สภาพแวดล้อมพอเพียง
แรกเริ่มเดิมที ทีมวิทยากรที่มาอบรมบางท่านคิดไปว่า การจัดการการอบรมกับบรรดาผู้บริหารสถานศึกษานั้นมิใช่เรื่องง่าย เพราะผู้บริหารแต่ละท่านอาจจะมีป่วยการเมืองต้องมีภารกิจต่างๆขอออกไปโน่นนี่หรืออ้างโน้นอ้างนี้สารพัด แต่ที่ไหนได้กลับตรงกันข้าม ผู้อำนวยการโรงเรียนทุกท่านกระตือรือร้นสนอกสนใจให้ความร่วมมือตลอดการอบรม มีความสุข สนุกสนาน และเพลิดเพลินไปกับการเรียนรู้(Play and Learn)พร้อมๆไปกับวิทยากรอย่างไม่คาดคิด
เพราะเราคือต้นแบบผู้ที่จะต้องเป็นผู้นำทางด้านวิชาการให้กับสถานศึกษาเพื่อสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้เกิดขึ้นในสถานที่เราได้ปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะอยู่ที่โรงเรียนใดก็ตาม เราจึงกลายเป็นต้นน้ำที่จะต้องสร้างตัวอย่างที่ดีให้กับคุณครู บุคลากรอื่นๆของโรงเรียน ผู้ปกครองและชุมชน ตลอดจนถึงบุคคลที่นับว่าสำคัญที่สุดที่ได้อยู่ปลายน้ำ นั้นก็คือ นักเรียน อันเป็นจุดหมายปลายทางที่เราทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันบ่มเพาะให้เป็นไปตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีพฤติกรรมที่เหมาะสมสอดคล้องกับค่านิยมหลักของคนไทย ๑๒ ประการ และตามจุดมุ่งหมายของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติที่ต้องการให้ผู้เรียนเป็นคนดี มีปัญญา และมีความสุข
จากที่อบรมเชิงปฏิบัติการ "การจัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการบ่มเพาะคุณลักษณะอยู่อย่างพอเพียง" (Enable Environment for Sufficiency Learning) ภาคใต้ ระหว่างวันที่ ๙-๑๓ มีนาคม ๒๕๖๐ ณ โรงแรมทวินโลตัส จ.นครศรีธรรมราช ดูเหมือนว่าเป็นอะไรที่มาทันเวลาได้พอดิบพอดี แค่ได้เห็นภาพผู้บริหารทุกท่านมีความจริงจังและตั้งใจ ทุกกลุ่มทุ่มเทและมุ่งมั่นในทุกๆกิจกรรม ร่วมกันคิดร่วมกันทำ จนทุกๆภารกิจที่ได้รับมอบหมายเสร็จสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีตามเวลาที่กำหนด จึงอดไม่ได้ที่อยากจะเล่าสู่กันฟังว่า เราผู้บริหารสถานศึกษาก็พร้อมเสมอที่จะร่วมกันขับเคลื่อนการศึกษาให้เป็นไปในทางทิศเดียวกันกับทุกๆฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในเรื่องที่สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
"ระเบิดจากข้างใน"เป็นต้นทุนเดิมที่เกิดจากหัวใจของบรรดาผู้ที่เป็นผู้นำอยู่แล้ว การเสริมเติมเต็มด้วยการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการที่คุ้มค่าและได้รับประโยชน์มากมายเฉกเช่นในครั้งนี้ เป็นแรงแห่งบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ให้เราได้ถักทอสานต่องานที่พ่อทำ พร้อมที่จะนำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปปรับประยุกต์ใช้ ณ สถานที่ทำงาน ร่วมกับผู้ร่วมงานต่อไป จึงขอขอบพระคุณท่านอาจารย์ดร.ปรียานุช ธรรมปิยา เป็นอย่างสูงที่มองไกลให้ความสำคัญกับผู้บริหารไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าครูและนักเรียน
"อยู่อย่างพอเพียง เลี้ยงดูครอบครัว รวมตัวสร้างชุมชน ฝึกฝนตนที่โรงเรียน"
คำขวัญตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง...โรงเรียนอนุบาลยะรัง
วันศุกร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2560
วันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2559
สื่อภาษาผูกมิตร..สร้างชีวิตดีงาม
มารู้จักผอ.สพป.ปัตตานี เขต ๒
วันนี้ผมมีโอกาสได้พบท่านผอ.นิตย์ พรหมประสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต ๒ เป็นครั้งแรก จากที่ไม่เคยได้พูดคุยอย่างใกล้ชิดไม่เคยได้พบกันที่ไหนมาก่อน ถึงท่านเล่าประวัติมาว่าเคยรับราชการอยู่ที่จังหวัดนราธิวาสและยะลามาแล้ว แต่เราก็ไม่มีวาสนาได้เจอกันทั้งๆที่ผมเองก็เคยปฏิบัติราชการอยู่ในนราธิวาสและยะลามาเช่นกัน ด้วยความที่ว่าต่างคนก็ต่างอำเภอและต่างเขตพื้นที่การศึกษา เลยได้เจอะเจอกันในครั้งนี้เต็มไปด้วยความตื่นเต้นจนไม่ทราบว่าจะเริ่มต้นพูดคุยอย่างไรดี
ด้วยเหตุผลข้างต้น ผมจึงขอเลือกเป็นนักฟังที่ดี มีความพร้อมที่จะรับฟังแนวคิดหรือทรรศนะจากผู้นำที่ประสบความสำเร็จในชีวิตการงานอย่างใจจดใจจ่อ นับว่าคุ้มค่ากับการรอคอยยิ่ง แค่ได้รับรู้ว่าท่านจบชั้นป.๖ จากรร.บ้า่นตูปะ ต.ควนโนรี อ.โคกโพธิ์ นอกจากทำให้บรรดาครูที่เข้าร่วมประชุมถึงกับรู้สึกอึ้งไปชั่วขณะ ผมเองก็รู้สึกทึ่งในตัวท่านเช่นกัน จากโรงเรียนประถมเล็กๆที่ตั้งอยู่ในชนบท แต่อาศัยความอดทนดิ้นรนค้นคว้าพยายามติดตามเอาใจใส่ในเรื่องการศึกษา ในที่สุดสามารถผลักดันตนเองก้าวสู่เป็นผู้นำในตำแหน่งสูงสุดของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจนได้ ทำให้ผมฉุดคิดนึกถึงสัจจธรรมที่ว่า ความสำเร็จอันงดงามของชีวิตมิได้เกิดขึ้นแต่เฉพาะผู้ที่จบจากสถานศึกษาหรือสถาบันที่ดีเด่นมีชื่อเสียงเท่านั้น หากแต่เป็นทุกๆก้าวที่มุ่งไปสู่ความใฝ่ฝันของตนเองด้วยจิตใจที่มั่นคง จึงอยากจะนำแบบอย่างที่ดีนี้ไปเล่าสู่กันฟังให้กับคุณครูและนักเรียนที่โรงเรียนอนุบาลยะรังให้ได้ในเช้าวันแรกของการเปิดเรียนภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๙ ในวันพรุ่งนี้
