วันพุธที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

ต่างหน้าที่..แต่มีจุดหมายเดียวกัน



         การเป็นผู้นำทางด้านการศึกษา ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งหน้าที่ใดตั้งแต่ผู้ที่เป็นครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา ศึกษานิเทศก์ หรือบุคลากรทางการศึกษาอื่นที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา ล้วนแต่มีจุดหมายปลายทางเดียวกันนั้นก็คือ เพื่อให้เด็กเติบโตเป็นคนดี มีปัญญา และมีความสุข

ซึ่งเป็นที่สอดคล้องกับความมุ่งหมายของพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562
มาตรา 6 การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทย ให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรม และวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข จะเห็นได้ว่าเป็นภาระหน้าที่ของทุกๆฝ่ายที่จะต้องเข้ามามีบทบาทและมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการการศึกษาให้เป็นไปตามเป้าหมายของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติที่ได้กำหนดไว้ จึงจำเป็นต้องอาศัยทั้งครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา ศึกษานิเทศก์ หรือบุคลากรทางการศึกษาอื่นที่เกี่ยวข้อง ที่จะต้องเข้ามาส่งเสริม สนับสนุน ให้การช่วยเหลือในด้านต่างๆ เพื่อร่วมขับเคลื่อนการศึกษาให้เกิดคุณภาพอย่างมีพัฒนาการ
เมื่อพูดถึงคำว่าคุณภาพ “คุณภาพการศึกษา อยู่ที่ ห้องเรียน” คำๆนี้ผู้เขียนเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะสุดท้ายครูเท่านั้นพร้อมที่จะเป็นผู้นำในห้องเรียนเพื่อที่จะรังสรรค์ให้เด็กเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในทางที่ดีขึ้น มีการนำเทคนิคหรือวิธีการสอนที่หลากหลายมาปรับประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับศักยภาพของนักเรียนแต่ละคน จึงขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้กับครูผู้ทำหน้าที่อำนวยการจัดการเรียนรู้เป็นพิเศษ โดยเฉพาะคุณครูที่สามารถอ้าแขนรับกับสถานการณ์โลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงทั้งด้านเทคโนโลยีและด้านต่างๆที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและรวดเร็ว แล้วสามารถปรับวิธีการเรียนรู้เพื่อนำเด็กเข้าสู่การเป็นพลเมืองโลกในศตวรรษที่ 21 และพร้อมทั้งสามารถที่จะผลักเด็กให้เข้าสู่ชีวิตปกติวิถีใหม่ (New Normal) นับว่าเป็นสิ่งท้าทายยิ่งให้กับครูผู้สอนในยุคปัจจุบัน
ในฐานะที่ผู้เขียนเคยทำหน้าที่เป็นครูและผู้บริหารสถานศึกษา มาวันนี้ในฐานะที่เป็นผู้ประสานงานระหว่างหน่วยงานการศึกษากับหน่วยงานสถานศึกษา ในตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งมีคนได้เปรียบเปรยไว้ว่า อยู่โรงเรียนเปรียบเสมือนปลูกต้นไม้ได้เพียง 1 ต้น แต่อยู่เขตพื้นที่เปรียบเสมือนได้ปลูกป่า ผู้เขียนจึงมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ขออาสาเป็นอีกแรงหนึ่งพร้อมที่จะร่วมขับเคลื่อนงานการศึกษาไปด้วยกันกับทุกๆฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยภายใต้นโยบายสำคัญของท่านดร.อาดุลย์ พรมแสง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 ซึ่งมี 12 ข้อ ดังต่อไปนี้
1. เพิ่มผลสัมฤทธิ์
2. พิชิตอ่านเขียน
3. โรงเรียนน่าอยู่
4. เชิดชูคุณธรรม
5. นัอมนำหลักปรัชญาฯ
6. ส่งเสริมภาษาสู่สากล
7. ผลงานประจักษ์ชัด
8. เร่งรัดนิเทศภายใน
9. ใส่ใจระบบประกัน
10. สร้างสรรค์ความร่วมมือ
11. ฝึกปรือความพร้อมปฐมวัย
12. ก้าวไกลเทคโนโลยี
พร้อมด้วยค่านิยมพื้นฐานของหน่วยงานนั้นคือ..
รวดเร็ว ถูกต้อง โปร่งใส ใส่ใจบริการ
Fast Correct Transparent and Service Mind


วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2563

ดีอักโข ณ โกตาบารู

                               

          “คนดีตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้” ผมเชื่อมั่นในคุณงามความดีที่กระทำลงไปตามอมตะพจน์ที่โบราณได้กล่าวไว้ นับว่าเป็นบุญที่ได้มาเจอเพื่อนร่วมงานที่ดีมาโดยตลอด ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน จะต้องปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งใดก็ตาม กอปรกับได้น้อมรับกระแสพระราชดำรัสของในหลวง รัชกาลที่ ๙ “เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา” มาปรับประยุกต์ใช้อย่างต่อเนื่อง อันสอดคล้องกับ ๓ หลักการสำคัญที่ท่านนบีมุหัมหมัด (ศ็อลฯ)ได้ปฏิบัติเป็นกิจวัตร นั้นคือ รู้จักซึ่งกันและกัน(ตะอารุฟ) เข้าใจซึ่งกันและกัน(ตะฟาฮัม) และช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน(ตะอาวุน)

เขียนวกไปวกมา แต่ถ้าหากจะให้พูดคงจะวกวนมากกว่านี้ เพราะเป็นคนที่พูดไม่เก่ง บวกเสียงไม่ไพเราะ ทั้งไม่มีลูกเล่น ปาฐกถายิ่งไม่เป็น แต่ขอเน้นการปฏิบัติเป็นสำคัญ ทุกครั้งที่ได้มีโอกาสไปรับตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาในช่วงที่ผ่านมา ปรัชญาที่สวยหรู วิสัยทัศน์ที่งดงาม พันธกิจที่ดีเลิศ ไม่ค่อยจะเขียนได้หรอก แต่มักจะบอกกับครูอยู่เสมอว่า เราจะร่วมกันทำอย่างไรให้นักเรียนอ่านออกเขียนได้ คิดวิเคราะห์เป็น ร่วมหล่อหลอมให้เกิดสมรรถนะสำคัญ และมีการเปลี่ยนพฤติกรรมที่เป็นไปตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ กล่าวโดยสรุปคือ คุณภาพนักเรียนต้องมาก่อน แต่จุดหมายปลายทางที่เราต้องการให้ผู้เรียนดี เก่ง และมีสุขนั้น สำคัญก็คือ ครูก็ต้องเป็นคนดี เก่ง และมีสุข เป็นอันดับแรกก่อนเช่นกัน คงไม่แตกต่างอะไรกับแนวทางของนักบริหารนักปกครองที่ประสบความสำเร็จทั้งหลายต่างก็เห็นพ้องต้องกันว่า “คนสำราญ งานสำเร็จ” เป็นหลักการที่สามารถขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ณ โรงเรียนบ้านโกตาบารู ก็เป็นอีกสถานศึกษาหนึ่งซึ่งทำให้ผมภาคภูมิใจแม้จะเป็นช่วงเวลาแค่ ๒ ปี แต่จากวันแรกที่ได้เข้ามาเมื่อวันที่ ๑ พ.ย.๖๑ มีนักเรียน ๕๖๐ คน แล้วก่อนจะออกไปเมื่อวันที่ ๕ พ.ย.๖๓ มีนักเรียนเพิ่มขึ้นเป็น ๖๐๙ คน รวมทั้งมีผลงานที่ติดอันดับตั้งแต่ศูนย์เครือข่าย เขตพื้นที่ จังหวัด ภูมิภาค จนถึงระดับชาติเป็นที่การันตี
ทั้งหมดนี้ ต้องขอบคุณคุณครูเป็นพิเศษเพราะครูเป็นผู้ทำ ส่วนผู้อำนวยการนั้นมีแต่ได้ ถือเป็นเรื่องปกตินะครับสำหรับผู้ที่หวังอยากจะเป็นนักการบริหารการศึกษาที่ประสบความสำเร็จในสักวันหนึ่งข้างหน้า จำเป็นต้องอาศัยครูจริงๆ เพราะครูคือผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับเด็กมากที่สุดอย่างถ่องแท้ครับ

