ครั้งที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๕
ขอความสันติสุขจงมีแด่ทุกท่าน...
"โรงเรียนน่าอยู่ เคียงคู่คุณธรรม" ขอเกริ่นนำด้วยเรื่องเดิมๆ เขียนให้ซ้ำๆ พูดย้ำและเน้นให้มากที่การกระทำจนทุกคนจดจำได้ว่า นี่คือเอกลักษณ์ของโรงเรียนบ้านบาตะกูโบ อีกหนึ่งสถานศึกษาซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญของชุมชน ฝากให้เราทุกคนร่วมกันจรรโลงสถานที่แห่งนี้ให้กลายเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ เรามาเรียนรู้ร่วมกันพร้อมด้วยปฏิบัติ ปรารถนาอยากให้ทุกคนมีโลกทัศน์ที่กว้างไกล พร้อมกับใส่ใจในเรื่องความดีงามตามอัตลักษณ์ของโรงเรียนที่ว่า "มารยาทงาม สลามสวย"
โรงเรียนบ้านบาตะกูโบ ร่วมด้วยช่วยกันขอนำสถานศึกษาเตรียมสู่ประชาคมอาเซียนในปี ๒๕๕๘ Towards ASEAN Community 2015: We are ASEAN. ที่เราทุกคนพึงต้องรวมตัวให้กลมเกลียว รวมใจให้เป็นหนึ่งเดียว แต่อยากสะกิดสักนิดให้เราทุกคนได้ตระหนักรับรู้ด้วยว่า นับจากนี้ไป ไม่ว่าอะไรที่เป็นเรื่องของการแข่งขัน สอบเข้าเป็นแพทย์ พยาบาล เภสัชกร วิศวกร หรือการสมัครงานทั้งหน่วยงานรัฐหรือเอกชน จากเมื่อก่อนอะไรก็ตามเราแข่งกับคนไทยด้วยกันเองเพียงแค่ ๖๐ ล้านกว่าคน ต่อไปนี้ต้องเพิ่มเป็นสิบเท่าจากประชากรอาเซียนทีี่มี ๖๐๐ ล้านกว่าคน แต่ด้วยระบบการศึกษาที่มีคุณภาพเท่านั้นที่จะทำให้เราสามารถฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆได้ เราจะไม่หยุดยั้งในการแสวงหาความรู้ จนกว่าจะถึงจุดๆหนึ่งซึ่งมีความรู้สองกระแสมาบรรจบพบกัน นั่นคือความรู้ทางโลกและทางศาสนา เป็นวาทะส่วนหนึ่งของฯพณฯ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน ได้กลับมาบรรยายไว้ ณ ปอเนาะบ้านตาล เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๕
ขอขอบคุณคณะครูทุกท่านที่ร่วมกันถักทอสานความฝันให้เป็นจริง มาคอยรับนักเรียนในยามเช้า ดูแลเอาใจใส่นักเรียนเสมือนลูกหลาน ทำงานอย่างกระตือรือร้น อยู่เคียงข้างกับนักเรียนจนถึงเวลาละหมาดยามเย็น ขอขอบคุณผู้ปกครองที่รับช่วงสานต่อ ร่วมด้วยช่วยกันหมั่นฝึกฝนให้ลูกเป็นคนดี เก่ง และมีสุขขณะอยู่ที่บ้าน ขอขอบคุณคณะกรรมการสถานศึกษาและชุมชนที่ช่วยกันสอดส่องดูแลบริบททั่วไปของโรงเรียนเป็นอย่างดีและเป็นที่รู้จักแก่ผู้คนทั้งหลาย
สุดท้ายขอขอบคุณท่านผอ.นพพร มากคงแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต ๒ พร้อมด้วยคณะ ที่ได้มาเยี่ยมเยียนโรงเรียนบ้านบาตะกูโบ เมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๕๕ ท่านเป็นอีกคนหนึ่งที่อยากเห็นเราทุกคนได้พึงตระหนักเรียนรู้เกี่ยวกับอาเซียน และร่วมสร้างคุณภาพการศึกษาด้วยการเริ่มต้นที่ห้องเรียน
วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2555
วันพุธที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
มุมมอง..จากห้องผู้อำนวยการ : 1
ครั้งที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๕
“คิด” มุ่งไปข้างหน้า ก้าวผ่านอาเซียน เรียนรู้สู่โลกสากล
“ปฏิบัติตน” ย้อนกลับมามอง สิ่งที่สอดคล้อง กับท้องถิ่นบ้านเรา
ถอดความเอามาเขียนสั้นๆเป็นภาษาอังกฤษก็คือ Think globally, act locally. เพียงถ้อยคำแค่ไม่กี่คำนี้มีความหมายอย่างยิ่งต่อนักเรียน คุณครู ผู้ปกครอง และชุมชนในเขตพื้นที่บริการสถานศึกษา รวมจนถึงหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ที่เราต้องรวมพลังร่วมกันปลูกฝังให้ทุกคนได้เกิดการเรียนรู้และนำสู่การปฏิบัติจนเป็นกิจวัตรประจำวัน
สืบเนื่องจากปัจจุบันโลกของเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและแคบลงจนกลายเป็นหนึ่งหมู่บ้านโลก(Global village) ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ ทำให้ผู้คนทั่วสารทิศสามารถติดต่อสื่อสารกันได้อย่างฉับพลันทางอินเตอร์เน็ต ด้วยเหตุนี้ ระบบการบริหารจัดการทางด้านการศึกษาต้องเปลี่ยนตามไปด้วย เพื่อเป็นเครื่องมือที่จะได้ช่วยให้เราทุกคนรอดพ้นจากการเป็นกลุ่มคนที่ต้องเดินตามหลังไล่คนที่นำหน้าไปสุดไกลโพ้นจนตามไม่ทัน ในขณะเดียวกัน เราก็จำเป็นที่จะต้องหันหลังเดินวกกลับเพื่อไปแบกรับคุณงามความดีที่บรรพบุรุษของเราได้ร่วมกันสร้างเอาไว้ เป็นอีกหนึ่งหน้าที่ที่เราอนุชนคนรุ่นใหม่พึงต้องรักษาและคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ที่ดีและวัฒนธรรมที่สวยงามเหล่านั้นให้คงอยู่ต่อไป ตลอดจนถึงการปฏิบัติตามหลักการศาสนาที่ทุกคนเคารพและนับถืออย่างเคร่งครัด นับว่าเป็นโอกาสดีที่โรงเรียนบ้านบาตะกูโบของเราเป็นอีกหนึ่งโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต ๒ ที่มีการพัฒนาระบบการจัดการเรียนการสอนอิสลามศึกษาแบบเข้ม เราพร้อมที่จะฝึกฝนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และเชิดชูคุณธรรมเป็นหลักเพื่อที่จะเสริมเติมเต็มให้ทุกคนได้กลายเป็นคนดี เก่ง และมีสุข ตามเจตนารมณ์ของพรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ และสอดคล้องกับความต้องการของผู้ปกครองหรือชุมชนของเราเป็นสำคัญ