อย่างไรก็ดี สิ่งที่ท่านได้เน้นย้ำก็คือ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ว่าเราจะอยู่เขตพื้นที่ใดก็ตาม เรามีปัญหาเดียวกันจะทำอย่างไรให้นักเรียนอ่านออกเขียนได้และคิดวิเคราะห์เป็น อันส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะคะแนนการสอบโอเน็ตที่ตกต่ำจากที่เราเกาะกลุ่มกันอยู่รั้งท้ายตารางมาทุกปี ท่านได้ชี้แนะว่า หัวใจสำคัญอยู่ที่คุณครู สอนได้ตรงตามมาตรฐานและตัวชี้วัดแล้วหรือยัง เพราะข้อสอบโอเน็ตล้วนออกมาจากมาตรฐานและตัวชี้วัดไม่ได้นอกเหนือจากนี้ นับจากนี้ไปท่านจึงได้กำชับฝากศึกษานิเทศก์ ผู้บริหาร และครูทุกคนต้องรู้มาตรฐานและตัวชี้วัดมีจำนวนทั้งหมดเท่าไหร่ และพร้อมที่จะลงมาเยื่ยมตรวจติดตามทุกๆโรงเรียนเพื่อที่จะร่วมกันขับเคลื่อนการศึกษาในภูมิภาคของเรานี้มีพัฒนาการในทางที่ดีขึ้น
จะเห็นได้ว่าท่านมีความมุ่งมั่น ตั้งใจอย่างแน่วแน่ เป็นผู้นำด้านการศึกษาอย่างแท้จริง อยากจะเห็นบางสิ่งบางอย่างมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งต่อไปนี้ศึกษานิเทศก์ที่รับผิดชอบในแต่ละกลุ่มโรงเรียนต้องลงพื้นที่ตรวจติดตามตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันพฤหัสบดี ส่วนวันศุกร์นั้นกลับมาสรุปรายงานที่เขตพื้นที่ นี้คือสิ่งที่เรารอคอยมานานที่อยากจะใด้คำแนะนำดีๆที่เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนจากผู้มีประสบการณ์ และที่สำคัญถือว่าเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ที่อยู่สถานศึกษากับนักเรียนอย่างใกล้ชิดได้ดียิ่ง
ด้วยเหตุผลข้างต้น ผมจึงขอเลือกเป็นนักฟังที่ดี มีความพร้อมที่จะรับฟังแนวคิดหรือทรรศนะจากผู้นำที่ประสบความสำเร็จในชีวิตการงานอย่างใจจดใจจ่อ นับว่าคุ้มค่ากับการรอคอยยิ่ง แค่ได้รับรู้ว่าท่านจบชั้นป.๖ จากรร.บ้า่นตูปะ ต.ควนโนรี อ.โคกโพธิ์ นอกจากทำให้บรรดาครูที่เข้าร่วมประชุมถึงกับรู้สึกอึ้งไปชั่วขณะ ผมเองก็รู้สึกทึ่งในตัวท่านเช่นกัน จากโรงเรียนประถมเล็กๆที่ตั้งอยู่ในชนบท แต่อาศัยความอดทนดิ้นรนค้นคว้าพยายามติดตามเอาใจใส่ในเรื่องการศึกษา ในที่สุดสามารถผลักดันตนเองก้าวสู่เป็นผู้นำในตำแหน่งสูงสุดของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจนได้ ทำให้ผมฉุดคิดนึกถึงสัจจธรรมที่ว่า ความสำเร็จอันงดงามของชีวิตมิได้เกิดขึ้นแต่เฉพาะผู้ที่จบจากสถานศึกษาหรือสถาบันที่ดีเด่นมีชื่อเสียงเท่านั้น หากแต่เป็นทุกๆก้าวที่มุ่งไปสู่ความใฝ่ฝันของตนเองด้วยจิตใจที่มั่นคง จึงอยากจะนำแบบอย่างที่ดีนี้ไปเล่าสู่กันฟังให้กับคุณครูและนักเรียนที่โรงเรียนอนุบาลยะรังให้ได้ในเช้าวันแรกของการเปิดเรียนภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๙ ในวันพรุ่งนี้
อย่างไรก็ดี สิ่งที่ท่านได้เน้นย้ำก็คือ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ว่าเราจะอยู่เขตพื้นที่ใดก็ตาม เรามีปัญหาเดียวกันจะทำอย่างไรให้นักเรียนอ่านออกเขียนได้และคิดวิเคราะห์เป็น อันส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะคะแนนการสอบโอเน็ตที่ตกต่ำจากที่เราเกาะกลุ่มกันอยู่รั้งท้ายตารางมาทุกปี ท่านได้ชี้แนะว่า หัวใจสำคัญอยู่ที่คุณครู สอนได้ตรงตามมาตรฐานและตัวชี้วัดแล้วหรือยัง เพราะข้อสอบโอเน็ตล้วนออกมาจากมาตรฐานและตัวชี้วัดไม่ได้นอกเหนือจากนี้ นับจากนี้ไปท่านจึงได้กำชับฝากศึกษานิเทศก์ ผู้บริหาร และครูทุกคนต้องรู้มาตรฐานและตัวชี้วัดมีจำนวนทั้งหมดเท่าไหร่ และพร้อมที่จะลงมาเยื่ยมตรวจติดตามทุกๆโรงเรียนเพื่อที่จะร่วมกันขับเคลื่อนการศึกษาในภูมิภาคของเรานี้มีพัฒนาการในทางที่ดีขึ้น
จะเห็นได้ว่าท่านมีความมุ่งมั่น ตั้งใจอย่างแน่วแน่ เป็นผู้นำด้านการศึกษาอย่างแท้จริง อยากจะเห็นบางสิ่งบางอย่างมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งต่อไปนี้ศึกษานิเทศก์ที่รับผิดชอบในแต่ละกลุ่มโรงเรียนต้องลงพื้นที่ตรวจติดตามตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันพฤหัสบดี ส่วนวันศุกร์นั้นกลับมาสรุปรายงานที่เขตพื้นที่ นี้คือสิ่งที่เรารอคอยมานานที่อยากจะใด้คำแนะนำดีๆที่เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนจากผู้มีประสบการณ์ และที่สำคัญถือว่าเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ที่อยู่สถานศึกษากับนักเรียนอย่างใกล้ชิดได้ดียิ่ง
วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2559
สื่อภาษาผูกมิตร สร้างชีวิตดีงาม
ขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง
เมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๙ โรงเรียนอนุบาลยะรัง ได้รับเกียรติบัตรพร้อมด้วยโล่เกียรติคุณผลงานการปฏิบัติที่เป็นเลิศระดับประเทศ ด้านการพัฒนาการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ณ โรงแรมแอมบาสเดอร์ พัทยา จ.ชลบุรี โดยได้รับเกียรติจากดร.ปรียานุช ธรรมปิยา ผู้อำนวยการศูนย์สถานศึกษาพอเพียง มูลนิธิยุวสถิรคุณ มาเป็นประธานในพิธีมอบพร้อมกล่าวให้โอวาท นับว่าเป็นรางวัลอันทรงคุณค่านำมาซึ่งเป็นขวัญและกำลังใจแก่คณะครูและนักเรียนโรงเรียนอนุบาลยะรังเป็นอย่างยิ่ง
