วันเสาร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2559

HANMANI มีคุณธรรมนำความรู้


HANMANI คือ เทคนิคหรือวิธีการการบริหารงาน ๗ ประการ ที่ผู้นำทางด้านการศึกษาต้องคำนึงถึง
    ๑. คำนึงถึงคน (Human) หมายถึง การสรรหาคัดเลือกบุคคลที่มีศักยภาพเพียงพอเข้ามาร่วมทำงาน นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ เพราะหากเราได้ทีมงานที่เก่ง และมีคุณภาพ การบริหารงานสถานศึกษาของเราก็จะมีคุณภาพตามมาด้วย ดังนั้น ทีมงานของเรา ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนที่มาจากคณะครู ชุมชนหรือผู้ปกครองที่เป็นคณะกรรมการสถานศึกษา หรือแม้กระทั่งบุคลากร ทางการศึกษาอื่นๆที่เกี่ยวข้อง บุคคลต่างๆเหล่านี้ เราต้องคัดกรองให้ดี เฟ้นหาบุคคลที่เหมาะสม หรือหากมีบุคลากรดั้งเดิมในหน่วยงานก่อนหน้าที่เราจะเข้ามา จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาเป็นรายกรณี เพราะคนเรามีความสามารถที่แตกต่าง จึงต้องหาแนวทางวางคนที่เหมาะกับงาน และสามารถที่จะทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นทีม
    ๒. คิดปรับปรุงพัฒนา (Adjustment) หมายถึง การมองการณ์ไกล มีวิสัยทัศน์ ดูบริบทและสภาพทั่วไปของสถานศึกษา จากอดีตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันมีจุดแข็งและจุดอ่อนอะไรบ้าง เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นในการที่จะคิดและวางแผนให้สถานศึกษาได้รับการปรับปรุงหรือพัฒนาในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ให้เป็นไปตามลำดับ โดยเฉพาะการพัฒนาทรัพยากรบุคคล นับว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในบรรดาปัจจัยบริหารทั้ง 4M (Man: คน Machine: เครื่องจักร Material: วัสดุ Method: กระบวนการ) เพราะคนมีชีวิตจิตใจ มีอารมณ์ มีความคิดที่แตกต่าง คนชอบเข้าข้างตนเอง คนมีความต้องการไม่สิ้นสุด และอีกหลายๆอย่างในเชิงลบที่ได้กลายเป็นปัญหาเกิดมาจากเพราะคน แต่ข้อดีก็คือคนเป็นสัตว์สังคมที่สามารถฝึกฝนตนเองได้ อันเป็นแนวทางสำคัญที่เราจะได้ร่วมกันสร้างสรรค์คนดีให้มีจำนวนที่เพิ่มขึ้น เพื่อจะได้ร่วมกันจรรโลงสังคมอยู่เย็นเป็นสุข
    ๓. ตามความจำเป็น (Need) หมายถึง การคำนึงถึงความต้องการหรือความจำเป็นจากหลายๆฝ่ายโดยเฉพาะผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งผู้ปกครองนักเรียนและชุมชนที่อยู่ในเขตบริการ เขาต้องการและปรารถนาอยากเห็นสถานศึกษาดำเนินงานกิจการต่างๆไปในทิศทางใด อย่างไร อันนี้คนที่เป็นผู้นำทางด้านการศึกษาพึงต้องทราบและรับรู้ แล้วมาร่วมกันกำหนดนโยบายและแผนงาน เพื่อจะได้นำไปปรับปรุงและพัฒนางานให้สอดคล้องกับความต้องการจากทุกฝ่ายและตามความจำเป็นของบริบทในแต่ละพื้นที่ รวมจนถึงสอดรับกับนโยบายสำคัญจากหน่วยงานเหนือไม่ว่าจะเป็นระดับเขตพื้นที่ สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการ และรัฐบาล อาทิ เช่น การดำเนินการโครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. ที่ต่างฝ่ายปรารถนาอยากจะเห็นผู้บริหาร ครู นักเรียนและบุคลากรทางการศึกษาได้รับการปลูกฝังคุณธรรมอัตลักษณ์ ๕ ประการ ทางโรงเรียนอนุบาลยะรังก็ได้ประชุมระดมพลังสมองเห็นพ้องต้องกันว่า คุณธรรมเป้าหมายที่จำเป็นที่ทุกฝ่ายพึงต้องมี ต้องการให้เกิดขึ้นเป็นลำดับสำคัญก่อนนั้น มี ๓ ประการ จึงได้ตั้งชื่อว่า HAS นั้นก็คือ Honesty: ความซื่อสัตย์สุจริต Accountability: ความรับผิดชอบ และSufficiency: ความพอเพียง