จึงขอฝากความหวังอันยิ่งใหญ่นี้ให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพราะโรงเรียนของเรานี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคณะครู คณะกรรมการสถานศึกษาฯ หรือผู้อำนวยการแต่เพียงฝ่ายเดียว แต่คือภาระหน้าที่ที่ทุกฝ่ายในชุมชนหรือทุกภาคส่วนในสังคมต้องเข้ามามีส่วนร่วม มีบทบาทในการจัดการการศึกษาร่วมกัน เพื่อจะได้ก้าวทันกับสภาวะการหมุนเวียนของโลกที่แปรปรวนไม่เคยหยุดนิ่ง แต่หากเราทิ้งภาระปัดความรับผิดชอบหรือหยุดอยู่กับที่ไปเมื่อไร ในอนาคตอันใกล้นี้ โรงเรียนบ้านบาตะกูโบของเราก็จะหลุดโคจรตกขอบจากเวทีโลกไปเลยในเรื่องของการบริหารจัดการองค์ความรู้
วันอังคารที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
ผู้บริหาร..ผู้นำทางด้านวิชาการ
การเป็นผู้นำทางด้านวิชาการ นับว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้บริหารสถานศึกษาทั้งหลายต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก เพราะการบริหารจัดการเพื่อเข้าสู่โรงเรียนคุณภาพนั้น แน่นอนต้องมุ่งที่งานวิชาการเป็นหลัก ส่วนงานอื่นๆถือว่าเป็นงานรอง หรือเป็นงานที่เกื้อหนุนให้กับงานวิชาการทั้งสิ้น ดังนั้น ใครก็ตามที่ต้องการเป็นผู้บริหารสถานศึกษาที่ประสบผลสำเร็จหรือเป็นผู้บริหารมืออาชีพ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องฝึกฝนตนเองเป็นผู้นำทางวิชาการ ส่วนการที่จะเป็นผู้นำที่ดีได้นั้น อย่างน้อยต้องมีคุณลักษณะ 10 ประการ ดังต่อไปนี้
ประการแรก เป็นแบบอย่างของผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง
ประการที่สอง เป็นผู้อำนวยความสะดวก และสร้างแรงจูงใจให้กับทีมงาน
ประการที่สาม เป็นนักประสานงานที่ดีกับบุคคลที่อยู่ในหน่วยงานและข้างนอก
ประการที่สี่ เน้นการบริหารงานแบบมีส่วนร่วม
ประการที่ห้า ส่งเสริมพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมจนถึงผู้ปกครองและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
ประการที่หก ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย
ประการที่เจ็ด ส่งเสริมสนับสนุนการวิจัย และพัฒนา
ประการที่แปด เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ
ประการที่เก้า มุ่งสร้างเครือข่าย ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับนานาชาติ
ประการที่สิบ มุ่งสร้างวัฒนธรรมองค์การแห่งการเรียนรู้ให้กับหน่วยงานของตนเอง
ประการแรก เป็นแบบอย่างของผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง
ประการที่สอง เป็นผู้อำนวยความสะดวก และสร้างแรงจูงใจให้กับทีมงาน
ประการที่สาม เป็นนักประสานงานที่ดีกับบุคคลที่อยู่ในหน่วยงานและข้างนอก
ประการที่สี่ เน้นการบริหารงานแบบมีส่วนร่วม
ประการที่ห้า ส่งเสริมพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมจนถึงผู้ปกครองและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
ประการที่หก ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย
ประการที่เจ็ด ส่งเสริมสนับสนุนการวิจัย และพัฒนา
ประการที่แปด เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ
ประการที่เก้า มุ่งสร้างเครือข่าย ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับนานาชาติ
ประการที่สิบ มุ่งสร้างวัฒนธรรมองค์การแห่งการเรียนรู้ให้กับหน่วยงานของตนเอง