หลังจากพิธีการมอบโล่ในวันดังกล่าวนั้น ทางศูนย์สถานศึกษาพอเพียง มูลนิธิยุวสถิรคุณก็ได้จัดกิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ "ลับให้คม บ่มให้ลึก: ร่วมสร้างวัฒนธรรมโรงเรียนพอเพียง" เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์การขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงระหว่างสถานศึกษาพอเพียงที่มีผลงานการปฏิบัติที่เป็นเลิศในการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในสถานศึกษากับโรงเรียนศูนย์การเรียนรู้ที่เป็นต้นแบบในการขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในสถานศึกษา เพื่อร่วมสร้างความเข้าใจ สร้างกลยุทธ์ในการขยายผลสู่สถานศึกษาและชุมชนได้อย่างเข้มแข็งต่อไป
เป็นความโชคดีที่โรงเรียนอนุบาลยะรังของเรานั้น ทั้งคณะครูและบุคลากร นักเรียนและผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา ศิษย์เก่าและชุมชนในเขตพื้นที่บริการ นายอำเภอยะรังพร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนถึงหน่วยงานต้นสังกัดคือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต ๒ได้ร่วมกันตระหนักและให้ความสำคัญกับการทำกิจกรรมต่างๆของโรงเรียนแบบมีส่วนร่วมมาโดยตลอด พร้อมกับน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นตัวตั้ง ส่งผลให้โรงเรียนเกิดความพร้อมในหลายๆด้านจนได้กลายเป็นอีกหนึ่งแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญให้กับนักเรียนและชุมชน อีกทั้งเป็นโรงเรียนต้นแบบซึ่งมีโรงเรียนอื่นๆทั้งในและนอกเขตพื้นที่การศึกษาได้มาศึกษาดูงานเป็นระยะๆ กระผมก็เลยได้ถือโอกาสนี้เล่าสู่กันฟังในเวทีเสวนาระดมพลังสมองลับให้คมเพื่อเป็นเรื่องเล่าบันดาลใจให้กับผู้เข้าร่วมอบรมในครั้งนี้ ในขณะเดียวกันก็ได้รับฟังเรื่องราวที่เพื่อนสมาชิกได้ปฏิบัติประสบผลสำเร็จซึ่งเป็นสิ่งที่คุ้มค่ายิ่งที่เราต่างฝ่ายต่างก็สามารถแบ่งปันองค์ความรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ซึ่งกันและกัน กลายเป็นสิ่งตกผลึกหรือแบบอย่างที่ดีที่เราจะได้ร่วมกันขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ขยายผลสู่ชุมชนและสังคมได้อย่างยั่งยืน
กว่าที่เราจะได้มายืนอยู่ ณ จุดแห่งความสำเร็จครั้งนี้ กระผมต้องขอขอบคุณคณะครูและบุคลากรทุกฝ่าย นักเรียนและผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา ศิษย์เก่าและชุมชนในเขตพื้นที่บริการ นายอำเภอยะรังและบรรดาหัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนถึงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต ๒ พร้อมด้วยทีมงานศึกษานิเทศก์และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่านอีกครั้ง ที่ร่วมกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ร่วมกันผลักดันส่งผลให้โรงเรียนอนุบาลยะรังของเราได้รับรางวัลผลงานการปฏิบัติที่เป็นเลิศระดับประเทศในปีนี้ ขอจบลงท้ายด้วยคำขวัญเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนอีกครั้งครับ "อยู่อย่างพอเพียง เลี้ยงดูครอบครัว รวมตัวสร้างชุมชน ฝึกฝนตนที่โรงเรียน"
เมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๙ โรงเรียนอนุบาลยะรัง ได้รับเกียรติบัตรพร้อมด้วยโล่เกียรติคุณผลงานการปฏิบัติที่เป็นเลิศระดับประเทศ ด้านการพัฒนาการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ณ โรงแรมแอมบาสเดอร์ พัทยา จ.ชลบุรี โดยได้รับเกียรติจากดร.ปรียานุช ธรรมปิยา ผู้อำนวยการศูนย์สถานศึกษาพอเพียง มูลนิธิยุวสถิรคุณ มาเป็นประธานในพิธีมอบพร้อมกล่าวให้โอวาท นับว่าเป็นรางวัลอันทรงคุณค่านำมาซึ่งเป็นขวัญและกำลังใจแก่คณะครูและนักเรียนโรงเรียนอนุบาลยะรังเป็นอย่างยิ่ง
หลังจากพิธีการมอบโล่ในวันดังกล่าวนั้น ทางศูนย์สถานศึกษาพอเพียง มูลนิธิยุวสถิรคุณก็ได้จัดกิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ "ลับให้คม บ่มให้ลึก: ร่วมสร้างวัฒนธรรมโรงเรียนพอเพียง" เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์การขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงระหว่างสถานศึกษาพอเพียงที่มีผลงานการปฏิบัติที่เป็นเลิศในการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในสถานศึกษากับโรงเรียนศูนย์การเรียนรู้ที่เป็นต้นแบบในการขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในสถานศึกษา เพื่อร่วมสร้างความเข้าใจ สร้างกลยุทธ์ในการขยายผลสู่สถานศึกษาและชุมชนได้อย่างเข้มแข็งต่อไป
