วันอังคารที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2557

เคาะความคิด..บ่มเพาะลูกศิษย์

                                                      ตอน...เรามาทำบุญด้วยกัน
 
“เรามาทำบุญด้วยกัน” คำกล่าวสั้นๆ ซ้ำๆ ตอกย้ำหลายๆครั้งของนายชัยชาญ ช่วยโพธิ์กลาง ผอ.สำนักส่งเสริมกิจการการศึกษา สำนักปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ ในที่อบรมครูวิทยากรต้นแบบสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดเยาวชนก่อนวัยเสี่ยงในสถานศึกษา เมื่อวันที่ 29  พ.ค.- 1 มิ.ย. 57 ณ โรงแรมเวล จ.นครปฐม เป็นการวิงวอนขอให้ผู้เข้าร่วมอบรมทุกท่านได้ร่วมกันตระหนักดูแลเอาใจใส่เด็กที่ยากไร้ ด้อยโอกาส ขาดความอบอุ่น และอีกสารพัดปัญหา ซึ่งมีน้อยคนนักที่จะอาสาเข้ามาทำงานทางด้านนี้ เพราะเป็นงานที่ต้องเสียสละ และต้องทำด้วยใจ แต่ก็ถือว่าเป็นงานที่ทำแล้วได้ผลบุญ
                เด็กที่กล่าวไว้ข้างต้น ซึ่งมักจะพบในโรงเรียนขยายโอกาสเป็นส่วนใหญ่ แต่เราก็ไม่ควรลืมเด็กที่กำลังศึกษาอยู่ชั้น ป.5-6  ซึ่งเป็นเยาวชนก่อนวัยเสี่ยงอย่างแท้จริง  กลุ่มนี้แหละบางทีเราพึงต้องดูแลเป็นพิเศษ เพราะยังเปรียบเสมือนได้กับผ้าขาวอันบริสุทธิ์  หากหลุดหลงทางไปจากสิ่งที่ดีงามทั้งหลาย หรือถูกชักจูงเข้าสู่หนทางแห่งอบายมุข ยากที่จะแก้ไขให้กลับคืนสู่แนวทางที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม เราผู้ปฏิบัติหน้าที่เป็นครูจึงถูกคาดหวังอย่างสูงจากบรรดาผู้ปกครองและชุมชนที่ต่างคนก็ได้มอบความไว้วางใจให้ดูแลรับผิดชอบเยี่ยงลูกของตนเอง
                อย่างไรก็ดี นายทวีพล แพเรือง ผอ.สพป.นครปฐม เขต 2 วิทยากรผู้ทรงเกียรติอีกท่านหนึ่งที่ได้พูดเสริมให้กำลังใจแก่พวกเราในฐานะครูผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับเด็กและปฏิบัติงานในโรงเรียนขายโอกาส ซึ่งท่านได้กล่าวไว้ว่า “การสอนเด็กที่ไม่รู้เรื่องแล้วรู้เรื่องแสดงว่าครูเก่ง แต่ครูสาธิตสอนเด็กที่เก่งแล้วถือว่าครูไม่เก่ง” ฉันใดก็ฉันนั้น หากเราได้ร่วมกันชุบชีวิตเด็กคนๆหนึ่งที่มาจากครอบครัวที่เต็มไปด้วยปัญหา ชี้แนะแนวทางให้พวกเขาสามารถฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆเหล่านั้นได้ และพยายามให้เขาได้เป็นคนดีของสังคม ก็นับว่าเป็นครูที่สุดยอดเฉกเช่นเดียวกัน
                จึงขอขอบคุณคุณครูทุกท่านที่ได้ร่วมกันอบรมสั่งสอนนักเรียนในทุกระดับชั้น จัดโครงการและกิจกรรมต่างๆที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน ร่วมกันปรับปรุงภูมิทัศน์โรงเรียนให้สวยงาม และขอชื่นชมเป็นพิเศษที่ได้ไปติดตามลูกศิษย์จนถึงบ้าน จะได้เข้าใจสภาพปัญหาของแต่ละครอบครัวที่แตกต่างกันไป อาจจะหนัก เหน็ดเหนื่อย หรือยากลำบากหน่อยสำหรับคนที่ยึดอาชีพเป็นครู แต่ทั้งหมดนี้ขอให้ทุกท่านพึงรับรู้ด้วยว่า เรากำลังทำบุญอยู่ อัลลอฮฺทรงรู้ เพียงขอให้เราได้เนียตอิคลาสไว้หรือมีความตั้งใจอย่างบริสุทธิ์ใจ
                                                บันทึกไว้เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2557