คุณลักษณะการเป็นผู้นำทางวิชาการเหล่านี้ จะส่งผลต่อวิชาชีพของตนเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น จะทำให้เรากลายเป็นผู้บริหารสถานศึกษาแบบมืออาชีพอย่างแท้จริง นอกจากนี้ เป็นการฝึกฝนให้ผู้ร่วมงานของเราเป็นผู้นำตามไปด้วย จากการที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการการศึกษาด้วยกัน ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็เพื่อมุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีคุณภาพคือ นักเรียนดี เก่ง และมีสุข เมื่อผลผลิตของเรามีคุณภาพ ชุมชนหรือผู้ที่เกี่ยวข้องก็มีความพึงพอใจ และสิ่งสำคัญที่ตามมาก็คือผลผลิตที่มีคุณภาพของเรานั้นเป็นที่ต้องการของสถาบันต่างๆที่พวกเขาจะไปศึกษาต่อ หรือสถานที่ประกอบการที่ดีๆที่พวกเขาจะเข้าไปทำงาน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน อันเป็นเหตุให้เราในฐานะผู้บริหารสถานศึกษาที่เป็นผู้นำทางวิชาการ มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง จากการที่ได้ร่วมกันบริหารจัดการการศึกษาที่เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของสังคม
ทั้งหมดนี้จัดว่าเป็นระบบการบริหารการศึกษาแบบมุ่งคุณภาพทั้งองค์การ (Total Quality Management) ที่บรรดาผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้นำทางด้านการศึกษาทั้งหลายต้องพึงตระหนัก และรู้จักนำไปประยุกต์ใช้ อันดับแรกใช้หลักคิดที่ว่า มุ่งความสำคัญให้กับลูกค้าหรือผู้เรียนเป็นหลัก (Customer Focus) จากนั้นต้องปรับปรุงกระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่อง (Process Improvement)และที่สำคัญต้องให้ทุกภาคส่วนของสังคมเข้ามามีส่วนร่วม (Total Involvement)
คุณภาพสิ่งแวดล้อม..ก็คือคุณภาพของประเทศ
ทั่วทุกมุมโลกต่างก็คงยอมรับและเห็นพ้องต้องกันแล้วว่า ประเทศที่ได้รับการพัฒนาอย่างสมบูรณ์แบบนั้น เราจะไม่ดูแต่เฉพาะการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย หรือเศรษฐกิจดีประชากรมีรายได้สูงเท่านั้น หากแต่ว่ายังมีอีกสิ่งหนึ่งซึ่งเราควรต้องคำนึงถึง นั่นคือ คุณภาพสิ่งแวดล้อม
ญี่ปุ่นคือประเทศหนึ่งที่ตระหนักในเรื่องนี้เป็นอย่างดี อาจเป็นเพราะว่าเคยได้รับบทเรียนสิ่งแวดล้อมเป็นพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมเมื่อสี่สิบกว่าปีที่ผ่านมาหรืออาจจะเป็นเพราะอะไรก็แล้วแต่ แค่ก้าวแรกที่ผมได้เหยียบลงบนผืนแผ่นดินแห่งนี้ที่สนามบินนารีตะ ได้เห็นขยะจำนวนหลายใบที่มีการแยกประเภท ก็เป็นที่ประจักษ์ชัดเจนแล้วว่า ทุกวันนี้ญี่ปุ่นมีความเป็นห่วงต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง
ถัดจากนั้นผมก็ได้ตั้งข้อสังเกตอีกหลายอย่างที่ได้ประสบพบเห็น คนญี่ปุ่นเดินมากเป็นว่าเล่น หรือบางคนก็ขี่จักรยานเป็นพาหนะในการไปทำงาน นับว่าเป็นการบรรเทามลพิษทางอากาศได้ดียิ่ง และสิ่งที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมากก็คือ การที่ได้มีการคิดค้น เอาขยะ น้ำเสีย หรือสิ่งปฏิกูลอื่นๆ มารีไซเคิลไปใช้ประโยชน์ได้ใหม่ หลังจากที่ได้ไปศึกษาดูงานที่สถานที่บำบัดน้ำเสียในกรุงโตเกียว รวมจนถึงมีการคิดค้นแปลงน้ำฝนกลับมาใช้ได้อีกในเขตสุมิดากุ ยังมีอีกหลายแห่งที่ผมไม่ได้กล่าวไว้ ณ โอกาสนี้ แต่บอกได้เลยว่า ทุกส่วนของสังคมไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ เอกชน หรือประชาชนทุกสาขาอาชีพ ต่างก็คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ แม้แต่การดำเนินงานทางด้านธุรกิจของทุกบริษัทก็ยังต้องมีหลักประกันทางด้านสิ่งแวดล้อมเข้ามาเกี่ยวข้อง หากไม่เช่นนั้นบริษัทจะอยู่ไม่รอดหากไม่มีการกำหนดนโยบายเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือการกำหนดมาตรการที่ใส่ใจให้กับสิ่งแวดล้อมมาเป็นตัวตั้ง
ด้วยเหตุนี้กระมังที่บ้านเรือนและถนนทั้งสองข้างทางดูสะอาดเรียบร้อย มีต้นไม้เกือบทุกสาย มีสวนสาธารณะเกือบทุกพื้นที่ มองเห็นทุ่งนาและภูเขาเขียวขจีเต็มไปหมด และที่ผมแอบปลื้มในใจอดที่จะคิดถึงไม่ได้ที่นอกเหนือจากความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติแล้วก็คือ คุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ กว่ายี่สิบวันที่ผมได้มาอยู่ที่นี่ คนญี่ปุ่นมีน้ำใจมาก ไม่แบ่งพรรคแบ่งพวก ไม่ดูถูกดูแคลนผิวสีหรือกลุ่มชาติพันธุ์ และที่สำคัญ มีนิสัยขยัน มุ่งมั่น ตรงต่อเวลา ก็สมควรแล้วที่มีผู้คนเขาพูดว่าเป็นประเทศที่เจริญก้าวหน้าอย่างแท้จริง
แบบอย่างที่ดีเหล่านี้ผมจะพยายามนำไปประยุกต์ใช้ในสถานที่ทำงานต่อไป จุดเริ่มแรกก็คือเล่าให้กับเพื่อนร่วมงานและบรรดาลูกศิษย์ลูกหาทั้งหลาย เพื่อสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ปกป้องสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยการเรียนรู้ที่ผมได้สอนอีกด้วย และคิดว่าทุกหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นระดับท้องถิ่นจนถึงระดับชาติในหลายๆประเทศหรือทั่วทุกมุมโลกคงจะตระหนักใส่ใจในเรื่องนี้เป็นอย่างดี เพราะคุณภาพของสิ่งแวดล้อมนั้นถือว่าคือหน้าตาของประเทศชาติเฉกเช่นเดียวกัน