    ๔. ร่วมบริหารจัดการ (Management) หมายถึง การเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามาบริหารจัดการการศึกษา โดยยึดระเบียบ กฎเกณฑ์ ข้อบังคับ รวมจนถึงแผนกลยุทธ์ แผนปฏิบัติการประจำปี ที่ทุกฝ่ายได้ร่วมกันกำหนดเอาไว้ ซึ่งตรงนี้ ผู้บริหารสถานศึกษาในฐานะที่เป็นตัวกลางหรือเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้ร่วมงานจากทุกฝ่าย ต้องคอยอำนวยให้ความสะดวก สามารถติดต่อประสานงานกับทุกๆฝ่ายได้เป็นอย่างดี มีทั้งศาสตร์และศิลป์ในการบริหารจัดการกิจการต่างๆของสถานศึกษา สำหรับการดำเนินการขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ.ของโรงเรียนอนุบาลยะรังนั้น บนพื้นฐานแห่งความเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ว่า ดีต้องมาก่อนเก่ง ทุกฝ่ายจึงได้มีส่วนร่วมในการบริหารกิจกรรมโครงงานต่างๆที่ได้ร่วมกันจัดทำขึ้น ซึ่งขณะนี้มีทั้งหมด ๙ โครงงาน
    ๕.มุ่งให้เกิดผลสัมฤทธิ์ (Achievement) หมายถึง การตรวจสอบผลการปฏิบัติงานตามกิจกรรม โครงงานและโครงการต่างๆที่แต่ละฝ่ายได้รับมอบหมาย ประสบผลสำเร็จมากน้อยแค่ไหน เป็นไปตามเป้าหมายหรือบรรลุตามวัตถุประสงค์เท่าใด และสอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ แผนปฏิบัติการประจำปีหรือไม่ ซึ่งเป็นข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญในการที่จะทำการวิเคราะห์ วิจัย และพัฒนา ถือว่าเป็นการปรับปรุงกระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่องอันสอดคล้องกับหลักการบริหารมุ่งคุณภาพทั้งองค์การที่ทุกคนต้องมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน (Total Quality Management) ทั้งนี้ ก็เพื่อให้ผู้ร่วมงานทุกฝ่ายรวมทั้งนักเรียนมีคุณธรรมนำความรู้ตามคุณธรรมเป้าหมาย และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนนั้นดีขึ้นอันเป็นผลพลอยได้ที่ตามมา ซึ่งเป็นไปตามจุดมุ่งหมายที่สังคมต้องการ นั้นก็คือ เป็นคนดี มีปัญญา และมีความสุข จากการดำเนินการขับเคลื่อนกิจกรรม โครงงาน และโครงการต่างๆที่สอดคล้องกับแนวทางของโครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. จะเห็นได้ว่า โรงเรียนอนุบาลยะรังได้รับการยอมรับจากทุกๆฝ่าย ทั้งสถานศึกษา ผู้บริหาร ครูและนักเรียน มีผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practice) ที่ปรากฎเห็นเป็นประจักษ์ตั้งแต่ระดับกลุมโรงเรียน เขตพื้นที่ ภูมิภาค จนถึงระดับชาติ อันส่งผลให้ผู้ปกครองไว้วางใจส่งบุตรหลานเข้ามาเรียนเป็นจำนวนมากในทุกปีการศึกษา
    ๖. เสริมสร้างเครือข่าย (Network) หมายถึง การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน ใครมีอะไรดีก็ต้อง เผยแพร่ประชาสัมพันธ์แก่เพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนร่วมวิชาชีพทั้งในกลุ่มโรงเรียน ในเขตพื้นที่และนอกเขตพื้นที่ ตลอดจนถึงบุคคลทั่วไปที่สนใจ  โรงเรียนอนุบาลยะรังได้มีโอกาสออกไปนำเสนอเผยแพร่ผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practice) มาโดยตลอด กอปรกับมีจำนวนหลายโรงเรียนทั้งในและนอกเขตพื้นที่ได้มาเยี่ยมเยียนศึกษาดูงาน