วันอังคารที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2557

เคาะความคิด...บ่มเพาะลูกศิษย์


                                                                     ฉบับปฐมฤกษ์

                นับเวลาเกือบห้าเดือนที่อยู่โรงเรียนบ้านกระเสาะ เป็นครั้งแรกที่มีโอกาสได้เรียงร้อยถ้อยคำนำสาระสำคัญมาฝากให้เราทุกคนได้อ่านไว้เป็นข้อคิด ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะเราทุกคนล้วนแต่มีอุดมการณ์เดียวกัน มุ่งมั่นอยากจะเห็นนักเรียนเป็นคนดี มีปัญญา และมีความสุข อันเป็นจุดมุ่งหมายหลักที่ทุกภาคส่วนในสังคมได้วาดฝันไว้
                
                ในท่ามกลางสังคมที่มีความแตกแยก แบ่งพรรคแบ่งพวก แก่งแย่งแข่งขัน ชิงดีชิงเด่น เชื่อเหลือเกินว่าทุกฝ่ายก็อยากจะเห็นความสันติสุขกลับคืนมาและดูเหมือนว่าต่างฝ่ายต่างก็คาดหวังด้วยการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพเท่านั้นที่จะสามารถจรรโลงสังคมให้อยู่เย็นเป็นสุขได้  จึงมีการเปลี่ยนหลักสูตร ปรับนโยบายหลายต่อหลายครั้ง ภาระหนักอึ้งจึงตกอยู่ที่หัวอกคนเป็นครูอย่างเราๆ เพราะตราบใดที่ยังมีนักเรียนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ คิดวิเคราะห์ไม่เป็น ทั้งครูและผู้บริหารนี่แหละ กลับกลายเป็นจำเลยให้กับสังคมอย่างหลีกหนีไม่พ้น

                
ขอได้โปรดอย่าไปใส่ใจมากนักกับคำกล่าวครหา หรืออาจจะคิดในเชิงบวก ถือเสียว่าเป็นการติเพื่อก่อก็แล้วกัน ท่านชลอ กองสุทธิ์ใจ ผู้ทรงคุณวุฒิ กพฐ. ได้กล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า “อะไรที่เปลี่ยนใน สพฐ. หรือที่กรุงเทพฯ ช่างเถอะ แต่การเป็นครูขอให้สอนเด็ก รักเด็ก ดูแลเอาใจใส่ เพื่อให้เด็กเป็นคนดี เก่ง แกร่ง และกล้า” ฟังแล้วก็น่าคิดเพราะเราในฐานะวิศวกรสร้างสังคม คงไม่จำเป็นที่จะต้องมีการชื่นชมหรือได้รับการยกย่องจากใครๆหรอก เพียงขอให้เราทำด้วยใจและจิตวิญญาณ ทุ่มเทเสียสละให้กับลูกศิษย์อย่างจริงจัง อัลลอฮทรงโปรดปรานอยู่แล้ว สิ่งที่ดีงามก็จะตามมาเอง ขอเป็นกำลังใจแด่คุณครูทุกท่านและจงทำงานอย่างมีความสุข


                                               บันทึกไว้ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2557  
   

วันอังคารที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2556

มุมอง..จากห้องผู้อำนวยการ

ผอ.ขอแถลง: วารสารบาตะสัมพันธ์ ปีการศึกษา ๒๕๕๖

                การจัดทำวารสารบาตะสัมพันธ์เป็นอีกส่วนหนึ่งที่สามารถส่งเสริมให้ทุกคนมีนิสัยรักการอ่าน จึงขอชื่นชมบรรดานักเขียน รวมทั้งบรรณาธิการที่ช่วยกันคิดช่วยกันทำ เรียงร้อยถ้อยคำเป็นคอลัมน์ที่หลากหลาย ซึ่งได้กลายเป็นอีกหนึ่งแหล่งเรียนรู้ให้ทุกคนที่อ่านวารสารฉบับนี้ได้รับรู้ถึงความเคลื่อนไหว และกิจกรรมต่างๆของโรงเรียนบ้านบาตะกูโบในรอบปีที่ผ่านมา

               จากนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนล่าสุดที่มุ่งเน้นต้องการให้...นักเรียนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ต้องไม่มี...พร้อมกับมาตรการเร่งรัดคุณภาพอ่านรู้เรื่องและการสื่อสารได้ ขอให้คุณครูทุกท่านได้ร่วมกันตระหนัก ซึ่งไม่เจาะจงเฉพาะครูผู้สอนภาษาไทยเท่านั้นที่ต้องร่วมด้วยช่วยกันหาวิธีการเพื่อให้นักเรียนทุกคนอ่านออก เขียนได้ คิดและวิเคราะห์เป็น ถือว่าเป็นหน้าที่หลักของหัวอกคนที่เป็นครูอย่างเราๆทุกคนต้องร่วมกันดูแลเอาใจใส่

                โดยเฉพาะในโลกยุคอินเตอร์เน็ต ยุคที่เด็กๆสามารถใช้เครื่องมือในการค้นหาคำตอบด้วยตนเอง บทบาทของครูก็คงจะต้องเปลี่ยนไปด้วย แต่ที่สำคัญเราจะทำอย่างไรให้ลูกศิษย์ของเราสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองตลอดชีวิตอย่างสร้างสรรค์ ขอฝากข้อคิดนี้แด่คุณครูทุกท่าน และขอจบท้ายด้วยคำกล่าวที่ว่า “ผู้นำที่ดี..ล้วนแต่เคยเป็นนักอ่าน"

วันพุธที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2555

มุมมอง...จากห้องผู้อำนวยการ 3



                                                                                ครั้งที่ ๓  ปีการศึกษา ๒๕๕๕

                                                 "ได้เห็นวันวาน  ได้ผ่าน  และรักวันนี้
                                                   จึงมีเหตุให้  ต้องไม่หวาดหวั่น  ถึงวันพรุ่งนี้".....

           กับช่วงเวลาเกือบหนึ่งปีที่กระผมมาอยู่โรงเรียนบ้านบาตะกูโบ นับว่าเป็นโอกาสดีที่ได้พบเพื่อนร่วมงานที่มีความมุ่งมั่น ได้เห็นนักเรียนที่ขยันและขันแข็ง อีกทั้งได้รับแรงเสริมที่ดีจากผู้ปกครองนักเรียนและคณะกรรมการสถานศึกษา โรงเรียนบ้านบาตะกูโบในวันนี้จึงได้กลายเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งให้กับชุมชน ทำให้พวกเราทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข

           โรงเรียนน่าอยู่ เคียงคู่คุณธรรม เป็นเอกลักษณ์ประจำโรงเรียนที่เราอยากเห็นทุกคนได้ปฏิบัติตนตามหลักการศาสนา และกฎกติกาของสังคม  ขอชื่นชมคณะครูและนักเรียนที่ได้ปฏิบัติการละหมาดร่วมกันทุกวันทั้งเวลาบ่ายและเย็น เน้นฝึกการให้สลามและไหว้ทุกครั้งเมื่อมีโอกาสได้พบ นั่นคือ มารยาทงาม สลามสวย ซึ่งเป็นไปตามอัตลักษณ์ของโรงเรียน

           จึงขอขอบคุณทีมงานจากทุกๆฝ่าย ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจ ร่วมกันจัดทำโครงการและกิจกรรมต่างๆจนสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี มีผลงานนักเรียนติดอันดับหลายรายการตั้งแต่ระดับศูนย์เครือข่าย ระดับเขตพื้นที่ จนถึงระดับภูมิภาค คุณงามความดีทั้งหมดนี้อยากให้ทุกคนได้รักษาไว้ตลอดไป