ญี่ปุ่นคือประเทศหนึ่งที่ตระหนักในเรื่องนี้เป็นอย่างดี อาจเป็นเพราะว่าเคยได้รับบทเรียนสิ่งแวดล้อมเป็นพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมเมื่อสี่สิบกว่าปีที่ผ่านมาหรืออาจจะเป็นเพราะอะไรก็แล้วแต่ แค่ก้าวแรกที่ผมได้เหยียบลงบนผืนแผ่นดินแห่งนี้ที่สนามบินนารีตะ ได้เห็นขยะจำนวนหลายใบที่มีการแยกประเภท ก็เป็นที่ประจักษ์ชัดเจนแล้วว่า ทุกวันนี้ญี่ปุ่นมีความเป็นห่วงต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง
ถัดจากนั้นผมก็ได้ตั้งข้อสังเกตอีกหลายอย่างที่ได้ประสบพบเห็น คนญี่ปุ่นเดินมากเป็นว่าเล่น หรือบางคนก็ขี่จักรยานเป็นพาหนะในการไปทำงาน นับว่าเป็นการบรรเทามลพิษทางอากาศได้ดียิ่ง และสิ่งที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมากก็คือ การที่ได้มีการคิดค้น เอาขยะ น้ำเสีย หรือสิ่งปฏิกูลอื่นๆ มารีไซเคิลไปใช้ประโยชน์ได้ใหม่ หลังจากที่ได้ไปศึกษาดูงานที่สถานที่บำบัดน้ำเสียในกรุงโตเกียว รวมจนถึงมีการคิดค้นแปลงน้ำฝนกลับมาใช้ได้อีกในเขตสุมิดากุ ยังมีอีกหลายแห่งที่ผมไม่ได้กล่าวไว้ ณ โอกาสนี้ แต่บอกได้เลยว่า ทุกส่วนของสังคมไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ เอกชน หรือประชาชนทุกสาขาอาชีพ ต่างก็คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ แม้แต่การดำเนินงานทางด้านธุรกิจของทุกบริษัทก็ยังต้องมีหลักประกันทางด้านสิ่งแวดล้อมเข้ามาเกี่ยวข้อง หากไม่เช่นนั้นบริษัทจะอยู่ไม่รอดหากไม่มีการกำหนดนโยบายเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือการกำหนดมาตรการที่ใส่ใจให้กับสิ่งแวดล้อมมาเป็นตัวตั้ง
ด้วยเหตุนี้กระมังที่บ้านเรือนและถนนทั้งสองข้างทางดูสะอาดเรียบร้อย มีต้นไม้เกือบทุกสาย มีสวนสาธารณะเกือบทุกพื้นที่ มองเห็นทุ่งนาและภูเขาเขียวขจีเต็มไปหมด และที่ผมแอบปลื้มในใจอดที่จะคิดถึงไม่ได้ที่นอกเหนือจากความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติแล้วก็คือ คุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ กว่ายี่สิบวันที่ผมได้มาอยู่ที่นี่ คนญี่ปุ่นมีน้ำใจมาก ไม่แบ่งพรรคแบ่งพวก ไม่ดูถูกดูแคลนผิวสีหรือกลุ่มชาติพันธุ์ และที่สำคัญ มีนิสัยขยัน มุ่งมั่น ตรงต่อเวลา ก็สมควรแล้วที่มีผู้คนเขาพูดว่าเป็นประเทศที่เจริญก้าวหน้าอย่างแท้จริง
แบบอย่างที่ดีเหล่านี้ผมจะพยายามนำไปประยุกต์ใช้ในสถานที่ทำงานต่อไป จุดเริ่มแรกก็คือเล่าให้กับเพื่อนร่วมงานและบรรดาลูกศิษย์ลูกหาทั้งหลาย เพื่อสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ปกป้องสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยการเรียนรู้ที่ผมได้สอนอีกด้วย และคิดว่าทุกหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นระดับท้องถิ่นจนถึงระดับชาติในหลายๆประเทศหรือทั่วทุกมุมโลกคงจะตระหนักใส่ใจในเรื่องนี้เป็นอย่างดี เพราะคุณภาพของสิ่งแวดล้อมนั้นถือว่าคือหน้าตาของประเทศชาติเฉกเช่นเดียวกัน
หมายเหตุ บทความเรื่องนี้ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร "ข่าวสารการศึกษา" สพท.นราธิวาส เขต ๑ ฉบับที่ ๑๓ ประจำเดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๔๗ เขียนไว้หลังจากกลับดูงานด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม ณ ประเทศญี่ปุ่น ปี ๒๕๔๗ โดยทุนองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งชาติญี่ปุ่น
"ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการศึกษา เพื่อสร้างคนให้มีคุณภาพ
และนำคนเหล่านี้ไปสร้างชาติอีกต่อหนึ่งจนประสบผลสำเร็จอย่างน่าทึ่ง
ประเทศไทยเราจึงต้องยกระดับการศึกษาของผู้คนในประเทศให้เท่าเทียมกับอารยประเทศเฉกเช่นเดียวกัน"
คุณลักษณะเด่นของคนญี่ปุ่น 10 ประการ
1. ชอบอ่านหนังสือ
2. ช่างคิดช่างสร้างสรรค์
3. การตรงต่อเวลา
4. ความสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย
5. การอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่พูดโอ้อวด
6. ความซื่อสัตย์ สุจริต ไม่คดโกง
7. การทำงานอย่างกระตือรือร้น
8. พิถีพิถันเอาใจใส่ในรายละเอียดต่างๆ เล็กๆ น้อยๆ
9. แยกแยะเรื่องส่วนตัวและความรับผิดชอบในหน้าที่
10. การทำงานเป็นทีมแบบรวมกลุ่มOne for all & all for one.
