วันจันทร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2555

"คำบอกเล่า"..ของผู้อำนวยการโรงเรียน : 6


                                                          ครั้งที่ ปีการศึกษา ๒๕๕๔

          ขอความสันติสุขจงมีแด่ทุกท่าน...บรรยากาศควันหลงจากงานวันครูอำเภอมายอ วันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๕ ณ โรงเรียนมายอ(สถิตย์ภูผา) จัดโดยชมรมผู้บริหารและครูอำเภอมายอ ขอชื่นชมว่า เป็นการจัดงานวันครูที่น่าทึ่งตระการตาสามารถรวบรวมผู้ประกอบวิชาชีพครูจากหลายหน่วยงานที่มีอยู่ในอำเภอมายอ แล้วผนึกกำลังเป็นปึกแผ่นหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งไม่ค่อยจะบ่อยนักที่ปรากฏให้เห็นในพื้นที่สามจังหวัดบ้านเราและตั้งแต่ยุบเปลี่ยนหน่วยงานสปอ.มาเป็นเขตพื้นที่การศึกษา จากการที่ผมได้สัมผัสทำงานมาหลายอำเภอและหลายเขตพื้นที่ ยังไม่เคยเห็นมีการจัดงานวันครูที่ยิ่งใหญ่อลังการในลักษณะเช่นวันนี้

          นายพิศาล อาแว นายอำเภอมายอ มาร่วมเป็นเกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด ในขณะเดียวกัน นายนพพร มากคงแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต ๒ ได้เดินสายไปเยี่ยมเยียนทุกอำเภอในเขตพื้นที่เพื่อเป็นกำลังใจแด่หัวอกของคนที่เป็นครูทั้งหลาย ท่านเปรียบครูเสมือนเรือจ้าง จากฝั่งที่มีแต่คนไร้ซึ่งความหวัง อยู่ท่ามกลางความมืดมน ขาดโอกาสไม่มีความรู้และโง่เขลา แล้วนำพาผู้คนเหล่านั้นข้ามไปสู่ฝั่งที่เต็มไปด้วยความหวัง เห็นช่องทางแห่งแสงสว่าง เกิดการเรียนรู้ กลับกลายเป็นคนดี เก่ง และใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เราทุกคนจึงควรภูมิใจที่เกิดมาได้เป็นครู นับว่าเป็นอาชีพที่มีเกียรติอย่างยิ่ง ถึงแม้เราจะอยู่หน่วยงานที่เล็ก เป็นคนเล็กๆ ไม่สามารถจะพลิกนโยบายหรือทำนโยบายด้วยตนเองเหมือนกับผู้นำระดับประเทศหรือระดับกระทรวงกรม แต่โดยหน้าที่และความรับผิดชอบ เราทุกคนสามารถที่จะสร้างคนให้เป็นคนดี เก่ง และมีสุขได้ ที่สำคัญนับจากนี้ไป เราจำเป็นที่จะต้องมารวมตัวกัน จากหนึ่งคนรวมเป็นสิบ จากหนึ่งโรงเรียนรวมเป็นหลายโรง จากหลายโรงเรียนรวมเป็นหนึ่งเขตพื้นที่ เพราะในอีกสามปีข้างหน้า ปี ๒๕๕๘ เราทุกคนต้องเตรียมตัวการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน การเรียนรู้ภาษาอย่างน้อยสองภาษาเป็นสิ่งที่หลีกหนีไม่พ้นหากทุกคนจะก้าวขึ้นบนเวทีอาเซียนอย่างพร้อมเพรียงกัน ทั้งหมดนี้เป็นข้อคิดจากท่านผอ.นพพร มากคงแก้ว ฝากไว้ให้กับครูทุกท่าน จึงได้ถอดความบันทึกไว้เพื่อให้เราได้จดจำและถือปฏิบัติตามที่ท่านแนะนำไว้