                                                                                                   สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๖

วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2555

มุมมอง...จากห้องผู้อำนวยการ: 2

                                         ครั้งที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๕
ขอความสันติสุขจงมีแด่ทุกท่าน...
     "โรงเรียนน่าอยู่ เคียงคู่คุณธรรม" ขอเกริ่นนำด้วยเรื่องเดิมๆ เขียนให้ซ้ำๆ พูดย้ำและเน้นให้มากที่การกระทำจนทุกคนจดจำได้ว่า นี่คือเอกลักษณ์ของโรงเรียนบ้านบาตะกูโบ อีกหนึ่งสถานศึกษาซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญของชุมชน ฝากให้เราทุกคนร่วมกันจรรโลงสถานที่แห่งนี้ให้กลายเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ เรามาเรียนรู้ร่วมกันพร้อมด้วยปฏิบัติ ปรารถนาอยากให้ทุกคนมีโลกทัศน์ที่กว้างไกล พร้อมกับใส่ใจในเรื่องความดีงามตามอัตลักษณ์ของโรงเรียนที่ว่า "มารยาทงาม สลามสวย"
     โรงเรียนบ้านบาตะกูโบ ร่วมด้วยช่วยกันขอนำสถานศึกษาเตรียมสู่ประชาคมอาเซียนในปี ๒๕๕๘ Towards ASEAN Community 2015: We are ASEAN. ที่เราทุกคนพึงต้องรวมตัวให้กลมเกลียว รวมใจให้เป็นหนึ่งเดียว แต่อยากสะกิดสักนิดให้เราทุกคนได้ตระหนักรับรู้ด้วยว่า นับจากนี้ไป ไม่ว่าอะไรที่เป็นเรื่องของการแข่งขัน สอบเข้าเป็นแพทย์ พยาบาล เภสัชกร วิศวกร หรือการสมัครงานทั้งหน่วยงานรัฐหรือเอกชน จากเมื่อก่อนอะไรก็ตามเราแข่งกับคนไทยด้วยกันเองเพียงแค่ ๖๐ ล้านกว่าคน ต่อไปนี้ต้องเพิ่มเป็นสิบเท่าจากประชากรอาเซียนทีี่มี ๖๐๐ ล้านกว่าคน แต่ด้วยระบบการศึกษาที่มีคุณภาพเท่านั้นที่จะทำให้เราสามารถฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆได้ เราจะไม่หยุดยั้งในการแสวงหาความรู้ จนกว่าจะถึงจุดๆหนึ่งซึ่งมีความรู้สองกระแสมาบรรจบพบกัน นั่นคือความรู้ทางโลกและทางศาสนา เป็นวาทะส่วนหนึ่งของฯพณฯ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน ได้กลับมาบรรยายไว้ ณ ปอเนาะบ้านตาล เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๕
     ขอขอบคุณคณะครูทุกท่านที่ร่วมกันถักทอสานความฝันให้เป็นจริง มาคอยรับนักเรียนในยามเช้า ดูแลเอาใจใส่นักเรียนเสมือนลูกหลาน ทำงานอย่างกระตือรือร้น อยู่เคียงข้างกับนักเรียนจนถึงเวลาละหมาดยามเย็น ขอขอบคุณผู้ปกครองที่รับช่วงสานต่อ ร่วมด้วยช่วยกันหมั่นฝึกฝนให้ลูกเป็นคนดี เก่ง และมีสุขขณะอยู่ที่บ้าน ขอขอบคุณคณะกรรมการสถานศึกษาและชุมชนที่ช่วยกันสอดส่องดูแลบริบททั่วไปของโรงเรียนเป็นอย่างดีและเป็นที่รู้จักแก่ผู้คนทั้งหลาย
     สุดท้ายขอขอบคุณท่านผอ.นพพร มากคงแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต ๒ พร้อมด้วยคณะ ที่ได้มาเยี่ยมเยียนโรงเรียนบ้านบาตะกูโบ เมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๕๕ ท่านเป็นอีกคนหนึ่งที่อยากเห็นเราทุกคนได้พึงตระหนักเรียนรู้เกี่ยวกับอาเซียน และร่วมสร้างคุณภาพการศึกษาด้วยการเริ่มต้นที่ห้องเรียน