หันมานี่โมเดล:HANMANI MODEL
เน้นให้ทุกคนได้หันหน้าเข้าหากัน มาร่วมกันคิดร่วมกันทำ เพื่อนำสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศ
หันมานี่โมเดล ก็คือ กระบวนการบริหารงาน 7 ประการ : ที่ผู้นำทางด้านการศึกษาต้องคำนึงถึง
1. คำนึงถึงคน (Human) หมายถึง การสรรหาคัดเลือกบุคคลที่มีศักยภาพเพียงพอเข้ามาร่วมทำงาน นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ เพราะหากเราได้ทีมงานที่เก่ง และมีคุณภาพ การบริหารงานสถานศึกษาของเราก็จะมีคุณภาพตามมาด้วย ดังนั้น ทีมงานของเรา ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนที่มาจากคณะครู ชุมชนหรือผู้ปกครองที่เป็นคณะกรรมการสถานศึกษา หรือแม้กระทั่งบุคลากร ทางการศึกษาอื่นๆที่เกี่ยวข้อง บุคคลต่างๆเหล่านี้ เราต้องคัดกรองให้ดี เฟ้นหาบุคคลที่เหมาะสม สอดคล้องกับงาน และสามารถที่จะทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นทีม
2. คิดปรับปรุงพัฒนา (Adjustment) หมายถึง การมองการณ์ไกล มีวิสัยทัศน์ ดูบริบทและสภาพทั่วไปของสถานศึกษา จากอดีตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันมีจุดแข็งและจุดอ่อนอะไรบ้าง เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นในการที่จะคิดและวางแผนให้สถานศึกษาได้รับการปรับปรุงหรือพัฒนาในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ให้เป็นไปตามลำดับ
3. ตามความจำเป็น (Need) หมายถึง การคำนึงถึงความต้องการหรือความจำเป็นจากหลายๆฝ่ายโดยเฉพาะผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งผู้ปกครองนักเรียนและชุมชนที่อยู่ในเขตบริการ เขาต้องการและปรารถนาอยากเห็นสถานศึกษาดำเนินงานกิจการต่างๆไปในทิศทางใด อย่างไร อันนี้คนที่เป็นผู้นำทางด้านการศึกษาพึงต้องทราบและรับรู้ แล้วมาร่วมกันกำหนดนโยบายและแผนงาน เพื่อจะได้นำไปปรับปรุงและพัฒนางานให้สอดคล้องกับความต้องการจากทุกฝ่ายและตามความจำเป็นของบริบทในแต่ละพื้นที่
4. ร่วมบริหารจัดการ (Management) หมายถึง การเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามาบริหารจัดการการศึกษา โดยยึดระเบียบ กฎเกณฑ์ ข้อบังคับ รวมจนถึงแผนกลยุทธ์ แผนปฏิบัติการประจำปี ที่ทุกฝ่ายได้ร่วมกันกำหนดเอาไว้ ซึ่งตรงนี้ ผู้บริหารสถานศึกษาในฐานะที่เป็นตัวกลางหรือเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้ร่วมงานจากทุกฝ่าย ต้องคอยอำนวยให้ความสะดวก สามารถติดต่อประสานงานกับทุกๆฝ่ายได้เป็นอย่างดี มีทั้งศาสตร์และศิลป์ในการบริหารจัดการกิจการต่างๆของสถานศึกษา
5.ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ (Achievement) หมายถึง การตรวจสอบผลการปฏิบัติงานตามกิจกรรมและโครงการต่างๆที่แต่ละฝ่ายได้รับมอบหมาย ประสบผลสำเร็จมากน้อยแค่ไหน เป็นไปตามเป้าหมายหรือบรรลุตามวัตถุประสงค์เท่าใด และสอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ แผนปฏิบัติการประจำปีหรือไม่ซึ่งเป็นข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญในการที่จะทำการวิเคราะห์ วิจัย และพัฒนา ถือว่าเป็นการปรับปรุงกระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่องอันสอดคล้องกับหลักการบริหารมุ่งคุณภาพทั้งองค์การที่ทุกคนต้องมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน (TQM) ทั้งนี้ ก็เพื่อให้ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักเรียนดีขึ้น และเป็นไปตามจุดมุ่งหมายที่สังคมต้องการ นั้นก็คือ นักเรียนดี เก่ง และมีสุข