เป็นความโชคดีที่โรงเรียนอนุบาลยะรังของเรานั้น ทั้งคณะครูและบุคลากร นักเรียนและผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา ศิษย์เก่าและชุมชนในเขตพื้นที่บริการ นายอำเภอยะรังพร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนถึงหน่วยงานต้นสังกัดคือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต ๒ได้ร่วมกันตระหนักและให้ความสำคัญกับการทำกิจกรรมต่างๆของโรงเรียนแบบมีส่วนร่วมมาโดยตลอด พร้อมกับน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นตัวตั้ง ส่งผลให้โรงเรียนเกิดความพร้อมในหลายๆด้านจนได้กลายเป็นอีกหนึ่งแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญให้กับนักเรียนและชุมชน อีกทั้งเป็นโรงเรียนต้นแบบซึ่งมีโรงเรียนอื่นๆทั้งในและนอกเขตพื้นที่การศึกษาได้มาศึกษาดูงานเป็นระยะๆ กระผมก็เลยได้ถือโอกาสนี้เล่าสู่กันฟังในเวทีเสวนาระดมพลังสมองลับให้คมเพื่อเป็นเรื่องเล่าบันดาลใจให้กับผู้เข้าร่วมอบรมในครั้งนี้ ในขณะเดียวกันก็ได้รับฟังเรื่องราวที่เพื่อนสมาชิกได้ปฏิบัติประสบผลสำเร็จซึ่งเป็นสิ่งที่คุ้มค่ายิ่งที่เราต่างฝ่ายต่างก็สามารถแบ่งปันองค์ความรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ซึ่งกันและกัน กลายเป็นสิ่งตกผลึกหรือแบบอย่างที่ดีที่เราจะได้ร่วมกันขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ขยายผลสู่ชุมชนและสังคมได้อย่างยั่งยืน
กว่าที่เราจะได้มายืนอยู่ ณ จุดแห่งความสำเร็จครั้งนี้ กระผมต้องขอขอบคุณคณะครูและบุคลากรทุกฝ่าย นักเรียนและผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา ศิษย์เก่าและชุมชนในเขตพื้นที่บริการ นายอำเภอยะรังและบรรดาหัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนถึงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต ๒ พร้อมด้วยทีมงานศึกษานิเทศก์และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่านอีกครั้ง ที่ร่วมกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ร่วมกันผลักดันส่งผลให้โรงเรียนอนุบาลยะรังของเราได้รับรางวัลผลงานการปฏิบัติที่เป็นเลิศระดับประเทศในปีนี้ ขอจบลงท้ายด้วยคำขวัญเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนอีกครั้งครับ "อยู่อย่างพอเพียง เลี้ยงดูครอบครัว รวมตัวสร้างชุมชน ฝึกฝนตนที่โรงเรียน"
วันเสาร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2559
HANMANI มีคุณธรรมนำความรู้
๑. คำนึงถึงคน (Human) หมายถึง
การสรรหาคัดเลือกบุคคลที่มีศักยภาพเพียงพอเข้ามาร่วมทำงาน
นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ เพราะหากเราได้ทีมงานที่เก่ง และมีคุณภาพ
การบริหารงานสถานศึกษาของเราก็จะมีคุณภาพตามมาด้วย ดังนั้น ทีมงานของเรา
ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนที่มาจากคณะครู ชุมชนหรือผู้ปกครองที่เป็นคณะกรรมการสถานศึกษา
หรือแม้กระทั่งบุคลากร ทางการศึกษาอื่นๆที่เกี่ยวข้อง บุคคลต่างๆเหล่านี้
เราต้องคัดกรองให้ดี เฟ้นหาบุคคลที่เหมาะสม หรือหากมีบุคลากรดั้งเดิมในหน่วยงานก่อนหน้าที่เราจะเข้ามา
จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาเป็นรายกรณี เพราะคนเรามีความสามารถที่แตกต่าง
จึงต้องหาแนวทางวางคนที่เหมาะกับงาน และสามารถที่จะทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นทีม
๒. คิดปรับปรุงพัฒนา (Adjustment) หมายถึง
การมองการณ์ไกล มีวิสัยทัศน์ ดูบริบทและสภาพทั่วไปของสถานศึกษา
จากอดีตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันมีจุดแข็งและจุดอ่อนอะไรบ้าง เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นในการที่จะคิดและวางแผนให้สถานศึกษาได้รับการปรับปรุงหรือพัฒนาในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ
ให้เป็นไปตามลำดับ โดยเฉพาะการพัฒนาทรัพยากรบุคคล นับว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในบรรดาปัจจัยบริหารทั้ง
4M (Man: คน Machine: เครื่องจักร Material: วัสดุ Method: กระบวนการ) เพราะคนมีชีวิตจิตใจ มีอารมณ์ มีความคิดที่แตกต่าง
คนชอบเข้าข้างตนเอง คนมีความต้องการไม่สิ้นสุด
และอีกหลายๆอย่างในเชิงลบที่ได้กลายเป็นปัญหาเกิดมาจากเพราะคน
แต่ข้อดีก็คือคนเป็นสัตว์สังคมที่สามารถฝึกฝนตนเองได้
อันเป็นแนวทางสำคัญที่เราจะได้ร่วมกันสร้างสรรค์คนดีให้มีจำนวนที่เพิ่มขึ้น เพื่อจะได้ร่วมกันจรรโลงสังคมอยู่เย็นเป็นสุข
๓. ตามความจำเป็น (Need) หมายถึง
การคำนึงถึงความต้องการหรือความจำเป็นจากหลายๆฝ่ายโดยเฉพาะผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งผู้ปกครองนักเรียนและชุมชนที่อยู่ในเขตบริการ
เขาต้องการและปรารถนาอยากเห็นสถานศึกษาดำเนินงานกิจการต่างๆไปในทิศทางใด อย่างไร
อันนี้คนที่เป็นผู้นำทางด้านการศึกษาพึงต้องทราบและรับรู้
แล้วมาร่วมกันกำหนดนโยบายและแผนงาน
เพื่อจะได้นำไปปรับปรุงและพัฒนางานให้สอดคล้องกับความต้องการจากทุกฝ่ายและตามความจำเป็นของบริบทในแต่ละพื้นที่
รวมจนถึงสอดรับกับนโยบายสำคัญจากหน่วยงานเหนือไม่ว่าจะเป็นระดับเขตพื้นที่ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ และรัฐบาล อาทิ เช่น การดำเนินการโครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ.