ณ โรงเรียนอนุบาลยะรัง อาทิ เช่น ผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practice) ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนและผู้บริหาร การนำเสนอโครงงานคุณธรรมของนักเรียนและครู เป็นต้น
    ๗. เติมเต็มด้วยความรัก (I love you) หมายถึง การทำงานกับเพื่อนร่วมงานทั้งในและนอกโรงเรียนที่เป็นเครือข่ายของเราอย่างเป็นกัลยาณมิตร มีการเอาใจใส่ให้กำลังใจอยู่ตลอดเวลา เป็นการเสริมสร้างบรรยากาศที่ดีในสถานที่ทำงาน กระตุ้นให้ทุกคนทำงานด้วยใจรัก รักในหน้าที่การงานของตน รักทุกๆคนที่เป็นเพื่อนร่วมงาน และที่สำคัญ รักนักเรียนทุกคนดั่งลูกของตนเอง เพราะเขาเหล่านั้นคือทรัพยากรบุคคลที่มีค่ายิ่งเหนือสิ่งอื่นใด เป็นกำลังสำคัญของชาติพร้อมที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีและมีคุณภาพต่อไปในวันข้างหน้า สักวันหนึ่งอาจจะกลับมาเป็นครูหรือบุคลากที่เป็นเพื่อนร่วมงานกับเราอีกก็เป็นไปได้ หรืออย่างน้อยก็เป็นศิษย์เก่าอาจจะได้เป็นถึงกรรมการสถานศึกษา ก็ยังถือว่าเป็นบุคคลที่สำคัญอีกคนหนึ่งซึ่งจะต้องกลับมาร่วมสร้างสรรค์คนดีมีคุณธรรมให้กับประเทศชาติสืบไป 
        จุดเน้น ให้ทุกคนได้หันหน้าเข้าหากัน ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ร่วมกันสร้างสรรค์คนดี มีคุณธรรมเป้าหมาย HAS มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ มีความพอเพียง เพื่อนำสถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลยะรังเข้าสู่สู่โรงเรียนคุณธรรม สพฐ.อย่างยั่งยืน 
         ข้อสังเกต หากจะเปรียบเทียบ HANMANI เทคนิคหรือวิธีการการบริหารงาน ๗ ประการ ที่ผู้นำทางด้านการศึกษาต้องคำนึงถึง กับ PDCA วงจรการบริหารงานคุณภาพของเดลมิ่งแล้ว จะเห็นได้ว่า ช่วงคำนึงถึงคน (Human) คิดปรับปรุงพัฒนา (Adjustment) และตามความจำเป็น (Need) เป็นช่วงของการวางแผน (Plan) ในขณะที่ทุกฝ่ายได้ร่วมบริหารจัดการ (Management) กิจกรรม โครงงานหรือโครงการต่างๆนั้นเป็นช่วงของการปฏิบัติ (Do) ส่วนช่วงมุ่งให้เกิดผลสัมฤทธิ์ (Achievement) โดยผ่านการตรวจสอบและประเมินผลกิจกรรม โครงงานหรือโครงการต่างๆอย่างเป็นระยะๆ นับว่าเป็นช่วงของการตรวจสอบ (Check) และสุดท้ายช่วงเสริมสร้างเครือข่าย (Network) กับเติมเต็มด้วยความรัก (I love you) เป็นช่วงของการดำเนินงานให้เหมาะสม (Act) กิจกรรมอะไรที่กลายเป็นผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) เราก็ดำเนินการต่อไปให้ต่อเนื่องพร้อมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แก่เพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนร่วมวิชาชีพที่เป็นเครือข่ายของเรา ในขณะเดียวกัน กิจกรรมอะไรที่ยังไม่บรรลุตามวัตถุประสงค์หรือไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ก็ด้วยเครือข่ายที่เราได้สร้างมิตรภาพผูกพันรักสัมพันธ์ไมตรีนี้แหละที่เราจะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ศึกษาดูงานซึ่งกันและกัน แล้วกลับมาปรับปรุงกิจกรรมเหล่านั้นให้ดียิ่งขึ้น  