          ข้อคิดสุดท้ายเนื่องในโอกาสวันครู ขอคัดจากกระดานสนทนาเฟสบุ๊คของนายประสิทธิ์ หนูกุ้ง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต ๑ ท่านเขียนไว้ว่า “ครูคือใคร ใครคือครูในวันนี้ ครูคือสถาปนิกสร้างสังคม(เพิ่มเติมได้ครับ)” ท่านเปิดโอกาสให้สมาชิกเขียนต่อ เลยมีหลายท่านที่ได้เขียนเสริมเติมเต็ม อย่างเช่น ท่านผอ.มุคตาร์ รร.บ้านรือเปาะ สพป.นราธิวาส เขต ๓ เขียนว่า “ครูคือแบบทำให้เห็น เป็นอย่างให้ตาม นำก่อนให้เห็นมากกว่าสอนแต่วาจา” ผมจึงบอกว่า “ใช่เลย คือครูที่สังคมต้องการในวันนี้ ตัวอย่างที่ดี มีค่ากว่าคำสอน” กล่าวโดยสรุป ภาษาและเทคโนโลยีเป็นของคู่กันที่คุณครูยุคใหม่ต้องพึงเอาใจใส่ และทั้งสองเป็นสิ่งที่ทุกคนเรียนรู้กันได้ และขอแสดงความยินดีกับคุณครูรร.บ้านลางสาดทั้งสองท่านในวันนี้ที่ได้รับเกียรติบัตรและเข็มเชิดชูเกียรติครูแสนดีจากครุสภา คือ คุณครูอนุสรา แม็ง และที่ได้รับเกียรติบัตรครูดีในดวงใจเนื่องในวันครูของอำเภอมายอ คือ คุณครูเนาวรัตน์ เทพสุวรรณ

บันทึกไว้ : เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๕
ขอขอบคุณ : คุณสิรวีร์ โสตถิสถาวร สพป.ปัตตานี เขต ๒... ผู้เอื้อเฟื้อภาพ

"คำบอกเล่า"..ของผู้อำนวยการโรงเรียน : 5

                                                        ครั้งที่ปีการศึกษา ๒๕๕๔

          ขอความสันติสุขจงมีแด่ทุกท่าน...หลายเหตุการณ์หลากวาระที่ถาโถมเข้ามาในห้วงเวลาเดียวกัน จนมิทันจะจดบันทึกเรื่องราวเหล่านั้นได้ทั้งหมด กอปรกับข้อจำกัดในตัวผู้เขียนที่ไม่ใช่นักเขียนมืออาชีพ คิดไม่ออกว่าจะจับต้นชนปลายอย่างไรดี แต่ครั้นมีโอกาสได้สัมผัสรับฟังข้อคิดจากต้นแบบผู้นำในวงการต่างๆเมื่อเร็วๆนี้ จึงได้เกิดแรงบันดาลใจอย่างแรงกล้าที่อยากจะเล่ามาฝากถึงพวกเรา ถึงแม้ว่าจะไม่ปะติดปะต่อเขียนออกมาได้ไม่สละสลวยก็ตามที
          เมื่อวันที่ ๖ ธ.ค.