ผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practice) ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนและผู้บริหาร การนำเสนอโครงงานคุณธรรมของนักเรียนและครู เป็นต้น
    ๗. เติมเต็มด้วยความรัก (I love you) หมายถึง การทำงานกับเพื่อนร่วมงานทั้งในและนอกโรงเรียนที่เป็นเครือข่ายของเราอย่างเป็นกัลยาณมิตร มีการเอาใจใส่ให้กำลังใจอยู่ตลอดเวลา เป็นการเสริมสร้างบรรยากาศที่ดีในสถานที่ทำงาน กระตุ้นให้ทุกคนทำงานด้วยใจรัก รักในหน้าที่การงานของตน รักทุกๆคนที่เป็นเพื่อนร่วมงาน และที่สำคัญ รักนักเรียนทุกคนดั่งลูกของตนเอง เพราะเขาเหล่านั้นคือทรัพยากรบุคคลที่มีค่ายิ่งเหนือสิ่งอื่นใด เป็นกำลังสำคัญของชาติพร้อมที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีและมีคุณภาพต่อไปในวันข้างหน้า สักวันหนึ่งอาจจะกลับมาเป็นครูหรือบุคลากที่เป็นเพื่อนร่วมงานกับเราอีกก็เป็นไปได้ หรืออย่างน้อยก็เป็นศิษย์เก่าอาจจะได้เป็นถึงกรรมการสถานศึกษา ก็ยังถือว่าเป็นบุคคลที่สำคัญอีกคนหนึ่งซึ่งจะต้องกลับมาร่วมสร้างสรรค์คนดีมีคุณธรรมให้กับประเทศชาติสืบไป 
        จุดเน้น ให้ทุกคนได้หันหน้าเข้าหากัน ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ร่วมกันสร้างสรรค์คนดี มีคุณธรรมเป้าหมาย HAS มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ มีความพอเพียง เพื่อนำสถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลยะรังเข้าสู่สู่โรงเรียนคุณธรรม สพฐ.อย่างยั่งยืน 
         ข้อสังเกต หากจะเปรียบเทียบ HANMANI เทคนิคหรือวิธีการการบริหารงาน ๗ ประการ ที่ผู้นำทางด้านการศึกษาต้องคำนึงถึง กับ PDCA วงจรการบริหารงานคุณภาพของเดลมิ่งแล้ว จะเห็นได้ว่า ช่วงคำนึงถึงคน (Human) คิดปรับปรุงพัฒนา (Adjustment) และตามความจำเป็น (Need) เป็นช่วงของการวางแผน (Plan) ในขณะที่ทุกฝ่ายได้ร่วมบริหารจัดการ (Management) กิจกรรม โครงงานหรือโครงการต่างๆนั้นเป็นช่วงของการปฏิบัติ (Do) ส่วนช่วงมุ่งให้เกิดผลสัมฤทธิ์ (Achievement) โดยผ่านการตรวจสอบและประเมินผลกิจกรรม โครงงานหรือโครงการต่างๆอย่างเป็นระยะๆ นับว่าเป็นช่วงของการตรวจสอบ (Check) และสุดท้ายช่วงเสริมสร้างเครือข่าย (Network) กับเติมเต็มด้วยความรัก (I love you) เป็นช่วงของการดำเนินงานให้เหมาะสม (Act) กิจกรรมอะไรที่กลายเป็นผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) เราก็ดำเนินการต่อไปให้ต่อเนื่องพร้อมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แก่เพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนร่วมวิชาชีพที่เป็นเครือข่ายของเรา ในขณะเดียวกัน กิจกรรมอะไรที่ยังไม่บรรลุตามวัตถุประสงค์หรือไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ก็ด้วยเครือข่ายที่เราได้สร้างมิตรภาพผูกพันรักสัมพันธ์ไมตรีนี้แหละที่เราจะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ศึกษาดูงานซึ่งกันและกัน แล้วกลับมาปรับปรุงกิจกรรมเหล่านั้นให้ดียิ่งขึ้น  

สวนบัว

   Lotus Garden at Anubanyarang School.
                                       “น้ำพุพุ่งกระเซ็นเย็นกายจิต    พระอาทิตย์สาดส่องสว่างหล้า

                                   บัวพึ่งแสงไม่แล้งน้ำตระการตา   ต่างพึ่งพาเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน”

                                           “บัวบานสวยเด่น ดุจเช่นศิษย์งาม เพียรพยายาม เดินตามรอยครู”
                             “บัวงามเจิดจรัส  ศิษย์หัดหาญสู้ หยาดเหงื่อพรั่งพรู ครูอยู่เบื้องหลัง”
                      “บัวงามบานเบ่ง ศิษย์เก่งหยั่งเห็น อ่านออกคิดเป็น ครูเข็นผลักดัน”     