วันพุธที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

มุมมอง..จากห้องผู้อำนวยการ : 1

ครั้งที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๕
 
 “คิด” มุ่งไปข้างหน้า ก้าวผ่านอาเซียน เรียนรู้สู่โลกสากล                                                                                 
 “ปฏิบัติตน” ย้อนกลับมามอง สิ่งที่สอดคล้อง กับท้องถิ่นบ้านเรา    
              ถอดความเอามาเขียนสั้นๆเป็นภาษาอังกฤษก็คือ Think globally, act locally. เพียงถ้อยคำแค่ไม่กี่คำนี้มีความหมายอย่างยิ่งต่อนักเรียน คุณครู ผู้ปกครอง และชุมชนในเขตพื้นที่บริการสถานศึกษา รวมจนถึงหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ที่เราต้องรวมพลังร่วมกันปลูกฝังให้ทุกคนได้เกิดการเรียนรู้และนำสู่การปฏิบัติจนเป็นกิจวัตรประจำวัน
สืบเนื่องจากปัจจุบันโลกของเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและแคบลงจนกลายเป็นหนึ่งหมู่บ้านโลก(Global village) ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ ทำให้ผู้คนทั่วสารทิศสามารถติดต่อสื่อสารกันได้อย่างฉับพลันทางอินเตอร์เน็ต ด้วยเหตุนี้ ระบบการบริหารจัดการทางด้านการศึกษาต้องเปลี่ยนตามไปด้วย เพื่อเป็นเครื่องมือที่จะได้ช่วยให้เราทุกคนรอดพ้นจากการเป็นกลุ่มคนที่ต้องเดินตามหลังไล่คนที่นำหน้าไปสุดไกลโพ้นจนตามไม่ทัน ในขณะเดียวกัน เราก็จำเป็นที่จะต้องหันหลังเดินวกกลับเพื่อไปแบกรับคุณงามความดีที่บรรพบุรุษของเราได้ร่วมกันสร้างเอาไว้ เป็นอีกหนึ่งหน้าที่ที่เราอนุชนคนรุ่นใหม่พึงต้องรักษาและคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ที่ดีและวัฒนธรรมที่สวยงามเหล่านั้นให้คงอยู่ต่อไป ตลอดจนถึงการปฏิบัติตามหลักการศาสนาที่ทุกคนเคารพและนับถืออย่างเคร่งครัด นับว่าเป็นโอกาสดีที่โรงเรียนบ้านบาตะกูโบของเราเป็นอีกหนึ่งโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต ๒ ที่มีการพัฒนาระบบการจัดการเรียนการสอนอิสลามศึกษาแบบเข้ม เราพร้อมที่จะฝึกฝนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และเชิดชูคุณธรรมเป็นหลักเพื่อที่จะเสริมเติมเต็มให้ทุกคนได้กลายเป็นคนดี เก่ง และมีสุข ตามเจตนารมณ์ของพรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ และสอดคล้องกับความต้องการของผู้ปกครองหรือชุมชนของเราเป็นสำคัญ
จึงขอฝากความหวังอันยิ่งใหญ่นี้ให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพราะโรงเรียนของเรานี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคณะครู คณะกรรมการสถานศึกษาฯ หรือผู้อำนวยการแต่เพียงฝ่ายเดียว แต่คือภาระหน้าที่ที่ทุกฝ่ายในชุมชนหรือทุกภาคส่วนในสังคมต้องเข้ามามีส่วนร่วม มีบทบาทในการจัดการการศึกษาร่วมกัน เพื่อจะได้ก้าวทันกับสภาวะการหมุนเวียนของโลกที่แปรปรวนไม่เคยหยุดนิ่ง แต่หากเราทิ้งภาระปัดความรับผิดชอบหรือหยุดอยู่กับที่ไปเมื่อไร ในอนาคตอันใกล้นี้ โรงเรียนบ้านบาตะกูโบของเราก็จะหลุดโคจรตกขอบจากเวทีโลกไปเลยในเรื่องของการบริหารจัดการองค์ความรู้