สวนบัว

   Lotus Garden at Anubanyarang School.
                                       “น้ำพุพุ่งกระเซ็นเย็นกายจิต    พระอาทิตย์สาดส่องสว่างหล้า

                                   บัวพึ่งแสงไม่แล้งน้ำตระการตา   ต่างพึ่งพาเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน”

                                           “บัวบานสวยเด่น ดุจเช่นศิษย์งาม เพียรพยายาม เดินตามรอยครู”
                             “บัวงามเจิดจรัส  ศิษย์หัดหาญสู้ หยาดเหงื่อพรั่งพรู ครูอยู่เบื้องหลัง”
                      “บัวงามบานเบ่ง ศิษย์เก่งหยั่งเห็น อ่านออกคิดเป็น ครูเข็นผลักดัน”     

                                                                                   ตอฮีรน หะยีเลาะแม : ร้อยกรอง

วันพุธที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2559

สื่อภาษาผูกมิตร สร้างชีวิตดีงาม

                                                               วันแห่งความสำเร็จ
          "เข้าใจ เข้าถึง และ พัฒนา" กระผมได้น้อมนำกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯมาโดยตลอด ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ไม่ว่าจะทำกิจการใดๆก็ตาม ในการบริหารจัดการสถานศึกษา ณ โรงเรียนอนุบาลยะรังก็เฉกเช่นเดียวกัน กระผมก็ยังใช้หลักการง่ายๆตามแนวคิดที่ว่า "คนสำราญ งานสำเร็จ" โดยให้ทุกคนและทุกฝ่ายได้หันหน้าเข้าหากัน แล้วมาร่วมกันคิด ร่วมกันทำ เพื่อนำสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศ
          จากจุดเน้นของโรงเรียนอนุบาลยะรัง "โรงเรียนสะอาด บรรยากาศน่าอยู่ คุณครูสอนดี นักเรียนมีคุณภาพ" กระผมอาสาขอเป็นอีกแรงหนึ่งที่จะสืบทอดเจตนารมณ์ ด้วยความชื่นชมในผลงาน มีความตั้งใจที่จะสานต่อสิ่งเดิม และมุ่งมั่นพร้อมที่จะสร้างเสริมสิ่งใหม่ๆ เพื่อให้โรงเรียนสะอาดน่าอยู่ มองดูสวยงามมีสีสัน ร่มรื่นด้วยไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธ์ุ และรับประกันความปลอดภัยในทุกจุดของบริเวณโรงเรียนด้วยการสอดส่องดูแลอย่างทั่วถึง แล้วมาร่วมกันปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อให้นักเรียนได้มีแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย อยากที่จะมาโรงเรียนทุกวัน อันส่งผลให้นักเรียนได้กลายเป็นคนดี มีปัญญา และมีความสุข นี้คือจุดหมายปลายทางที่เราทุกฝ่ายต่างก็อยากจะเห็น
          นับว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดีในปีนี้ ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต ๒ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของกรอบและทิศทางการบริหารจัดการศึกษา ระยะ ๔ ปี (พ.ศ.๒๕๕๗ - ๒๕๖๐) จึงได้จัดกิจกรรมวันแห่งความสำเร็จ ปีการศึกษา ๒๕๕๘ ขึ้น เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๙ ณ โรงแรม ซี เอส ปัตตานี เพื่อเป็นการเชิดชูและยกย่องสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด ด้วยการจัดพิธีมอบรางวัลโล่และเกียรติบัตรจากผลการปฏิบัติงานที่ดีเลิศอันสนองตอบตามจุดเน้นต่างๆจำนวน ๑๒ ข้อ ซึ่งโรงเรียนอนุบาลยะรังสามารถคว้ามาได้ ๔ รางวัลที่สำคัญ ดังนี้ 
                 ๑.รางวัลเกียรติบัตรคะแนนI-NETมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศ (จุดเน้นข้อ ๒ เร่งรัดการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน)
                 ๒.รางวัลเกียรติบัตรและเข็มครูผู้สอนดีเด่น กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ จากคุรุสภา โดยคุณครูนิอารีฟา บินหะยีอารง (จุดเน้นข้อ ๑๐ เสริมสร้างขวัญกำลังใจครูและบุคลากรทางการศึกษา)
                 ๓.รางวัลโล่ชนะเลิศการประกวดห้องเรียนคุณภาพ ระดับช่วงชั้น ป.๑-๓ โดยคุณครูทัศนีย์ ดุลยคุปต์ (จุดเน้นข้อ ๑๑ ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาห้องเรียนคุณภาพ)    
                 ๔.รางวัลโล่ชนะเลิศการประกวดภูมิทัศน์โรงเรียน ขนาดใหญ่ (จุดเน้นข้อ ๑๒ ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาภูมิทัศน์ของโรงเรียนให้สะอาด ร่มรื่น สวยงาม)
           และที่สำคัญในช่วงขั้นรายการของการมอบรางวัลต่างๆ ทางโรงเรียนอนุบาลยะรัง ได้รับเกียรติให้นำชุดการแสดงพิเศษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ที่มีชื่อว่า รวมพลังสร้างสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีบทเพลงประกอบที่แต่งโดยคุณครูสมหมาย เจ้ยแก้ว อันเป็นชุดการแสดงที่ได้รับการชื่นชมอย่างล้นหลาม
           ทางโรงเรียนอนุบาลยะรังจึงต้องขอขอบคุณผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต ๒ พร้อมด้วยคณะทำงานฝ่ายต่างๆที่ได้ร่วมกันคิดร่วมกันตระหนักให้มีกิจกรรมที่สำคัญให้เกิดขึ้นในครั้งนี้ และต้องขอขอบคุณคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครองนักเรียน ศิษย์เก่าและชุมชนในเขตพื้นที่บริการของสถานศึกษา ทั้งขอขอบคุณคณะครู บุคลากรทุกๆฝ่าย ตลอดจนถึงนักเรียนโรงเรียนอนุบาลยะรังทุกๆชั้น ที่ได้ร่วมกันคิดร่วมกันทำ อันส่งผลทำให้โรงเรียนอนุบาลยะรังของเราประสบผลสำเร็จสามารถคว้ารางวัลต่างๆดังกล่าวมาจนได้
            คือรางวัลแห่งความภาคภูมิใจ คือเบื้องหลังของการทำงาน เบื้องหลังของความสุขสำราญ  เบื้องหลังแห่งความสำเร็จ และเบื้องหลังที่อยากจะบอก...
                    "ทุกตรอกซอกมุมดูดีมีคุณค่า เพราะเราร่วมรักษาดูแลทั่วถึง
               จุดบกพร่องต่างส่องมองคำนึง  จึงซาบซึ้งซึ่งทุกฝ่ายได้ช่วยกัน
                    รวมพลังตั้งใจกายอุทิศ  ผลผลิตคิดแตกต่างช่างสร้างสรรค์
               แด่ผู้เรียนพากเพียรรู้อยู่ทุกวัน  ทุกที่มีสีสันฝันเป็นจริง" 