                                                                                   ตอฮีรน หะยีเลาะแม : ร้อยกรอง

วันพุธที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2559

สื่อภาษาผูกมิตร สร้างชีวิตดีงาม

                                                               วันแห่งความสำเร็จ
          "เข้าใจ เข้าถึง และ พัฒนา" กระผมได้น้อมนำกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯมาโดยตลอด ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ไม่ว่าจะทำกิจการใดๆก็ตาม ในการบริหารจัดการสถานศึกษา ณ โรงเรียนอนุบาลยะรังก็เฉกเช่นเดียวกัน กระผมก็ยังใช้หลักการง่ายๆตามแนวคิดที่ว่า "คนสำราญ งานสำเร็จ" โดยให้ทุกคนและทุกฝ่ายได้หันหน้าเข้าหากัน แล้วมาร่วมกันคิด ร่วมกันทำ เพื่อนำสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศ
          จากจุดเน้นของโรงเรียนอนุบาลยะรัง "โรงเรียนสะอาด บรรยากาศน่าอยู่ คุณครูสอนดี นักเรียนมีคุณภาพ" กระผมอาสาขอเป็นอีกแรงหนึ่งที่จะสืบทอดเจตนารมณ์ ด้วยความชื่นชมในผลงาน มีความตั้งใจที่จะสานต่อสิ่งเดิม และมุ่งมั่นพร้อมที่จะสร้างเสริมสิ่งใหม่ๆ เพื่อให้โรงเรียนสะอาดน่าอยู่ มองดูสวยงามมีสีสัน ร่มรื่นด้วยไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธ์ุ และรับประกันความปลอดภัยในทุกจุดของบริเวณโรงเรียนด้วยการสอดส่องดูแลอย่างทั่วถึง แล้วมาร่วมกันปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อให้นักเรียนได้มีแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย อยากที่จะมาโรงเรียนทุกวัน อันส่งผลให้นักเรียนได้กลายเป็นคนดี มีปัญญา และมีความสุข นี้คือจุดหมายปลายทางที่เราทุกฝ่ายต่างก็อยากจะเห็น
          นับว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดีในปีนี้ ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต ๒ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของกรอบและทิศทางการบริหารจัดการศึกษา ระยะ ๔ ปี (พ.ศ.๒๕๕๗ - ๒๕๖๐) จึงได้จัดกิจกรรมวันแห่งความสำเร็จ ปีการศึกษา ๒๕๕๘ ขึ้น เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๙ ณ โรงแรม ซี เอส ปัตตานี เพื่อเป็นการเชิดชูและยกย่องสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด ด้วยการจัดพิธีมอบรางวัลโล่และเกียรติบัตรจากผลการปฏิบัติงานที่ดีเลิศอันสนองตอบตามจุดเน้นต่างๆจำนวน ๑๒ ข้อ ซึ่งโรงเรียนอนุบาลยะรังสามารถคว้ามาได้ ๔ รางวัลที่สำคัญ ดังนี้ 
                 ๑.รางวัลเกียรติบัตรคะแนนI-NETมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศ (จุดเน้นข้อ ๒ เร่งรัดการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน)
                 ๒.รางวัลเกียรติบัตรและเข็มครูผู้สอนดีเด่น กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ จากคุรุสภา โดยคุณครูนิอารีฟา บินหะยีอารง (จุดเน้นข้อ ๑๐ เสริมสร้างขวัญกำลังใจครูและบุคลากรทางการศึกษา)
                 ๓.รางวัลโล่ชนะเลิศการประกวดห้องเรียนคุณภาพ ระดับช่วงชั้น ป.๑-๓ โดยคุณครูทัศนีย์ ดุลยคุปต์ (จุดเน้นข้อ ๑๑ ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาห้องเรียนคุณภาพ)    
                 ๔.รางวัลโล่ชนะเลิศการประกวดภูมิทัศน์โรงเรียน ขนาดใหญ่ (จุดเน้นข้อ ๑๒ ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาภูมิทัศน์ของโรงเรียนให้สะอาด ร่มรื่น สวยงาม)
           และที่สำคัญในช่วงขั้นรายการของการมอบรางวัลต่างๆ ทางโรงเรียนอนุบาลยะรัง ได้รับเกียรติให้นำชุดการแสดงพิเศษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ที่มีชื่อว่า รวมพลังสร้างสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีบทเพลงประกอบที่แต่งโดยคุณครูสมหมาย เจ้ยแก้ว อันเป็นชุดการแสดงที่ได้รับการชื่นชมอย่างล้นหลาม
           ทางโรงเรียนอนุบาลยะรังจึงต้องขอขอบคุณผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต ๒ พร้อมด้วยคณะทำงานฝ่ายต่างๆที่ได้ร่วมกันคิดร่วมกันตระหนักให้มีกิจกรรมที่สำคัญให้เกิดขึ้นในครั้งนี้ และต้องขอขอบคุณคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครองนักเรียน ศิษย์เก่าและชุมชนในเขตพื้นที่บริการของสถานศึกษา ทั้งขอขอบคุณคณะครู บุคลากรทุกๆฝ่าย ตลอดจนถึงนักเรียนโรงเรียนอนุบาลยะรังทุกๆชั้น ที่ได้ร่วมกันคิดร่วมกันทำ อันส่งผลทำให้โรงเรียนอนุบาลยะรังของเราประสบผลสำเร็จสามารถคว้ารางวัลต่างๆดังกล่าวมาจนได้
            คือรางวัลแห่งความภาคภูมิใจ คือเบื้องหลังของการทำงาน เบื้องหลังของความสุขสำราญ  เบื้องหลังแห่งความสำเร็จ และเบื้องหลังที่อยากจะบอก...
                    "ทุกตรอกซอกมุมดูดีมีคุณค่า เพราะเราร่วมรักษาดูแลทั่วถึง
               จุดบกพร่องต่างส่องมองคำนึง  จึงซาบซึ้งซึ่งทุกฝ่ายได้ช่วยกัน
                    รวมพลังตั้งใจกายอุทิศ  ผลผลิตคิดแตกต่างช่างสร้างสรรค์
               แด่ผู้เรียนพากเพียรรู้อยู่ทุกวัน  ทุกที่มีสีสันฝันเป็นจริง" 