วันอังคารที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ผู้บริหาร..ผู้นำทางด้านวิชาการ


          การเป็นผู้นำทางด้านวิชาการ นับว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้บริหารสถานศึกษาทั้งหลายต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก เพราะการบริหารจัดการเพื่อเข้าสู่โรงเรียนคุณภาพนั้น แน่นอนต้องมุ่งที่งานวิชาการเป็นหลัก ส่วนงานอื่นๆถือว่าเป็นงานรอง หรือเป็นงานที่เกื้อหนุนให้กับงานวิชาการทั้งสิ้น ดังนั้น ใครก็ตามที่ต้องการเป็นผู้บริหารสถานศึกษาที่ประสบผลสำเร็จหรือเป็นผู้บริหารมืออาชีพ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องฝึกฝนตนเองเป็นผู้นำทางวิชาการ ส่วนการที่จะเป็นผู้นำที่ดีได้นั้น อย่างน้อยต้องมีคุณลักษณะ 10 ประการ ดังต่อไปนี้
          ประการแรก เป็นแบบอย่างของผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง
          ประการที่สอง เป็นผู้อำนวยความสะดวก และสร้างแรงจูงใจให้กับทีมงาน
          ประการที่สาม เป็นนักประสานงานที่ดีกับบุคคลที่อยู่ในหน่วยงานและข้างนอก
          ประการที่สี่ เน้นการบริหารงานแบบมีส่วนร่วม
          ประการที่ห้า ส่งเสริมพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมจนถึงผู้ปกครองและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
          ประการที่หก ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย
          ประการที่เจ็ด ส่งเสริมสนับสนุนการวิจัย และพัฒนา
          ประการที่แปด เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ
          ประการที่เก้า มุ่งสร้างเครือข่าย ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับนานาชาติ
          ประการที่สิบ มุ่งสร้างวัฒนธรรมองค์การแห่งการเรียนรู้ให้กับหน่วยงานของตนเอง
          
          คุณลักษณะการเป็นผู้นำทางวิชาการเหล่านี้ จะส่งผลต่อวิชาชีพของตนเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น จะทำให้เรากลายเป็นผู้บริหารสถานศึกษาแบบมืออาชีพอย่างแท้จริง นอกจากนี้ เป็นการฝึกฝนให้ผู้ร่วมงานของเราเป็นผู้นำตามไปด้วย จากการที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการการศึกษาด้วยกัน ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็เพื่อมุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีคุณภาพคือ นักเรียนดี เก่ง และมีสุข เมื่อผลผลิตของเรามีคุณภาพ ชุมชนหรือผู้ที่เกี่ยวข้องก็มีความพึงพอใจ และสิ่งสำคัญที่ตามมาก็คือผลผลิตที่มีคุณภาพของเรานั้นเป็นที่ต้องการของสถาบันต่างๆที่พวกเขาจะไปศึกษาต่อ หรือสถานที่ประกอบการที่ดีๆที่พวกเขาจะเข้าไปทำงาน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน อันเป็นเหตุให้เราในฐานะผู้บริหารสถานศึกษาที่เป็นผู้นำทางวิชาการ มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง จากการที่ได้ร่วมกันบริหารจัดการการศึกษาที่เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของสังคม

          ทั้งหมดนี้จัดว่าเป็นระบบการบริหารการศึกษาแบบมุ่งคุณภาพทั้งองค์การ (Total Quality Management) ที่บรรดาผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้นำทางด้านการศึกษาทั้งหลายต้องพึงตระหนัก และรู้จักนำไปประยุกต์ใช้ อันดับแรกใช้หลักคิดที่ว่า มุ่งความสำคัญให้กับลูกค้าหรือผู้เรียนเป็นหลัก (Customer Focus) จากนั้นต้องปรับปรุงกระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่อง (Process Improvement)และที่สำคัญต้องให้ทุกภาคส่วนของสังคมเข้ามามีส่วนร่วม (Total Involvement)