๒๕๕๔ นายธีระ มินทราศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ได้เดินทางมามายอเป็นอำเภอแรกหลังจากที่เพิ่งรับตำแหน่งมาไม่กี่วัน เพื่อมอบนโยบายให้กับหัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โต๊ะอีหม่าม และผู้บริหารสถานศึกษาในอำเภอมายอทุกท่าน ท่านได้นำยุทธศาสตร์ “ปัตตานีสันติสุข”ให้ทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะข้าราชการ จะต้องทำความเข้าใจ ลดความหวาดระแวง สร้างความยุติธรรม และนำปัตตานีสันติสุขกลับคืนมาให้ได้ และบทสรุปสุดท้ายท่านได้ยึดหลักการ “คนสำราญ งานสำเร็จ” มาใช้ในการบริหารราชการอีกด้วย ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความผาสุกแก่ประชาชน ฉันใดก็ฉันนั้น สำหรับหน่วยงานสถานศึกษาอย่างเราจะทำอย่างไรให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งนักเรียนและผู้ปกครองมีความพึงพอใจต่อการปฏิบัติงานของโรงเรียนให้ได้มากที่สุด
          ถัดมาเมื่อวันที่ ๑๒ ธ.ค.๒๕๕๔ งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ณ โรงแรมซี เอส ปัตตานี เป็นที่น่ายินดีที่ได้รับเกียรติจากดร.กษมา วรวรรณ ณ อยุธยา มาเป็นประธานในพิธีเปิด จากนั้นท่านได้เข้าร่วมถกเสวนาประเด็นการศึกษาในจังหวัดชายแดนใต้กับดร.รุ่ง แก้วแดง และดร.สมเกียรติ ชอบผล ท่านดร.รุ่ง ได้เกริ่นปัญหาผลสัมฤทธิ์ตกต่ำในทุกวิชาแต่เป็นที่น่าแปลกใจวิชาภาษาอังกฤษที่นี่กลับมีคะแนนสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยโดยรวมของประเทศ ท่านดร.กษมา จึงได้เสริมว่านี่คือจุดเด่นของเราและต้องพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสในการที่จะเข้าสู่อาเซียน
          สุดท้ายเมื่อวันที่ ๑๓ ธ.ค. ๒๕๕๔ ผมในนามคณะครู นักเรียน และผู้ปกครอง ได้ไปต้อนรับนายพิศาล อาแว ซึ่งกลับมารับตำแหน่งนายอำเภอมายออีกครั้ง ท่านได้เน้นวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง ประจวบเหมาะพอดีในวันที่ ๒๐ ธ.ค.นี้ ท่านจะมาตรวจเยี่ยมพื้นที่ ต.กระเสาะ พร้อมกับคณะกรรมการประเมินกำนันดีเด่น ทางโรงเรียนบ้านลางสาดของเราได้รับเกียรติจากท่านกำนันให้ไปนำเสนอผลงานเด่นของโรงเรียน นั่นคือ”ยาสีฟันสมุนไพร” รางวัลโครงงานรองชนะเลิศอันดับ ๑ ล่าสุด จากโรงพยาบาลมายอ ขอขอบคุณคณะครูและนักเรียนทุกคนที่ช่วยกันสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้จนประสบผลสำเร็จ
                                                  บันทึกไว้ เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๔