ที่ต่างฝ่ายปรารถนาอยากจะเห็นผู้บริหาร ครู
นักเรียนและบุคลากรทางการศึกษาได้รับการปลูกฝังคุณธรรมอัตลักษณ์ ๕ ประการ
ทางโรงเรียนอนุบาลยะรังก็ได้ประชุมระดมพลังสมองเห็นพ้องต้องกันว่า
คุณธรรมเป้าหมายที่จำเป็นที่ทุกฝ่ายพึงต้องมี
ต้องการให้เกิดขึ้นเป็นลำดับสำคัญก่อนนั้น มี ๓ ประการ จึงได้ตั้งชื่อว่า HAS นั้นก็คือ Honesty: ความซื่อสัตย์สุจริต Accountability:
ความรับผิดชอบ และSufficiency: ความพอเพียง
๔. ร่วมบริหารจัดการ (Management) หมายถึง
การเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามาบริหารจัดการการศึกษา โดยยึดระเบียบ กฎเกณฑ์
ข้อบังคับ รวมจนถึงแผนกลยุทธ์ แผนปฏิบัติการประจำปี ที่ทุกฝ่ายได้ร่วมกันกำหนดเอาไว้
ซึ่งตรงนี้
ผู้บริหารสถานศึกษาในฐานะที่เป็นตัวกลางหรือเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้ร่วมงานจากทุกฝ่าย
ต้องคอยอำนวยให้ความสะดวก สามารถติดต่อประสานงานกับทุกๆฝ่ายได้เป็นอย่างดี
มีทั้งศาสตร์และศิลป์ในการบริหารจัดการกิจการต่างๆของสถานศึกษา
สำหรับการดำเนินการขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณธรรม
สพฐ.ของโรงเรียนอนุบาลยะรังนั้น บนพื้นฐานแห่งความเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ว่า
ดีต้องมาก่อนเก่ง
ทุกฝ่ายจึงได้มีส่วนร่วมในการบริหารกิจกรรมโครงงานต่างๆที่ได้ร่วมกันจัดทำขึ้น
ซึ่งขณะนี้มีทั้งหมด ๙ โครงงาน
๕.มุ่งให้เกิดผลสัมฤทธิ์ (Achievement) หมายถึง การตรวจสอบผลการปฏิบัติงานตามกิจกรรม โครงงานและโครงการต่างๆที่แต่ละฝ่ายได้รับมอบหมาย
ประสบผลสำเร็จมากน้อยแค่ไหน เป็นไปตามเป้าหมายหรือบรรลุตามวัตถุประสงค์เท่าใด
และสอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ แผนปฏิบัติการประจำปีหรือไม่ ซึ่งเป็นข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญในการที่จะทำการวิเคราะห์
วิจัย และพัฒนา
ถือว่าเป็นการปรับปรุงกระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่องอันสอดคล้องกับหลักการบริหารมุ่งคุณภาพทั้งองค์การที่ทุกคนต้องมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน
(Total Quality Management) ทั้งนี้ ก็เพื่อให้ผู้ร่วมงานทุกฝ่ายรวมทั้งนักเรียนมีคุณธรรมนำความรู้ตามคุณธรรมเป้าหมาย
และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนนั้นดีขึ้นอันเป็นผลพลอยได้ที่ตามมา ซึ่งเป็นไปตามจุดมุ่งหมายที่สังคมต้องการ
นั้นก็คือ เป็นคนดี มีปัญญา และมีความสุข จากการดำเนินการขับเคลื่อนกิจกรรม
โครงงาน และโครงการต่างๆที่สอดคล้องกับแนวทางของโครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. จะเห็นได้ว่า
โรงเรียนอนุบาลยะรังได้รับการยอมรับจากทุกๆฝ่าย ทั้งสถานศึกษา ผู้บริหาร
ครูและนักเรียน มีผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practice)
ที่ปรากฎเห็นเป็นประจักษ์ตั้งแต่ระดับกลุมโรงเรียน เขตพื้นที่ ภูมิภาค
จนถึงระดับชาติ
อันส่งผลให้ผู้ปกครองไว้วางใจส่งบุตรหลานเข้ามาเรียนเป็นจำนวนมากในทุกปีการศึกษา
๖. เสริมสร้างเครือข่าย (Network) หมายถึง
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน ใครมีอะไรดีก็ต้อง เผยแพร่ประชาสัมพันธ์แก่เพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนร่วมวิชาชีพทั้งในกลุ่มโรงเรียน
ในเขตพื้นที่และนอกเขตพื้นที่ ตลอดจนถึงบุคคลทั่วไปที่สนใจ โรงเรียนอนุบาลยะรังได้มีโอกาสออกไปนำเสนอเผยแพร่ผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ
(Best Practice) มาโดยตลอด กอปรกับมีจำนวนหลายโรงเรียนทั้งในและนอกเขตพื้นที่ได้มาเยี่ยมเยียนศึกษาดูงาน
ณ โรงเรียนอนุบาลยะรัง อาทิ เช่น ผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practice)
ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนและผู้บริหาร
การนำเสนอโครงงานคุณธรรมของนักเรียนและครู เป็นต้น
๗. เติมเต็มด้วยความรัก (I love you) หมายถึง
การทำงานกับเพื่อนร่วมงานทั้งในและนอกโรงเรียนที่เป็นเครือข่ายของเราอย่างเป็นกัลยาณมิตร
มีการเอาใจใส่ให้กำลังใจอยู่ตลอดเวลา
เป็นการเสริมสร้างบรรยากาศที่ดีในสถานที่ทำงาน กระตุ้นให้ทุกคนทำงานด้วยใจรัก
รักในหน้าที่การงานของตน รักทุกๆคนที่เป็นเพื่อนร่วมงาน และที่สำคัญ
รักนักเรียนทุกคนดั่งลูกของตนเอง เพราะเขาเหล่านั้นคือทรัพยากรบุคคลที่มีค่ายิ่งเหนือสิ่งอื่นใด
เป็นกำลังสำคัญของชาติพร้อมที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีและมีคุณภาพต่อไปในวันข้างหน้า
สักวันหนึ่งอาจจะกลับมาเป็นครูหรือบุคลากที่เป็นเพื่อนร่วมงานกับเราอีกก็เป็นไปได้
หรืออย่างน้อยก็เป็นศิษย์เก่าอาจจะได้เป็นถึงกรรมการสถานศึกษา
ก็ยังถือว่าเป็นบุคคลที่สำคัญอีกคนหนึ่งซึ่งจะต้องกลับมาร่วมสร้างสรรค์คนดีมีคุณธรรมให้กับประเทศชาติสืบไป