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

สื่อภาษาผูกมิตร..สร้างชีวิตดีงาม

ต้อนรับเปิดเทอม เติมเต็มเพิ่มเวลารู้

          ขอต้อนรับวันเปิดภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๘ พร้อมกับนโยบายด้านการศึกษาที่สำคัญของรัฐบาลชุดปัจจุบันที่มี ฯพณฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี และ ฯพณฯ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศีกษาธิการ นั้นคือ"การลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ : Moderate Class More Knowledge" ซึ่งมีโรงเรียนนำร่องทั่วประเทศจำนวน ๔,๑๐๐ โรง ได้ร่วมกันดำเนินการทันทีตั้งแต่วันแรกของการเปิดภาคเรียนในวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

          ในช่วงประเดิมเริ่มแรกนี้จะมุ่งเน้นกิจกรรมเสริมสร้างสมอง (Head) คุณธรรม จริยธรรม (Heart) ทักษะ (Hand) และ สุขภาพ (Health) ทุกกิจกรรมล้วนแต่ต้องการเห็นนักเรียนมีความสุข สนุกสนาน มีเวลาคิด วิเคราะห์ ฝึกทักษะ สามารถสรุปใจความ เขียนเรียงความ รู้จักการถกแถลง รู้จักการเข้าสังคม ซึ่งเป็นเจตนารมณ์หลักที่นับว่าสำคัญยิ่ง อันที่จริง ได้มีการถกคุยกันมาหลายยุคหลายสมัยแล้ว หลักสูตรการศึกษาของเรานั้นอัดแน่นไปด้วยสาระการเรียนรู้ที่ยัดเยียดให้ผู้เรียนต้องร่ำเรียนกันหลายชั่วโมงในแต่ละวัน ซึ่งมากกว่าบรรดาประเทศต่างๆทั่วโลกก็ว่าได้ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน แต่ด้วยเหตุไฉน คุณภาพหรือผลผลิตที่ออกมานั้นกลับตรงกันข้าม รั้งอันดับอยู่เกือบท้ายของกลุ่มประเทศอาเซียน เป็นความจริงที่เราอาจจะต้องยอมรับเพื่อจะได้ร่วมกันปรับปรุงแก้ไข เพราะเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ยังปรากฎมีให้เห็นอยู่ และถึงแม้บางคนจะอ่านออกเขียนได้ แต่ก็จะคิด วิเคราะห์ไม่เป็น

          อาจจะกล่าวว่าเป็นนโยบายที่น่าสนใจอย่างยิ่งที่รัฐบาลได้ความสำคัญกับการจัดการศึกษาเป็นกรณีพิเศษได้เล็งเห็นถึงความตึงเครียดของผู้เรียนที่ต้องตรากตรำจดจำเนื้อหาที่อยู่ในกรอบห้องสี่เหลี่ยมเกือบตลอดทั้งวัน แล้วมอบหมายให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหลายช่วยกันหาวิธีการนำผู้เรียนออกสู่ปฏิบัติการนอกห้องเรียน(Outdoor Activities) ด้วยกิจกรรมนันทนาการที่หลากหลาย เพื่อนักเรียนจะได้ผ่อนคลายกันบ้าง

          จึงขอขอบคุณคณะครูและบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนอนุบาลยะรังทุกท่าน ที่ได้ทุ่มเทเสียสละเวลามาร่วมกันคิด ร่วมกันทำ สร้างสรรค์กิจกรรมต่างๆสำเร็จได้อย่างลุล่วงในช่วงวันปิดภาคเรียนที่ผ่านมา เพราะเราต่างก็มีจุดหมายปลายทางเดียวกันครับ "นักเรียนดี เก่ง และมีสุข"

                                                   นายตอฮีรน หะยีเลาะแม...ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลยะรัง : เขียน
                                                                                บันทึกไว้เมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๘