"คำบอกเล่า"..ของผู้อำนวยการโรงเรียน : 4


ครั้งที่ ปีการศึกษา ๒๕๕๔
          ขอความสันติสุขจงมีแด่ทุกท่าน...วันนี้เป็นวันสิ้นปีงบประมาณ แต่ยามนี้เวลาสี่ทุ่มกว่าผมเพิ่งกลับมาถึงบ้าน มาจากศึกษาดูงานโรงเรียนต้นแบบในจังหวัดกระบี่ ยังไม่คิดที่จะพักนอน กลัวความรู้ที่ยังร้อนๆกลับกลายเป็นไอน้ำระเหยหายไปในกลีบเมฆ พร้อมหาเอกสารและเศษกระดาษที่เคยบันทึกแล้วมาเรียบเรียงจารึกเก็บไว้เป็นความทรงจำว่ามีอะไรบ้างที่เป็นปฏิบัติการสำคัญในรอบเดือนนี้
          ปฏิบัติการแรก การประชุมปฏิบัติการป้องกันและแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกและเขียนไม่ได้ เมื่อวันที่ ๘-๙ ก.ย.๕๔ ณ โรงแรมเซาเทิร์นวิว ปัตตานี โดยผู้บริหารโรงเรียนได้รับเชิญเข้าร่วมเฉพาะวันแรกเท่านั้น นายประหยัด สุขขี รองผอ.สพป.ปัตตานี เขต ๒ ได้เล่าไว้อย่างน่าสนใจว่า สาเหตุที่ตัวท่านเองต้องอ่อนวิชาคณิตเพราะโดนครูดุด่าเกือบทุกวัน เลยทำให้มีเจตคติที่ไม่ดีต่อวิชานี้ แต่กลับมาสอนคณิตได้ดีเมื่อตอนที่มาเป็นครู เหตุเพราะไม่มีความรู้มาก่อนจึงจำเป็นต้องเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี ในขณะที่สอนวิชาภาษาไทยกลับไม่ได้ดีด้วยเหตุที่คิดว่าเป็นวิชาเอกที่ได้ร่ำเรียนรู้มาจึงไม่ต้องเตรียมตัวแบบเข้าห้องสอนได้เลยจนลืมขั้นตอนที่สำคัญไป
          ปฏิบัติการที่สอง โครงการการพัฒนาศักยภาพบทบาทคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เมื่อวันที่ ๒๒-๒๓ ก.ย.๕๔ ณ หาดแก้วรีสอร์ท สงขลา นายนพพร มากคงแก้ว ผอ.สพป.ปัตตานี เขต ๒ ได้สรุปสามเสาหลักที่สำคัญในการจัดการศึกษาให้ประสบผลสำเร็จนั่นคือ เขตพื้นที่ โรงเรียน และชุมชน ในขณะที่ผศ.ดร.เครือศรี วิเศษสุวรรณภูมิ วิทยากรจากมอ.ปัตตานี ทิ้งประเด็นให้ทุกคนได้ขบคิดว่าทำไม “เด็กไทยเก่งเป็นกระจุก แต่โง่เป็นกระจาย” จึงฝากความหวังให้กับสามประสานดังกล่าวว่าจะทำอย่างไร หากยังปล่อยเป็นเช่นนี้ บนเวทีอาเซียนเราไม่มีโอกาสที่จะได้เป็นผู้นำแน่นอนหรือไม่ก็ตกขอบเวทีโลกไปเลย
          ปฏิบัติการสุดท้าย การอบรมพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา/ศึกษาดูงานโรงเรียนต้นแบบในสพป.กระบี่ เมื่อวันที่ ๒๙-๓๐ ก.ย.๕๔ นายเรวัต มะลิสุวรรณ ผอ.รร.บ้านคลองไคร ได้ฝากข้อคิดให้กับผู้บริหารทุกท่านที่มาในวันนี้ว่า การที่จะเข้าสู่โรงเรียนคุณภาพได้นั้นเราจำเป็นที่จะต้องมีการเปลี่ยน นั่นคือ เปลี่ยนตัวเราเอง เปลี่ยนตัวครู และเปลี่ยนตัวนักเรียนให้ได้ อ่านหนังสืออย่างเดียวเราจะได้แค่ความรู้ ต้องออกไปดูข้างนอกบ้างเพื่อให้ได้พบกับประสบการณ์จริง
          ขอจบลงท้ายด้วยวันสิ้นปีงบประมาณอีกครั้ง ยังคงมีอีกหลายท่านเหมือนกับผมที่เพิ่งรู้ว่า สาเหตุปีงบประมาณของประเทศไทยเราต้องเริ่ม ๑ ตุลานั้น เพื่อให้ตรงกับความเหมาะสมของสังคมเกษตรกรรมในสมัยก่อนที่ควรออกปลายหน้าฝนแล้วก็ให้ทันใช้ในหน้าหนาวและหน้าแล้งต่อ เป็นการบอกเล่าต่อจากดร.วิษณุ เครืองาม ด้วยความที่เราอยู่หน่วยงานราชการควรที่พึงทราบที่มาที่ไป พบกันใหม่ในปีงบประมาณใหม่
                                             บันทึกไว้เมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๔

วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2555

"คำบอกเล่า"..ของผู้อำนวยการโรงเรียน : 3

                                                        ครั้งที่ ปีการศึกษา ๒๕๕๔          
          ขอความสันติสุขจงมีแด่ทุกท่าน...เมื่อวานนี้ เป็นวันอีดิลฟิตรี ฮิจเราะห์ศักราช ๑๔๓๒ วันที่เราได้เห็นภาพพี่น้องมุสลิมทั่วโลกร่วมเฉลิมฉลองกันหลังจากร่วมกันถือศีลอดในเดือนรอมาฎอนที่เพิ่งผ่านพ้นไป ยุคไอทีหรือยุคเทคโนโลยีสารสนเทศได้ย่อโลกของเรายิ่งแคบลงอย่างไม่น่าเชื่อ กลายเป็นหมู่บ้านโลก(Global village) หมู่บ้านหนึ่งซึ่งทำให้ผู้คนทั่วสารทิศสามารถติดต่อสื่อสารและเห็นภาพซึ่งกันและกันได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็วทันใจด้วยระบบอินเตอร์เน็ทหรือไซเบอร์โฮม
          เราคงจะได้พบเจอนวตกรรมสิ่งใหม่ๆอีกมากมายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งเป็นสิ่งที่ท้าทายและกดดันให้กับคุณครูหรือบรรดาผู้ที่เป็นอาจารย์ผู้สอนอย่างยิ่ง จริงๆแล้วหากย้อนกลับไปในอดีตเพียงไม่กี่ปีนี้เอง เรามีแค่คุณครูได้อยู่ในห้องเรียน มีตำราได้สอน ก็เห็นเพียงพอแล้วที่จะปั้นลูกศิษย์ของเราให้เป็นคนเก่งคนดี แบบว่านอนสอนง่ายเป็นคนที่ไม่ดื้อรั้น แต่ครั้นในปัจจุบัน ตั้งแต่โลกก้าวหน้ามีนวตกรรมทางด้านเทคโนโลยีเข้ามาแพร่กระจาย กลายเป็นดาบสองคมให้กับทุกสังคมโดยปริยาย เพราะสิ่งที่หลั่งไหลเข้ามาพร้อมกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีนั้น เป็นทั้งองค์ความรู้อันหลากหลายที่ให้ประโยชน์มากมาย และเป็นทั้งสิ่งชั่วร้ายอบายมุขที่ให้โทษแก่เราปะปนกัน ดังนั้น เราในฐานะที่เป็นครูผู้สอนจะหยุดนิ่งอยู่กับที่ไม่ได้อีกแล้ว ต้องปรับปรุงพัฒนาตนเองก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆกัน หากไม่เช่นนั้นแล้วเราคงจะตามลูกศิษย์ลูกหาของเราไม่ทัน
          จากประสบการณ์การสอนในหลายปีที่ผ่านมา ผมมักจะบอกและแนะนำทั้งลูกศิษย์และเพื่อนร่วมงานอยู่เสมอว่า นอกจากทุนความรู้เดิมที่เราได้เรียนรู้มา ไม่ว่าใครจะไปจบสาขาอะไรก็แล้วแต่ ยังมีอีกสองเรื่องที่เราต้องเรียนรู้เสริมเพิ่มเติมให้กับตนเองเพื่อเตรียมการรองรับการเป็นพลเมืองอาเซียนและพลเมืองโลก นั้นก็คือ ภาษาและเทคโนโลยี ใครเก่งหลายภาษาย่อมมีภาษี ใครเก่งเทคโนโลยีย่อมได้เปรียบ ทั้งคู่จึงเป็นเสมือนกับขนมปาท่องโก๋ซึ่งดูแล้วจะแยกออกจากกันไม่ได้ แต่ทั้งสองเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ใครๆก็สามารถฝึกฝนและเรียนรู้กันได้ ไม่จำกัดเพศไม่จำกัดวัย อยู่ที่ความตั้งใจและมุ่งมั่น ขอเพียงแค่ให้เราได้เรียนรู้อยู่ทุกวันเหมือนกับนักเรียนได้เรียนรู้ภาษาสัมพันธ์ วันละประโยคในยามเช้า แรกเริ่มอาจจะยังไม่เข้าใจ แต่หากได้เปิดโอกาสปล่อยให้ฝึกซ้ำๆ นานวันจะซึมซับไปเอง
          จึงขอขอบคุณคุณครูผู้ที่เป็นต้นคิด เพ่งพินิจดูทิศทางการแถลงนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ หนึ่งในสามของจุดมุ่งหมายสำคัญก็ยังไม่พ้นการประกาศนำประเทศไทยเตรียมความพร้อมก้าวสู่เป็นประชาคมอาเซียน โดยจะพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยการส่งเสริมรักการอ่าน เน้นให้คนไทยมีโอกาสได้เรียนรู้ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาเพื่อนบ้าน เพื่อพัฒนาสถานศึกษาเข้าสู่สากล และมีการสนับสนุนเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาด้วยการแจกแท็บเล็ทให้กับนักเรียนพร้อมจัดหาอินเตอร์เน็ทที่มีความเร็วสูง แม้จะมีการถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์กันถึงข้อดีข้อเสีย แต่ข้อเท็จจริงก็คือ ใครหรือโรงเรียนใดที่เตรียมตัวพร้อมมาก่อนเท่านั้นที่จะได้เปรียบรับอานิสงค์จากนโยบายอันนี้