6. มีการสร้างเครือข่าย (Network) หมายถึง การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน ใครมีอะไรดีก็ต้อง เผยแพร่ประชาสัมพันธ์แก่ผู้ร่วมงาน มีการรวมกลุ่มสร้างศูนย์เครือข่ายสถานศึกษา รวมทั้งมีการติดต่อสื่อสารกับองค์การภายนอกทั้งหน่วยงานของรัฐและเอกชน โดยเฉพาะในยุคโลกไร้พรมแดนอย่างปัจจุบันใครมีเครือข่ายมากที่สุดมักจะได้เปรียบอยู่เสมอ
7. เติมเต็มด้วยความรัก (I love you) หมายถึง การทำงานกับผู้ร่วมงานอย่างเป็นกัลยาณมิตร มีการเอาใจใส่ให้กำลังใจอยู่ตลอดเวลา เป็นการเสริมสร้างบรรยากาศที่ดีในสถานที่ทำงาน กระตุ้นให้ทุกคนทำงานด้วยใจรัก รักในหน้าที่การงานของตน รักทุกๆคนที่เป็นเพื่อนร่วมงาน และที่สำคัญ รักนักเรียนทุกคนดั่งลูกของตนเอง เพราะเขาเหล่านั้นคือทรัพยากรบุคคลที่มีค่ายิ่งเหนือสิ่งอื่นใด พร้อมที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีและมีคุณภาพต่อไปในวันข้างหน้า
บทสรุปสุดท้ายก็คือ .....คนสำราญ งานสำเร็จ
หมายเหตุ: เป็นเนื้อหาบางส่วนของบทความที่ได้รับพิจารณาคัดเลือกตีพิมพ์ลงในวารสารวิชาการ สำนักงานวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
ปีที่ 14 ฉบับที่ 4 (เดือนตุลาคม-ธันวาคม 2554)
วันจันทร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2555
"คำบอกเล่า"..ของผู้อำนวยการโรงเรียน : 6
ขอความสันติสุขจงมีแด่ทุกท่าน...บรรยากาศควันหลงจากงานวันครูอำเภอมายอ วันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๕ ณ โรงเรียนมายอ(สถิตย์ภูผา) จัดโดยชมรมผู้บริหารและครูอำเภอมายอ ขอชื่นชมว่า เป็นการจัดงานวันครูที่น่าทึ่งตระการตาสามารถรวบรวมผู้ประกอบวิชาชีพครูจากหลายหน่วยงานที่มีอยู่ในอำเภอมายอ แล้วผนึกกำลังเป็นปึกแผ่นหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งไม่ค่อยจะบ่อยนักที่ปรากฏให้เห็นในพื้นที่สามจังหวัดบ้านเราและตั้งแต่ยุบเปลี่ยนหน่วยงานสปอ.มาเป็นเขตพื้นที่การศึกษา จากการที่ผมได้สัมผัสทำงานมาหลายอำเภอและหลายเขตพื้นที่ ยังไม่เคยเห็นมีการจัดงานวันครูที่ยิ่งใหญ่อลังการในลักษณะเช่นวันนี้
นายพิศาล อาแว นายอำเภอมายอ มาร่วมเป็นเกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด ในขณะเดียวกัน นายนพพร มากคงแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต ๒ ได้เดินสายไปเยี่ยมเยียนทุกอำเภอในเขตพื้นที่เพื่อเป็นกำลังใจแด่หัวอกของคนที่เป็นครูทั้งหลาย ท่านเปรียบครูเสมือนเรือจ้าง จากฝั่งที่มีแต่คนไร้ซึ่งความหวัง อยู่ท่ามกลางความมืดมน ขาดโอกาสไม่มีความรู้และโง่เขลา แล้วนำพาผู้คนเหล่านั้นข้ามไปสู่ฝั่งที่เต็มไปด้วยความหวัง เห็นช่องทางแห่งแสงสว่าง เกิดการเรียนรู้ กลับกลายเป็นคนดี เก่ง และใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เราทุกคนจึงควรภูมิใจที่เกิดมาได้เป็นครู นับว่าเป็นอาชีพที่มีเกียรติอย่างยิ่ง ถึงแม้เราจะอยู่หน่วยงานที่เล็ก เป็นคนเล็กๆ ไม่สามารถจะพลิกนโยบายหรือทำนโยบายด้วยตนเองเหมือนกับผู้นำระดับประเทศหรือระดับกระทรวงกรม แต่โดยหน้าที่และความรับผิดชอบ เราทุกคนสามารถที่จะสร้างคนให้เป็นคนดี เก่ง และมีสุขได้ ที่สำคัญนับจากนี้ไป เราจำเป็นที่จะต้องมารวมตัวกัน จากหนึ่งคนรวมเป็นสิบ จากหนึ่งโรงเรียนรวมเป็นหลายโรง จากหลายโรงเรียนรวมเป็นหนึ่งเขตพื้นที่ เพราะในอีกสามปีข้างหน้า ปี ๒๕๕๘ เราทุกคนต้องเตรียมตัวการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน การเรียนรู้ภาษาอย่างน้อยสองภาษาเป็นสิ่งที่หลีกหนีไม่พ้นหากทุกคนจะก้าวขึ้นบนเวทีอาเซียนอย่างพร้อมเพรียงกัน ทั้งหมดนี้เป็นข้อคิดจากท่านผอ.นพพร มากคงแก้ว ฝากไว้ให้กับครูทุกท่าน จึงได้ถอดความบันทึกไว้เพื่อให้เราได้จดจำและถือปฏิบัติตามที่ท่านแนะนำไว้