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

สื่อภาษาผูกมิตร..สร้างชีวิตดีงาม

ต้อนรับเปิดเทอม เติมเต็มเพิ่มเวลารู้

          ขอต้อนรับวันเปิดภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๘ พร้อมกับนโยบายด้านการศึกษาที่สำคัญของรัฐบาลชุดปัจจุบันที่มี ฯพณฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี และ ฯพณฯ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศีกษาธิการ นั้นคือ"การลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ : Moderate Class More Knowledge" ซึ่งมีโรงเรียนนำร่องทั่วประเทศจำนวน ๔,๑๐๐ โรง ได้ร่วมกันดำเนินการทันทีตั้งแต่วันแรกของการเปิดภาคเรียนในวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

          ในช่วงประเดิมเริ่มแรกนี้จะมุ่งเน้นกิจกรรมเสริมสร้างสมอง (Head) คุณธรรม จริยธรรม (Heart) ทักษะ (Hand) และ สุขภาพ (Health) ทุกกิจกรรมล้วนแต่ต้องการเห็นนักเรียนมีความสุข สนุกสนาน มีเวลาคิด วิเคราะห์ ฝึกทักษะ สามารถสรุปใจความ เขียนเรียงความ รู้จักการถกแถลง รู้จักการเข้าสังคม ซึ่งเป็นเจตนารมณ์หลักที่นับว่าสำคัญยิ่ง อันที่จริง ได้มีการถกคุยกันมาหลายยุคหลายสมัยแล้ว หลักสูตรการศึกษาของเรานั้นอัดแน่นไปด้วยสาระการเรียนรู้ที่ยัดเยียดให้ผู้เรียนต้องร่ำเรียนกันหลายชั่วโมงในแต่ละวัน ซึ่งมากกว่าบรรดาประเทศต่างๆทั่วโลกก็ว่าได้ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน แต่ด้วยเหตุไฉน คุณภาพหรือผลผลิตที่ออกมานั้นกลับตรงกันข้าม รั้งอันดับอยู่เกือบท้ายของกลุ่มประเทศอาเซียน เป็นความจริงที่เราอาจจะต้องยอมรับเพื่อจะได้ร่วมกันปรับปรุงแก้ไข เพราะเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ยังปรากฎมีให้เห็นอยู่ และถึงแม้บางคนจะอ่านออกเขียนได้ แต่ก็จะคิด วิเคราะห์ไม่เป็น

          อาจจะกล่าวว่าเป็นนโยบายที่น่าสนใจอย่างยิ่งที่รัฐบาลได้ความสำคัญกับการจัดการศึกษาเป็นกรณีพิเศษได้เล็งเห็นถึงความตึงเครียดของผู้เรียนที่ต้องตรากตรำจดจำเนื้อหาที่อยู่ในกรอบห้องสี่เหลี่ยมเกือบตลอดทั้งวัน แล้วมอบหมายให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหลายช่วยกันหาวิธีการนำผู้เรียนออกสู่ปฏิบัติการนอกห้องเรียน(Outdoor Activities) ด้วยกิจกรรมนันทนาการที่หลากหลาย เพื่อนักเรียนจะได้ผ่อนคลายกันบ้าง

          จึงขอขอบคุณคณะครูและบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนอนุบาลยะรังทุกท่าน ที่ได้ทุ่มเทเสียสละเวลามาร่วมกันคิด ร่วมกันทำ สร้างสรรค์กิจกรรมต่างๆสำเร็จได้อย่างลุล่วงในช่วงวันปิดภาคเรียนที่ผ่านมา เพราะเราต่างก็มีจุดหมายปลายทางเดียวกันครับ "นักเรียนดี เก่ง และมีสุข"

                                                   นายตอฮีรน หะยีเลาะแม...ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลยะรัง : เขียน
                                                                                บันทึกไว้เมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2558

เคาะความคิด...บ่มเพาะลูกศิษย์

                 ตอน...หยุดมาโรงเรียนแต่ภารกิจไม่มีวันหยุด
 
      สิ้นปีการศึกษา ๒๕๕๗ กับความสำเร็จในโครงการและกิจกรรมต่างๆที่ผ่านพ้นลุล่วงไปด้วยดี  แต่.. “นักเรียนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ควรที่จะจบชั้นป,๖ ได้หรือไม่ ในเมื่อนักเรียนเขียนอะไรไม่ได้เลย ออกไปศึกษาต่อที่อื่นแล้วพวกเขาจะจดบันทึกจากการฟังคำบรรยายของครูผู้สอนได้อย่างไร” คือคำถามจากท่านผอ.อรรถสิทธิ์ รัตนแคล้ว ผอ.สพป.ปัตตานี เขต ๒ ในที่ประชุมประจำเดือนของผู้บริหารสถานศึกษาครั้งล่าสุด
       เป็นจุดเน้น..เป็นปุจฉาให้ผู้บริหารและครูที่เป็นตัวแทนเข้าร่วมประชุมได้ร่วมกันฟัง พร้อมดูข้อมูลประกอบนักเรียนในสังกัดที่กำลังจะจบป.๖ ปีนี้ ยังเขียนไม่ได้อีก ๑,๓๗๘ คน ผู้บริหารและครูอยู่กันทำอะไรถึงได้สร้างชะตากรรมให้กับนักเรียนเหล่านี้ เป็นคำพูดที่ตรงไปตรงมาดี อาจจะแรงและทิ่มแทงใจในความรู้สึก แต่ลึกๆในความเป็นจริงแล้ว เราคงต้องยอมรับโดยปริยาย เป็นความรับผิดชอบของผู้บริหารและครูผู้สอนทั้งหมดโดยตรง ยิ่งมีนักเรียนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้มากเท่าไหร่ เราทั้งหมดก็ยิ่งมีบาปกรรมติดตัวมากขึ้นเท่านั้น จึงขอฝากคุณครูทุกท่านได้ร่วมกันคิดเราจะทำอย่างไรหรือใช้วิธีการใดให้นักเรียนทุกคนหลุดพ้นไปจากวังวนแห่งความมืดมนของการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้
        อย่างไรก็ดี ในปีนี้นักเรียนชั้นป.๖ ร.ร.บ้านกระเสาะ จำนวน ๒๐ คน ที่ถูกคัดเลือกทดสอบการอ่านและเขียนจากเขตพื้นที่ ผลออกมาแล้วนักเรียนอ่านได้ทุกคน จึงขอชื่นชมจากใจ บ่งบอกถึงคุณครูเราได้ดูแลเอาใจใส่ เหลือแต่นักเรียนที่บกพร่องทางการเรียนรู้อีก ๔ คนเท่านั้นที่อ่านและเขียนยังไม่ค่อยได้ และถึงแม้การเขียนของนักเรียนยังมีอีกจำนวนหลายคนที่สะกดผิด อย่างเช่น คำว่า ทายาท เขียนเป็น ทาญาติ ผิวพรรณ เขียนเป็น ผิวพันธุ์ นั่นแสดงว่านักเรียนฟังแล้วยังเข้าใจ ยังเขียนได้ เพียงแต่เขียนผิดไปเพราะรูปแบบการสะกดคำที่มีความหลากหลายในวิธีการเท่านั้น ถือว่าเป็นข้อมูลสำคัญเพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขในโอกาสต่อไป
        ขอให้ทุกท่านจงมีความสุขในช่วงเวลาปิดภาคเรียน หยุดการมาทำงานที่โรงเรียนประมาณสี่สิบห้าวัน แต่ภาระหน้าที่แห่งความเป็นครูของเรานั้นไม่มีวันสิ้นสุด ในขณะที่รอคอยการเปิดภาคเรียนใหม่ ต้องเตรียมการ ต้องศึกษา ค้นคว้า เสาะแสวงหาองค์ความรู้ใหม่ๆ ตลอดจนถึงการเรียนรู้เทคนิคหรือวิธีการสอนที่หลากหลาย จุดมุ่งหมายเพื่อให้นักเรียนได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้น และที่สำคัญเราจะทำอย่างไรให้นักเรียนของเราทุกคนปลอดจากการอ่านไม่ออกและเขียนไม่ได้ อันส่งผลให้พวกเขาทั้งหลายสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองตลอดชีวิต

                                                                                               บันทึกไว้ เมื่อวันเสาร์ ที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๘

วันศุกร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เคาะความคิด...บ่มเพาะลูกศิษย์

                                                        ตอน...ร่วมกันสร้างค่านิยม
                                

          "ผมไม่ได้ตั้งใจมาก่อนว่าตัวเองจะได้มาเป็นเลขาธิการ กพฐ. แต่เมื่่อได้รับการแต่งตั้งหรือเมื่อได้มาเป็นแล้ว ผมก็จะทำงานด้วยความตั้งใจ" ถ้อยคำประโยคเกริ่นนำในช่วงต้นของดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการ กพฐ.คนปัจจุบัน วันที่ประชุมผู้บริหารการศึกษาเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนใต้ เมื่่อวันที่ 5 สิงหาคม ที่ผ่านมา ณ โรงแรมเซาเทิร์นวิว จ.ปัตตานี ด้วยความที่เป็นบุคคลที่เพียบพร้อมด้วยภูมิฐาน ภูมิรู้ ภูมิธรรม และภูมิสติปัญญา ถ้อยคำวาจาในแต่ละประโยคล้วนแต่น่าสนใจและมีความหมายยิ่งนัก จึงอยากจะถักทอ สานฝัน นำนโยบายหรือแนวคิดที่เป็นหลักมาเล่าสู่กันฟังให้เราในฐานะผู้มีใบประกอบวิชาชีพครูด้วยกันได้มีส่วนร่วมในการรับรู้และถือปฏิบัติ
          หนึ่งในนโยบายหลักที่สำคัญ นั่นคือ การพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานให้มีมาตรฐานสากลและบนพื้นฐานแห่งความเป็นไทย อันเป็นที่สอดรับกับคำกล่าวสั้นๆภาษาอังกฤษ โดย ดร.สุรัฐ ศิลปอนันต์ อดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้กล่าวไว้ว่า "Think globally, act locally" ซึ่งสามารถขยายความให้เป็นภาษาไทยได้อย่างสละสลวยดังนี้ "คิด" มุ่่งไปข้างหน้า ก้าวผ่านอาเซียน เรียนรู้สู่โลกสากล "ปฏิบัติตน" ย้อนกลับมามอง สิ่งที่สอดคล้อง กับท้องถิ่นบ้านเรา จึงขอให้คุณครูทุกท่านร่วมกันตระหนัก ร่วมกันสร้างค่านิยมอันดีงามนี้ให้เกิดขึ้นในตัวผู้เรียน ท่าน ดร.กมล รอดคล้าย ได้กล่าวย้ำไว้ว่า "การจัดการศึกษาในจังหวัดชายแดนใต้คงไม่จำเป็นต้องให้อยู่ในระดับ Top ten ของประเทศหรอก แต่เราจะทำอย่างไรให้ผู้คนที่นี่สามารถเรียนรู้ได้ตามที่ตนหรือชุมชนต้องการและให้เป็นที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์หรือวิถีชีวิตของชุมชนที่ตนได้อาศัยอยู่"
             บทสรุป...คุณครูเท่านั้นในฐานะผู้อยู่ใกล้ชิดนักเรียนมากที่สุดที่จะสามารถจรรโลงสังคมให้อยู่เย็นเป็นสุข การยกระดับตุณภาพการศึกษาก็เฉกเช่นเดียวกัน ถึงแม้จะไม่มี สพฐ. ไม่มีเขตพื้นที่ ไม่มีแม้แต่ผู้บริหารโรงเรียน แต่คุณครูก็ยังต้องจัดการเรียนการสอนต่อไป และยังสามารถที่จะปรับวิธีเรียนเปลี่ยนวิธีสอนโดยตรง นี่คือคำตอบสุดท้าย หัวใจอยู่ที่คุณครู เป็นคำกล่าวโดยสรุปของเลขาธิการ กพฐ.คนใหม่ พร้อมกับฝากค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ ที่ คสช.ได้ประกาศไว้ให้เราทุกคนได้เรียนรู้ควบคู่การปฏิบัติ
                                 บันทึกไว้เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2557