บันทึกไว้: เมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๔

"คำบอกเล่า"..ของผู้อำนวยการโรงเรียน : 2

ครั้งที่ ปีการศึกษา ๒๕๕๔

          ขอความสันติสุขจงมีแด่ทุกท่าน...กาลเวลาก็เหมือนกับสายน้ำที่ไม่เคยรอใคร ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้เป็นวันที่พี่น้องมุสลิมจะเริ่มถือศีลอดร่วมกันอีกครั้ง ยังจำได้ว่าในวันที่ผมมารับตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านลางสาดนั้น เหลือเวลาเพียงแค่อีกหนึ่งวันก็จะเข้าสู่เดือนรอมาฎอน นั่นแสดงว่าผมได้มาอยู่ที่นี่ครบรอบหนึ่งปีพอดีตามปฏิทินอิสลาม เวลาช่างรวดเร็วเหลือเกินเป็นเหมือนกับเทคโนโลยีที่มีความเร็วสูงจนเราจะปรับตัวก้าวตามไม่ทัน
          แต่กระนั้นก็ตาม เราทุกคนต่างก็ไม่เคยละทิ้งในภาระหน้าที่ สำนึกความรับผิดชอบที่มีต่อนักเรียน สำหรับหัวอกของคนที่เป็นครูอย่างแท้จริงนั้น ผมเชื่อมั่นเหลือเกินว่า ทุกคนมีอยู่เต็มหัวใจ ผมขอขอบคุณเพื่อนครูทุกท่านที่ได้เอาใจใส่และดูแลนักเรียนของเราได้เป็นอย่างดีมาโดยตลอด รวมทั้งได้ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ เพื่อนำผลงานที่ดีเลิศของโรงเรียนไปประชาสัมพันธ์ในงานมหกรรม “ชบาเบ่งบาน การศึกษาปัตตานี” ครั้งที่ ๓ เมื่อวันที่ ๒๘ – ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ณ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ จ.ปัตตานี โดยเฉพาะในวันที่ ๒๘ กรกฎาคม นั้น ทั้งนักเรียนและคุณครูทุกท่านได้ไปร่วมกันสาธิตการประดิษฐ์ดอกไม้จากเศษวัสดุที่เหลือใช้ให้กับบรรดานักเรียนและคณะครูจากโรงเรียนต่างๆ ในจังหวัดปัตตานี ถือว่าเป็นแบบอย่างที่ดียิ่ง แต่ที่สำคัญกว่านั้น เราได้ทั้งมิตรภาพและเครือข่ายที่เพิ่มขึ้น พูดถึงเครือข่ายแล้วผมก็อดที่จะบอกกล่าวไม่ได้กับความดีอีกหลายเรื่องที่คุณครูของเราได้กระทำลงไป ในบางเรื่องนั้นปฏิบัติได้อย่างรวดเร็วและถูกต้องจนเพื่อนครูในศูนย์เครือข่ายด้วยกันมาขอคำแนะนำและเอาเป็นแบบอย่าง จึงขอชื่นชมเป็นพิเศษ และขอให้ท่านได้รักษาความดีนี้ตลอดไป
          อีกเรื่องหนึ่งที่ผมจะขอเล่าต่อ เป็นควันหลงจากงานชุมนุมลูกเสือจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ ๗ เมื่อวันที่ ๑๑ – ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ณ ค่ายลูกเสือไทยเฉลิมพระเกียรติ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง โดยมีลูกเสือ เนตรนารี และผู้บังคับบัญชา ทั้งจากประเทศไทยและมาเลเซีย เข้าร่วมทั้งหมด ๒,๑๓๒ คน ผมไปในฐานะเป็นหนึ่งในคณะกรรมการฝ่ายพิธีการ ได้ทำการแปลเอกสารที่เป็นคำกล่าวรายงานทั้งพิธีเปิดและพิธีปิด และเอกสารอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนถึงเป็นพิธีกรในภาคภาษาอังกฤษ จะเห็นได้ว่า กิจกรรมลูกเสือนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งเพื่อการรองรับการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ภายในปี ๒๕๕๘ ไปแล้ว จึงอยากฝากคุณครูและนักเรียนทุกคนว่า วันนี้เราได้เตรียมตัวแล้วหรือยัง และเตรียมความพร้อมได้มากน้อยแค่ไหนเพื่อที่จะอ้าแขนรับกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้
          หวังเป็นอย่างยิ่งว่ากิจกรรม”ภาษาสัมพันธ์...วันละประโยค” จะเป็นจุดประกายเริ่มต้นที่เราทุกคนจะได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ขอขอบคุณอีกครั้งกับคุณครูทุกท่านที่ได้ร่วมกันริเริ่มและปฏิบัติอย่างเอาจริงเอาจัง ทั้งนี้เพื่อ “เด็กตานี มีอนาคต” ตามยุทธศาสตร์ ๑๒ วาระตานี ของนายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีคนปัจจุบัน

บันทึกไว้ เมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๔

วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2555

"คำบอกเล่า"..ของผู้อำนวยการโรงเรียน : 1

ครั้งที่ ปีการศึกษา ๒๕๕๔
          ขอความสันติสุขจงมีแด่ทุกท่าน ข้อความที่ท่านกำลังอ่านอยู่ขณะนี้เป็นคำบอกเล่าของ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านลางสาดที่ได้ลาดตระเวนไปเสาะแสวงหาองค์ความรู้จากหลายๆแหล่ง จึงอยากแบ่งปันเรียงร้อยเป็นถ้อยคำมาฝากให้กับเพื่อนครูได้รับอ่านบ้าง โดยได้หยิบบางประเด็นที่สำคัญอันเกี่ยวข้องกับวิชาชีพครูเป็นหลัก