ข้อคิดสุดท้ายเนื่องในโอกาสวันครู ขอคัดจากกระดานสนทนาเฟสบุ๊คของนายประสิทธิ์ หนูกุ้ง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต ๑ ท่านเขียนไว้ว่า “ครูคือใคร ใครคือครูในวันนี้ ครูคือสถาปนิกสร้างสังคม(เพิ่มเติมได้ครับ)” ท่านเปิดโอกาสให้สมาชิกเขียนต่อ เลยมีหลายท่านที่ได้เขียนเสริมเติมเต็ม อย่างเช่น ท่านผอ.มุคตาร์ รร.บ้านรือเปาะ สพป.นราธิวาส เขต ๓ เขียนว่า “ครูคือแบบทำให้เห็น เป็นอย่างให้ตาม นำก่อนให้เห็นมากกว่าสอนแต่วาจา” ผมจึงบอกว่า “ใช่เลย คือครูที่สังคมต้องการในวันนี้ ตัวอย่างที่ดี มีค่ากว่าคำสอน” กล่าวโดยสรุป ภาษาและเทคโนโลยีเป็นของคู่กันที่คุณครูยุคใหม่ต้องพึงเอาใจใส่ และทั้งสองเป็นสิ่งที่ทุกคนเรียนรู้กันได้ และขอแสดงความยินดีกับคุณครูรร.บ้านลางสาดทั้งสองท่านในวันนี้ที่ได้รับเกียรติบัตรและเข็มเชิดชูเกียรติครูแสนดีจากครุสภา คือ คุณครูอนุสรา แม็ง และที่ได้รับเกียรติบัตรครูดีในดวงใจเนื่องในวันครูของอำเภอมายอ คือ คุณครูเนาวรัตน์ เทพสุวรรณ
บันทึกไว้ : เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๕
ขอขอบคุณ : คุณสิรวีร์ โสตถิสถาวร สพป.ปัตตานี เขต ๒... ผู้เอื้อเฟื้อภาพ
"คำบอกเล่า"..ของผู้อำนวยการโรงเรียน : 5
ครั้งที่ ๕ ปีการศึกษา ๒๕๕๔
ขอความสันติสุขจงมีแด่ทุกท่าน...หลายเหตุการณ์หลากวาระที่ถาโถมเข้ามาในห้วงเวลาเดียวกัน จนมิทันจะจดบันทึกเรื่องราวเหล่านั้นได้ทั้งหมด กอปรกับข้อจำกัดในตัวผู้เขียนที่ไม่ใช่นักเขียนมืออาชีพ คิดไม่ออกว่าจะจับต้นชนปลายอย่างไรดี แต่ครั้นมีโอกาสได้สัมผัสรับฟังข้อคิดจากต้นแบบผู้นำในวงการต่างๆเมื่อเร็วๆนี้ จึงได้เกิดแรงบันดาลใจอย่างแรงกล้าที่อยากจะเล่ามาฝากถึงพวกเรา ถึงแม้ว่าจะไม่ปะติดปะต่อเขียนออกมาได้ไม่สละสลวยก็ตามที
เมื่อวันที่ ๖ ธ.ค.๒๕๕๔ นายธีระ มินทราศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ได้เดินทางมามายอเป็นอำเภอแรกหลังจากที่เพิ่งรับตำแหน่งมาไม่กี่วัน เพื่อมอบนโยบายให้กับหัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โต๊ะอีหม่าม และผู้บริหารสถานศึกษาในอำเภอมายอทุกท่าน ท่านได้นำยุทธศาสตร์ “ปัตตานีสันติสุข”ให้ทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะข้าราชการ จะต้องทำความเข้าใจ ลดความหวาดระแวง สร้างความยุติธรรม และนำปัตตานีสันติสุขกลับคืนมาให้ได้ และบทสรุปสุดท้ายท่านได้ยึดหลักการ “คนสำราญ งานสำเร็จ” มาใช้ในการบริหารราชการอีกด้วย ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความผาสุกแก่ประชาชน ฉันใดก็ฉันนั้น สำหรับหน่วยงานสถานศึกษาอย่างเราจะทำอย่างไรให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งนักเรียนและผู้ปกครองมีความพึงพอใจต่อการปฏิบัติงานของโรงเรียนให้ได้มากที่สุด
ถัดมาเมื่อวันที่ ๑๒ ธ.ค.๒๕๕๔ งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ณ โรงแรมซี เอส ปัตตานี เป็นที่น่ายินดีที่ได้รับเกียรติจากดร.กษมา วรวรรณ ณ อยุธยา มาเป็นประธานในพิธีเปิด จากนั้นท่านได้เข้าร่วมถกเสวนาประเด็นการศึกษาในจังหวัดชายแดนใต้กับดร.รุ่ง แก้วแดง และดร.สมเกียรติ ชอบผล ท่านดร.รุ่ง ได้เกริ่นปัญหาผลสัมฤทธิ์ตกต่ำในทุกวิชาแต่เป็นที่น่าแปลกใจวิชาภาษาอังกฤษที่นี่กลับมีคะแนนสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยโดยรวมของประเทศ ท่านดร.กษมา จึงได้เสริมว่านี่คือจุดเด่นของเราและต้องพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสในการที่จะเข้าสู่อาเซียน