วันอังคารที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2557

เคาะความคิด..บ่มเพาะลูกศิษย์

                                                      ตอน...เรามาทำบุญด้วยกัน
 
“เรามาทำบุญด้วยกัน” คำกล่าวสั้นๆ ซ้ำๆ ตอกย้ำหลายๆครั้งของนายชัยชาญ ช่วยโพธิ์กลาง ผอ.สำนักส่งเสริมกิจการการศึกษา สำนักปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ ในที่อบรมครูวิทยากรต้นแบบสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดเยาวชนก่อนวัยเสี่ยงในสถานศึกษา เมื่อวันที่ 29  พ.ค.- 1 มิ.ย. 57 ณ โรงแรมเวล จ.นครปฐม เป็นการวิงวอนขอให้ผู้เข้าร่วมอบรมทุกท่านได้ร่วมกันตระหนักดูแลเอาใจใส่เด็กที่ยากไร้ ด้อยโอกาส ขาดความอบอุ่น และอีกสารพัดปัญหา ซึ่งมีน้อยคนนักที่จะอาสาเข้ามาทำงานทางด้านนี้ เพราะเป็นงานที่ต้องเสียสละ และต้องทำด้วยใจ แต่ก็ถือว่าเป็นงานที่ทำแล้วได้ผลบุญ
                เด็กที่กล่าวไว้ข้างต้น ซึ่งมักจะพบในโรงเรียนขยายโอกาสเป็นส่วนใหญ่ แต่เราก็ไม่ควรลืมเด็กที่กำลังศึกษาอยู่ชั้น ป.5-6  ซึ่งเป็นเยาวชนก่อนวัยเสี่ยงอย่างแท้จริง  กลุ่มนี้แหละบางทีเราพึงต้องดูแลเป็นพิเศษ เพราะยังเปรียบเสมือนได้กับผ้าขาวอันบริสุทธิ์  หากหลุดหลงทางไปจากสิ่งที่ดีงามทั้งหลาย หรือถูกชักจูงเข้าสู่หนทางแห่งอบายมุข ยากที่จะแก้ไขให้กลับคืนสู่แนวทางที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม เราผู้ปฏิบัติหน้าที่เป็นครูจึงถูกคาดหวังอย่างสูงจากบรรดาผู้ปกครองและชุมชนที่ต่างคนก็ได้มอบความไว้วางใจให้ดูแลรับผิดชอบเยี่ยงลูกของตนเอง
                อย่างไรก็ดี นายทวีพล แพเรือง ผอ.สพป.นครปฐม เขต 2 วิทยากรผู้ทรงเกียรติอีกท่านหนึ่งที่ได้พูดเสริมให้กำลังใจแก่พวกเราในฐานะครูผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับเด็กและปฏิบัติงานในโรงเรียนขายโอกาส ซึ่งท่านได้กล่าวไว้ว่า “การสอนเด็กที่ไม่รู้เรื่องแล้วรู้เรื่องแสดงว่าครูเก่ง แต่ครูสาธิตสอนเด็กที่เก่งแล้วถือว่าครูไม่เก่ง” ฉันใดก็ฉันนั้น หากเราได้ร่วมกันชุบชีวิตเด็กคนๆหนึ่งที่มาจากครอบครัวที่เต็มไปด้วยปัญหา ชี้แนะแนวทางให้พวกเขาสามารถฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆเหล่านั้นได้ และพยายามให้เขาได้เป็นคนดีของสังคม ก็นับว่าเป็นครูที่สุดยอดเฉกเช่นเดียวกัน
                จึงขอขอบคุณคุณครูทุกท่านที่ได้ร่วมกันอบรมสั่งสอนนักเรียนในทุกระดับชั้น จัดโครงการและกิจกรรมต่างๆที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน ร่วมกันปรับปรุงภูมิทัศน์โรงเรียนให้สวยงาม และขอชื่นชมเป็นพิเศษที่ได้ไปติดตามลูกศิษย์จนถึงบ้าน จะได้เข้าใจสภาพปัญหาของแต่ละครอบครัวที่แตกต่างกันไป อาจจะหนัก เหน็ดเหนื่อย หรือยากลำบากหน่อยสำหรับคนที่ยึดอาชีพเป็นครู แต่ทั้งหมดนี้ขอให้ทุกท่านพึงรับรู้ด้วยว่า เรากำลังทำบุญอยู่ อัลลอฮฺทรงรู้ เพียงขอให้เราได้เนียตอิคลาสไว้หรือมีความตั้งใจอย่างบริสุทธิ์ใจ
                                                บันทึกไว้เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2557