          ในรอบเดือนนี้ ผมมีโอกาสได้เข้าร่วมประชุมผู้บริหารสถานศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน ณ โรงแรมซีเอส ปัตตานี ไปฟังวาระสำคัญจากดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการ กพฐ. ในเรื่องการหาแนวทางการจัดการศึกษาจังหวัดชายแดนใต้ ปีการศึกษา ๒๕๕๔ เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาทั้งระบบและยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้สูงขึ้น เกือบหนึ่งชั่วโมงของการบรรยาย ท่านมักจะอ้างงานวิจัยประกอบการบรรยายโดยตลอด มีงานวิจัยจากต่างประเทศชิ้นหนึ่ง ซึ่งได้ข้อค้นพบว่า เด็กนักเรียน ๒ คน อายุ ๘ ขวบ มีภูมิหลังที่เหมือนกัน เมื่อคนหนึ่งมีโอกาสได้เรียนกับครูเก่ง คือครูมืออาชีพ และอีกคนหนึ่งเรียนกับครูอ่อน ซึ่งหมายถึงคนที่ทำงานอาชีพครู แล้วไม่กระตือรือร้นที่จะเรียนรู้พัฒนาตนเองเพิ่มเติม ปรากฏว่าเพียงแค่ระยะเวลา ๓ ปี คนที่เรียนกับครูเก่ง มีความก้าวหน้าห่างไกลจากคนที่เรียนกับครูอ่อนถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ไตล์ จากงานวิจัยดังกล่าว ผมจึงอยากฝากข้อคิดให้กับเพื่อนครูได้รับทราบว่า ไม่ว่านักเรียนของเราจะอ่านออกหรือเขียนไม่ได้ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจะสูงหรือต่ำ หัวใจสำคัญนั้นอยู่ที่ การดูแลเอาใจใส่ของคุณครู ซึ่งเป็นคำตอบสุดท้าย ดังข้อความที่ท่านเลขาฯ กพฐ. ได้ยกอ้างไว้ว่า “You can’t improve student learning without improving instruction"อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญซึ่งจะต้องบันทึกไว้เพื่อเป็นความภาคภูมิใจแก่ชาวลางสาดทุกคน นั้นคือ การแข่งขันทักษะวิชาการระดับศูนย์เครือข่ายกูวิงตรัง เมื่อวันที่ ๒๙ มิ.ย.๒๕๕๔ นักเรียนของเรามีความสามารถได้รับรางวัลชนะเลิศ จำนวน ๒ รายการ รองชนะเลิศ อันดับ ๑ จำนวน ๒ รายการ และรองชนะเลิศ อันดับ ๒ อีกจำนวน ๓ รายการ เป็นการแสดงศักยภาพทั้งของนักเรียนและคณะครูทุกคนที่ได้ร่วมกันเสียสละ ทุ่มเทกำลังกายและกำลังทรัพย์ นับว่าคุ้มค่ากับผลที่ได้รับและแม้จะมีบางรายการต้องพลาดไปบ้าง อย่างน้อยก็เป็นประสบการณ์ที่เราควรจดจำไว้ แล้วจงเตรียมพร้อมค่อยมาสู้กันใหม่ในโอกาสต่อไป ขอเป็นกำลังใจพร้อมที่จะยืนอยู่เคียงข้างตลอดเวลา

          นี้คือข้อความที่เป็นคำบอกเล่าฉบับปฐมฤกษ์ ตั้งใจแล้วว่าจะเขียนให้ได้อย่างสม่ำเสมอ เมื่อได้ไปค้นพบเจอะเจอสิ่งดีๆที่แห่งไหน “มีดต้องลับเรื่อยๆเพื่อให้ได้คมฉันใด ปากกาก็ต้องหยิบมาเขียนบ่อยๆเพื่อลับสมองให้เกิดข้อคิดมากขึ้นฉันนั้น” จะมาเล่าสู่กันฟังอีกเรื่อยๆ ในวาระต่อไป