สุดท้ายเมื่อวันที่ ๑๓ ธ.ค. ๒๕๕๔ ผมในนามคณะครู นักเรียน และผู้ปกครอง ได้ไปต้อนรับนายพิศาล อาแว ซึ่งกลับมารับตำแหน่งนายอำเภอมายออีกครั้ง ท่านได้เน้นวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง ประจวบเหมาะพอดีในวันที่ ๒๐ ธ.ค.นี้ ท่านจะมาตรวจเยี่ยมพื้นที่ ต.กระเสาะ พร้อมกับคณะกรรมการประเมินกำนันดีเด่น ทางโรงเรียนบ้านลางสาดของเราได้รับเกียรติจากท่านกำนันให้ไปนำเสนอผลงานเด่นของโรงเรียน นั่นคือ”ยาสีฟันสมุนไพร” รางวัลโครงงานรองชนะเลิศอันดับ ๑ ล่าสุด จากโรงพยาบาลมายอ ขอขอบคุณคณะครูและนักเรียนทุกคนที่ช่วยกันสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้จนประสบผลสำเร็จ
บันทึกไว้ เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๔
ขอความสันติสุขจงมีแด่ทุกท่าน...หลายเหตุการณ์หลากวาระที่ถาโถมเข้ามาในห้วงเวลาเดียวกัน จนมิทันจะจดบันทึกเรื่องราวเหล่านั้นได้ทั้งหมด กอปรกับข้อจำกัดในตัวผู้เขียนที่ไม่ใช่นักเขียนมืออาชีพ คิดไม่ออกว่าจะจับต้นชนปลายอย่างไรดี แต่ครั้นมีโอกาสได้สัมผัสรับฟังข้อคิดจากต้นแบบผู้นำในวงการต่างๆเมื่อเร็วๆนี้ จึงได้เกิดแรงบันดาลใจอย่างแรงกล้าที่อยากจะเล่ามาฝากถึงพวกเรา ถึงแม้ว่าจะไม่ปะติดปะต่อเขียนออกมาได้ไม่สละสลวยก็ตามที
เมื่อวันที่ ๖ ธ.ค.๒๕๕๔ นายธีระ มินทราศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ได้เดินทางมามายอเป็นอำเภอแรกหลังจากที่เพิ่งรับตำแหน่งมาไม่กี่วัน เพื่อมอบนโยบายให้กับหัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โต๊ะอีหม่าม และผู้บริหารสถานศึกษาในอำเภอมายอทุกท่าน ท่านได้นำยุทธศาสตร์ “ปัตตานีสันติสุข”ให้ทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะข้าราชการ จะต้องทำความเข้าใจ ลดความหวาดระแวง สร้างความยุติธรรม และนำปัตตานีสันติสุขกลับคืนมาให้ได้ และบทสรุปสุดท้ายท่านได้ยึดหลักการ “คนสำราญ งานสำเร็จ” มาใช้ในการบริหารราชการอีกด้วย ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความผาสุกแก่ประชาชน ฉันใดก็ฉันนั้น สำหรับหน่วยงานสถานศึกษาอย่างเราจะทำอย่างไรให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งนักเรียนและผู้ปกครองมีความพึงพอใจต่อการปฏิบัติงานของโรงเรียนให้ได้มากที่สุด
ถัดมาเมื่อวันที่ ๑๒ ธ.ค.๒๕๕๔ งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ณ โรงแรมซี เอส ปัตตานี เป็นที่น่ายินดีที่ได้รับเกียรติจากดร.กษมา วรวรรณ ณ อยุธยา มาเป็นประธานในพิธีเปิด จากนั้นท่านได้เข้าร่วมถกเสวนาประเด็นการศึกษาในจังหวัดชายแดนใต้กับดร.รุ่ง แก้วแดง และดร.สมเกียรติ ชอบผล ท่านดร.รุ่ง ได้เกริ่นปัญหาผลสัมฤทธิ์ตกต่ำในทุกวิชาแต่เป็นที่น่าแปลกใจวิชาภาษาอังกฤษที่นี่กลับมีคะแนนสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยโดยรวมของประเทศ ท่านดร.กษมา จึงได้เสริมว่านี่คือจุดเด่นของเราและต้องพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสในการที่จะเข้าสู่อาเซียน
สุดท้ายเมื่อวันที่ ๑๓ ธ.ค. ๒๕๕๔ ผมในนามคณะครู นักเรียน และผู้ปกครอง ได้ไปต้อนรับนายพิศาล อาแว ซึ่งกลับมารับตำแหน่งนายอำเภอมายออีกครั้ง ท่านได้เน้นวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง ประจวบเหมาะพอดีในวันที่ ๒๐ ธ.ค.นี้ ท่านจะมาตรวจเยี่ยมพื้นที่ ต.กระเสาะ พร้อมกับคณะกรรมการประเมินกำนันดีเด่น ทางโรงเรียนบ้านลางสาดของเราได้รับเกียรติจากท่านกำนันให้ไปนำเสนอผลงานเด่นของโรงเรียน นั่นคือ”ยาสีฟันสมุนไพร” รางวัลโครงงานรองชนะเลิศอันดับ ๑ ล่าสุด จากโรงพยาบาลมายอ ขอขอบคุณคณะครูและนักเรียนทุกคนที่ช่วยกันสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้จนประสบผลสำเร็จ
บันทึกไว้ เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๔
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