จุดเน้น
ให้ทุกคนได้หันหน้าเข้าหากัน ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ร่วมกันสร้างสรรค์คนดี มีคุณธรรมเป้าหมาย “HAS” มีความซื่อสัตย์สุจริต
มีความรับผิดชอบ มีความพอเพียง เพื่อนำสถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลยะรังเข้าสู่สู่โรงเรียนคุณธรรม สพฐ.อย่างยั่งยืน
ข้อสังเกต หากจะเปรียบเทียบ HANMANI เทคนิคหรือวิธีการการบริหารงาน
๗ ประการ ที่ผู้นำทางด้านการศึกษาต้องคำนึงถึง กับ PDCA วงจรการบริหารงานคุณภาพของเดลมิ่งแล้ว
จะเห็นได้ว่า ช่วงคำนึงถึงคน (Human) คิดปรับปรุงพัฒนา
(Adjustment) และตามความจำเป็น (Need)
เป็นช่วงของการวางแผน (Plan)
ในขณะที่ทุกฝ่ายได้ร่วมบริหารจัดการ (Management) กิจกรรม โครงงานหรือโครงการต่างๆนั้นเป็นช่วงของการปฏิบัติ
(Do) ส่วนช่วงมุ่งให้เกิดผลสัมฤทธิ์ (Achievement) โดยผ่านการตรวจสอบและประเมินผลกิจกรรม
โครงงานหรือโครงการต่างๆอย่างเป็นระยะๆ นับว่าเป็นช่วงของการตรวจสอบ (Check) และสุดท้ายช่วงเสริมสร้างเครือข่าย (Network) กับเติมเต็มด้วยความรัก
(I love you) เป็นช่วงของการดำเนินงานให้เหมาะสม (Act) กิจกรรมอะไรที่กลายเป็นผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices)
เราก็ดำเนินการต่อไปให้ต่อเนื่องพร้อมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แก่เพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนร่วมวิชาชีพที่เป็นเครือข่ายของเรา
ในขณะเดียวกัน กิจกรรมอะไรที่ยังไม่บรรลุตามวัตถุประสงค์หรือไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร
ก็ด้วยเครือข่ายที่เราได้สร้างมิตรภาพผูกพันรักสัมพันธ์ไมตรีนี้แหละที่เราจะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ศึกษาดูงานซึ่งกันและกัน
แล้วกลับมาปรับปรุงกิจกรรมเหล่านั้นให้ดียิ่งขึ้น
สวนบัว
Lotus Garden at Anubanyarang School.
“น้ำพุพุ่งกระเซ็นเย็นกายจิต พระอาทิตย์สาดส่องสว่างหล้า
บัวพึ่งแสงไม่แล้งน้ำตระการตา ต่างพึ่งพาเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน”
“บัวบานสวยเด่น ดุจเช่นศิษย์งาม เพียรพยายาม เดินตามรอยครู”
“บัวงามเจิดจรัส ศิษย์หัดหาญสู้ หยาดเหงื่อพรั่งพรู
ครูอยู่เบื้องหลัง”
“บัวงามบานเบ่ง ศิษย์เก่งหยั่งเห็น
อ่านออกคิดเป็น ครูเข็นผลักดัน”
ตอฮีรน
หะยีเลาะแม
: ร้อยกรอง
วันพุธที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2559
สื่อภาษาผูกมิตร สร้างชีวิตดีงาม
วันแห่งความสำเร็จ
"เข้าใจ เข้าถึง และ พัฒนา" กระผมได้น้อมนำกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯมาโดยตลอด ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ไม่ว่าจะทำกิจการใดๆก็ตาม ในการบริหารจัดการสถานศึกษา ณ โรงเรียนอนุบาลยะรังก็เฉกเช่นเดียวกัน กระผมก็ยังใช้หลักการง่ายๆตามแนวคิดที่ว่า "คนสำราญ งานสำเร็จ" โดยให้ทุกคนและทุกฝ่ายได้หันหน้าเข้าหากัน แล้วมาร่วมกันคิด ร่วมกันทำ เพื่อนำสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศ
จากจุดเน้นของโรงเรียนอนุบาลยะรัง "โรงเรียนสะอาด บรรยากาศน่าอยู่ คุณครูสอนดี นักเรียนมีคุณภาพ" กระผมอาสาขอเป็นอีกแรงหนึ่งที่จะสืบทอดเจตนารมณ์ ด้วยความชื่นชมในผลงาน มีความตั้งใจที่จะสานต่อสิ่งเดิม และมุ่งมั่นพร้อมที่จะสร้างเสริมสิ่งใหม่ๆ เพื่อให้โรงเรียนสะอาดน่าอยู่ มองดูสวยงามมีสีสัน ร่มรื่นด้วยไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธ์ุ และรับประกันความปลอดภัยในทุกจุดของบริเวณโรงเรียนด้วยการสอดส่องดูแลอย่างทั่วถึง แล้วมาร่วมกันปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อให้นักเรียนได้มีแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย อยากที่จะมาโรงเรียนทุกวัน อันส่งผลให้นักเรียนได้กลายเป็นคนดี มีปัญญา และมีความสุข นี้คือจุดหมายปลายทางที่เราทุกฝ่ายต่างก็อยากจะเห็น
นับว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดีในปีนี้ ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต ๒ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของกรอบและทิศทางการบริหารจัดการศึกษา ระยะ ๔ ปี (พ.ศ.๒๕๕๗ - ๒๕๖๐) จึงได้จัดกิจกรรมวันแห่งความสำเร็จ ปีการศึกษา ๒๕๕๘ ขึ้น เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๙ ณ โรงแรม ซี เอส ปัตตานี เพื่อเป็นการเชิดชูและยกย่องสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด ด้วยการจัดพิธีมอบรางวัลโล่และเกียรติบัตรจากผลการปฏิบัติงานที่ดีเลิศอันสนองตอบตามจุดเน้นต่างๆจำนวน ๑๒ ข้อ ซึ่งโรงเรียนอนุบาลยะรังสามารถคว้ามาได้ ๔ รางวัลที่สำคัญ ดังนี้
๑.รางวัลเกียรติบัตรคะแนนI-NETมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศ (จุดเน้นข้อ ๒ เร่งรัดการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน)