บันทึกไว้ เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๔

วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2555

บันทึกครั้งสุดท้าย..ที่ลูโบ๊ะกาเยาะ

          บันทึกจากใจฝ่ายบริหาร...อันที่จริงแล้ว ทั้งผู้บริหารสถานศึกษาและครูต่างก็เป็นผู้นำทางด้านการศึกษา แต่การจะให้คุณครูเป็นผู้นำทางด้านการศึกษาที่ดีได้นั้น สำคัญอยู่ที่ผู้บริหารต้องตระหนักในเรื่องงานวิชาการเป็นหลัก หากคิดที่จะร่วมกันขับเคลื่อนงานการศึกษามุ่งเข้าสู่โรงเรียนคุณภาพ ให้เป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย “ครูจำเป็นต้องสร้างนักเรียนให้ดี เก่ง และมีสุขฉันใด ผู้บริหารก็ต้องสร้างครูดี เก่ง และมีสุขฉันนั้น
          บันทึกการนิเทศภายใน “หัวใจอยู่ที่เด็ก” ถือว่าเป็นการนิเทศแบบกัลยาณมิตรอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งทางทีมงานฝ่ายบริหารโรงเรียนบ้านลูโบ๊ะกาเยาะพยายามที่จะนำประสบการณ์ความรู้และข้อคิดเห็นที่ดีๆจากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายมาเล่าสู่กันฟัง ด้วยความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่อยากจะให้คุณครูทุกท่านเป็นผู้นำทางด้านการศึกษา โดยเฉพาะเป็นผู้นำในห้องเรียนเพื่อที่จะนำพานักเรียนออกไปสู่โลกทัศน์ที่กว้างไกล สามารถอ่านเขียน คิดวิเคราะห์และเรียนรู้ด้วยตนเองตลอดไป
          ผู้เขียน...ในฐานะที่ได้รับมอบหมายดูแลรับผิดชอบฝ่ายงานวิชาการ ฝ่ายงานนโยบายและแผน และฝ่ายงานบริหารงานทั่วไปของโรงเรียนบ้านลูโบ๊ะกาเยาะ
          ขอขอบคุณุณอาแซ ดอแม ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านลูโบ๊ะกาเยาะ ที่เปิดโอกาสให้บริหารงานฝ่ายต่างๆได้อย่างอิสระ ท่านให้ความสำคัญกับงานด้านวิชาการเป็นพิเศษพร้อมที่จะนิเทศคุณครูได้ทุกที่ทุกเวลา อีกทั้งเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่มักจะสอนคนอื่นเป็นผู้นำที่ดีได้ด้วย
          ขอขอบคุณคุณครูอับดุลลาเตะ ดือเระ หัวหน้าฝ่ายงานนโยบายและแผน ที่ได้นำนโยบายและแผนงานทั้งของโรงเรียนและหน่วยงานเหนือมาสู่ภาคปฏิบัติ สำเร็จลุล่วงเป็นไปตามเป้าหมาย
          ขอขอบคุณคุณครูสุดใจ แอสะ หัวหน้าฝ่ายงานวิชาการ ที่ได้ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ร่วมกันปรึกษาหารือมาโดยตลอด เพื่อที่จะขับเคลื่อนงานวิชาการของโรงเรียนให้มีความก้าวหน้า
          ขอขอบคุณคุณครูปฏิญญา ลามะทา หัวหน้าฝ่ายงานบุคคล ที่ได้ยึดหลักระบบคุณธรรมในการบริหารงานบุคคลมาต่อเนื่อง และที่สำคัญได้ช่วยขัดเกลาภาษาให้สละสลวยสวยงามยิ่งขึ้นจนทำให้ผู้เขียนพกความมั่นใจพร้อมที่จะนำเสนอต่อผู้อ่านในทุกระดับ
          ขอขอบคุณคุณครูศรินยา ทวีลาศ หัวหน้าฝ่ายงานการเงินและสินทรัพย์ ที่ได้เอื้อเฟื้อข้อมูลจากสิ่งตีพิมพ์ต่างๆไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ วารสาร หรือนิตยสาร
          ขอขอบคุณคุณครูยูไนน๊ะ แยบรอแย หัวหน้าฝ่ายงานบริหารงานทั่วไป ที่ได้ป้อนข้อมูลจากงานธุรการโรงเรียนได้อย่างรวดเร็วและฉับไว
          และสุดท้ายขอขอบคุณคุณครูโรงเรียนบ้านลูโบ๊ะกาเยาะทุกท่านที่ได้ติดตามอ่านบันทึกการนิเทศภายใน“หัวใจอยู่ที่เด็ก” แล้วสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ต่อไป นั้นคือความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่มาจากใจจริงของทีมงานฝ่ายบริหารโรงเรียนบ้านลูโบ๊ะกาเยาะ

บันทึกไว้ในวันสุดท้ายของนายตอฮีรน หะยีเลาะแม ณ โรงเรียนบ้านลูโบ๊ะกาเยาะ "ที่จะเก็บไว้เป็นความทรงจำตลอดไป" August 09,2010