๒.รางวัลเกียรติบัตรและเข็มครูผู้สอนดีเด่น กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ จากคุรุสภา โดยคุณครูนิอารีฟา บินหะยีอารง (จุดเน้นข้อ ๑๐ เสริมสร้างขวัญกำลังใจครูและบุคลากรทางการศึกษา)
๓.รางวัลโล่ชนะเลิศการประกวดห้องเรียนคุณภาพ ระดับช่วงชั้น ป.๑-๓ โดยคุณครูทัศนีย์ ดุลยคุปต์ (จุดเน้นข้อ ๑๑ ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาห้องเรียนคุณภาพ)
๔.รางวัลโล่ชนะเลิศการประกวดภูมิทัศน์โรงเรียน ขนาดใหญ่ (จุดเน้นข้อ ๑๒ ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาภูมิทัศน์ของโรงเรียนให้สะอาด ร่มรื่น สวยงาม)
และที่สำคัญในช่วงขั้นรายการของการมอบรางวัลต่างๆ ทางโรงเรียนอนุบาลยะรัง ได้รับเกียรติให้นำชุดการแสดงพิเศษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ที่มีชื่อว่า รวมพลังสร้างสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีบทเพลงประกอบที่แต่งโดยคุณครูสมหมาย เจ้ยแก้ว อันเป็นชุดการแสดงที่ได้รับการชื่นชมอย่างล้นหลาม
ทางโรงเรียนอนุบาลยะรังจึงต้องขอขอบคุณผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต ๒ พร้อมด้วยคณะทำงานฝ่ายต่างๆที่ได้ร่วมกันคิดร่วมกันตระหนักให้มีกิจกรรมที่สำคัญให้เกิดขึ้นในครั้งนี้ และต้องขอขอบคุณคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครองนักเรียน ศิษย์เก่าและชุมชนในเขตพื้นที่บริการของสถานศึกษา ทั้งขอขอบคุณคณะครู บุคลากรทุกๆฝ่าย ตลอดจนถึงนักเรียนโรงเรียนอนุบาลยะรังทุกๆชั้น ที่ได้ร่วมกันคิดร่วมกันทำ อันส่งผลทำให้โรงเรียนอนุบาลยะรังของเราประสบผลสำเร็จสามารถคว้ารางวัลต่างๆดังกล่าวมาจนได้
คือรางวัลแห่งความภาคภูมิใจ คือเบื้องหลังของการทำงาน เบื้องหลังของความสุขสำราญ เบื้องหลังแห่งความสำเร็จ และเบื้องหลังที่อยากจะบอก...
"ทุกตรอกซอกมุมดูดีมีคุณค่า เพราะเราร่วมรักษาดูแลทั่วถึง
จุดบกพร่องต่างส่องมองคำนึง จึงซาบซึ้งซึ่งทุกฝ่ายได้ช่วยกัน
รวมพลังตั้งใจกายอุทิศ ผลผลิตคิดแตกต่างช่างสร้างสรรค์
แด่ผู้เรียนพากเพียรรู้อยู่ทุกวัน ทุกที่มีสีสันฝันเป็นจริง"
"เข้าใจ เข้าถึง และ พัฒนา" กระผมได้น้อมนำกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯมาโดยตลอด ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ไม่ว่าจะทำกิจการใดๆก็ตาม ในการบริหารจัดการสถานศึกษา ณ โรงเรียนอนุบาลยะรังก็เฉกเช่นเดียวกัน กระผมก็ยังใช้หลักการง่ายๆตามแนวคิดที่ว่า "คนสำราญ งานสำเร็จ" โดยให้ทุกคนและทุกฝ่ายได้หันหน้าเข้าหากัน แล้วมาร่วมกันคิด ร่วมกันทำ เพื่อนำสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศ
จากจุดเน้นของโรงเรียนอนุบาลยะรัง "โรงเรียนสะอาด บรรยากาศน่าอยู่ คุณครูสอนดี นักเรียนมีคุณภาพ" กระผมอาสาขอเป็นอีกแรงหนึ่งที่จะสืบทอดเจตนารมณ์ ด้วยความชื่นชมในผลงาน มีความตั้งใจที่จะสานต่อสิ่งเดิม และมุ่งมั่นพร้อมที่จะสร้างเสริมสิ่งใหม่ๆ เพื่อให้โรงเรียนสะอาดน่าอยู่ มองดูสวยงามมีสีสัน ร่มรื่นด้วยไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธ์ุ และรับประกันความปลอดภัยในทุกจุดของบริเวณโรงเรียนด้วยการสอดส่องดูแลอย่างทั่วถึง แล้วมาร่วมกันปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อให้นักเรียนได้มีแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย อยากที่จะมาโรงเรียนทุกวัน อันส่งผลให้นักเรียนได้กลายเป็นคนดี มีปัญญา และมีความสุข นี้คือจุดหมายปลายทางที่เราทุกฝ่ายต่างก็อยากจะเห็น
นับว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดีในปีนี้ ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต ๒ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของกรอบและทิศทางการบริหารจัดการศึกษา ระยะ ๔ ปี (พ.ศ.๒๕๕๗ - ๒๕๖๐) จึงได้จัดกิจกรรมวันแห่งความสำเร็จ ปีการศึกษา ๒๕๕๘ ขึ้น เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๙ ณ โรงแรม ซี เอส ปัตตานี เพื่อเป็นการเชิดชูและยกย่องสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด ด้วยการจัดพิธีมอบรางวัลโล่และเกียรติบัตรจากผลการปฏิบัติงานที่ดีเลิศอันสนองตอบตามจุดเน้นต่างๆจำนวน ๑๒ ข้อ ซึ่งโรงเรียนอนุบาลยะรังสามารถคว้ามาได้ ๔ รางวัลที่สำคัญ ดังนี้
๑.รางวัลเกียรติบัตรคะแนนI-NETมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศ (จุดเน้นข้อ ๒ เร่งรัดการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน)
๒.รางวัลเกียรติบัตรและเข็มครูผู้สอนดีเด่น กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ จากคุรุสภา โดยคุณครูนิอารีฟา บินหะยีอารง (จุดเน้นข้อ ๑๐ เสริมสร้างขวัญกำลังใจครูและบุคลากรทางการศึกษา)
๓.รางวัลโล่ชนะเลิศการประกวดห้องเรียนคุณภาพ ระดับช่วงชั้น ป.๑-๓ โดยคุณครูทัศนีย์ ดุลยคุปต์ (จุดเน้นข้อ ๑๑ ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาห้องเรียนคุณภาพ)
๔.รางวัลโล่ชนะเลิศการประกวดภูมิทัศน์โรงเรียน ขนาดใหญ่ (จุดเน้นข้อ ๑๒ ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาภูมิทัศน์ของโรงเรียนให้สะอาด ร่มรื่น สวยงาม)
และที่สำคัญในช่วงขั้นรายการของการมอบรางวัลต่างๆ ทางโรงเรียนอนุบาลยะรัง ได้รับเกียรติให้นำชุดการแสดงพิเศษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ที่มีชื่อว่า รวมพลังสร้างสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีบทเพลงประกอบที่แต่งโดยคุณครูสมหมาย เจ้ยแก้ว อันเป็นชุดการแสดงที่ได้รับการชื่นชมอย่างล้นหลาม
ทางโรงเรียนอนุบาลยะรังจึงต้องขอขอบคุณผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต ๒ พร้อมด้วยคณะทำงานฝ่ายต่างๆที่ได้ร่วมกันคิดร่วมกันตระหนักให้มีกิจกรรมที่สำคัญให้เกิดขึ้นในครั้งนี้ และต้องขอขอบคุณคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครองนักเรียน ศิษย์เก่าและชุมชนในเขตพื้นที่บริการของสถานศึกษา ทั้งขอขอบคุณคณะครู บุคลากรทุกๆฝ่าย ตลอดจนถึงนักเรียนโรงเรียนอนุบาลยะรังทุกๆชั้น ที่ได้ร่วมกันคิดร่วมกันทำ อันส่งผลทำให้โรงเรียนอนุบาลยะรังของเราประสบผลสำเร็จสามารถคว้ารางวัลต่างๆดังกล่าวมาจนได้
คือรางวัลแห่งความภาคภูมิใจ คือเบื้องหลังของการทำงาน เบื้องหลังของความสุขสำราญ เบื้องหลังแห่งความสำเร็จ และเบื้องหลังที่อยากจะบอก...
"ทุกตรอกซอกมุมดูดีมีคุณค่า เพราะเราร่วมรักษาดูแลทั่วถึง
จุดบกพร่องต่างส่องมองคำนึง จึงซาบซึ้งซึ่งทุกฝ่ายได้ช่วยกัน
รวมพลังตั้งใจกายอุทิศ ผลผลิตคิดแตกต่างช่างสร้างสรรค์
แด่ผู้เรียนพากเพียรรู้อยู่ทุกวัน ทุกที่มีสีสันฝันเป็นจริง"
วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
สื่อภาษาผูกมิตร..สร้างชีวิตดีงาม
ขอต้อนรับวันเปิดภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๘ พร้อมกับนโยบายด้านการศึกษาที่สำคัญของรัฐบาลชุดปัจจุบันที่มี ฯพณฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี และ ฯพณฯ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศีกษาธิการ นั้นคือ"การลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ : Moderate Class More Knowledge" ซึ่งมีโรงเรียนนำร่องทั่วประเทศจำนวน ๔,๑๐๐ โรง ได้ร่วมกันดำเนินการทันทีตั้งแต่วันแรกของการเปิดภาคเรียนในวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๘
ในช่วงประเดิมเริ่มแรกนี้จะมุ่งเน้นกิจกรรมเสริมสร้างสมอง (Head) คุณธรรม จริยธรรม (Heart) ทักษะ (Hand) และ สุขภาพ (Health) ทุกกิจกรรมล้วนแต่ต้องการเห็นนักเรียนมีความสุข สนุกสนาน มีเวลาคิด วิเคราะห์ ฝึกทักษะ สามารถสรุปใจความ เขียนเรียงความ รู้จักการถกแถลง รู้จักการเข้าสังคม ซึ่งเป็นเจตนารมณ์หลักที่นับว่าสำคัญยิ่ง อันที่จริง ได้มีการถกคุยกันมาหลายยุคหลายสมัยแล้ว หลักสูตรการศึกษาของเรานั้นอัดแน่นไปด้วยสาระการเรียนรู้ที่ยัดเยียดให้ผู้เรียนต้องร่ำเรียนกันหลายชั่วโมงในแต่ละวัน ซึ่งมากกว่าบรรดาประเทศต่างๆทั่วโลกก็ว่าได้ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน แต่ด้วยเหตุไฉน คุณภาพหรือผลผลิตที่ออกมานั้นกลับตรงกันข้าม รั้งอันดับอยู่เกือบท้ายของกลุ่มประเทศอาเซียน เป็นความจริงที่เราอาจจะต้องยอมรับเพื่อจะได้ร่วมกันปรับปรุงแก้ไข เพราะเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ยังปรากฎมีให้เห็นอยู่ และถึงแม้บางคนจะอ่านออกเขียนได้ แต่ก็จะคิด วิเคราะห์ไม่เป็น
อาจจะกล่าวว่าเป็นนโยบายที่น่าสนใจอย่างยิ่งที่รัฐบาลได้ความสำคัญกับการจัดการศึกษาเป็นกรณีพิเศษได้เล็งเห็นถึงความตึงเครียดของผู้เรียนที่ต้องตรากตรำจดจำเนื้อหาที่อยู่ในกรอบห้องสี่เหลี่ยมเกือบตลอดทั้งวัน แล้วมอบหมายให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหลายช่วยกันหาวิธีการนำผู้เรียนออกสู่ปฏิบัติการนอกห้องเรียน(Outdoor Activities) ด้วยกิจกรรมนันทนาการที่หลากหลาย เพื่อนักเรียนจะได้ผ่อนคลายกันบ้าง
จึงขอขอบคุณคณะครูและบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนอนุบาลยะรังทุกท่าน ที่ได้ทุ่มเทเสียสละเวลามาร่วมกันคิด ร่วมกันทำ สร้างสรรค์กิจกรรมต่างๆสำเร็จได้อย่างลุล่วงในช่วงวันปิดภาคเรียนที่ผ่านมา เพราะเราต่างก็มีจุดหมายปลายทางเดียวกันครับ "นักเรียนดี เก่ง และมีสุข"
นายตอฮีรน หะยีเลาะแม...ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลยะรัง : เขียน
บันทึกไว้เมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๘
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)