วันจันทร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2561

สื่อภาษาผูกมิตร..สร้างชีวิตดีงาม

    บันทึกความทรงจำแห่งปี
           ปีการศึกษา ๒๕๖๐ โรงเรียนอนุบาลยะรัง รวมพลังสร้างคุณภาพ"นโยบายนำหน้า วิชาการยอดเยี่ยม เต็มเปี่ยมคุณธรรม เลิศล้ำการกีฬา รักษามาตรฐาน สานสัมพันธ์ชุมชน" เป็นบทสรุปผลงานในรอบปีการศึกษาที่ผ่านมา ที่ทุกฝ่ายได้ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ และร่วมกันภาคภูมิใจ ซึ่งจะขอสาธยายร่ายเขียนพอสังเขป ดังนี้
          นโยบายนำหน้า  กิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ ชุมชนการเรียนรู้แห่งวิชาชีพ(PLC) สะเต็มศึกษา(STEM) การจัดการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การเป็นต้นแบบโรงเรียนคุณธรรม ทางโรงเรียนได้ดำเนินการโดยผ่านโครงการและกิจกรรมต่างๆอย่างต่อเนื่อง
          วิชาการยอดเยี่ยม  จากการดำเนินการโครงการและกิจกรรมเหล่านั้น นับว่าเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญอันส่งผลให้คะแนนรวมเฉลี่ยการสอบ I-NET ทุกวิชาสูงกว่าระดับประเทศ และคะแนนรวมเฉลี่ยการสอบ O-NET ทุกวิชาสูงกว่าระดับเขตพื้นที่และระดับจังหวัด มีค่าพัฒนาเพิ่มขึันเมื่อเทียบกับปีการศึกษา ๒๕๕๙ โดยเฉพาะวิชาภาษาอังกฤษหากนับวิชาเดียวคะแนนรวมเฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศ ซึ่งในปีนี้เป็นโอกาสที่ดียิ่งทางสพป.ปัตตานี เขต ๒ ได้มอบเข็มเกียรติยศเป็นครั้งแรกให้กับโรงเรียนที่มีคะแนนทั้ง I-NETและ O-NETสูงกว่าระดับประเทศ ทางโรงเรียนอนุบาลยะรังจึงได้รับเข็มดังกล่าวรวมทั้งครูและผู้บริหารจำนวน ๘ ท่าน
          เต็มเปี่ยมคุณธรรม  นักเรียน ครูและผู้บริหาร ได้ร่วมละหมาดกันที่โรงเรียน ๒ เวลาเป็นกิจวัตรประจำวัน กอปรกับกิจกรรมต่างๆที่ส่งเสริมให้ทั้งนักเรียนและบุคลากรของโรงเรียนได้ประพฤติตนเป็นคนดีวินัย อาทิ เช่น กิจกรรมลูกเสือ กิจกรรมส่งเสริมประชาธิปไตย ฯ สิ่งที่สามารถยืนยันการันตีได้อย่างชัดเจนเห็นประจักษ์ก็คือ ทั้งนักเรียน ครูและผู้บริหาร ได้รับคำรับรองจากหน่วยงานต่างๆให้รางวัลทั้งโล่ เข็มเชิดชูเกียรติและเกียรติบัตร ตั้งแต่ระดับกลุ่มโรงเรียน เขตพื้นที่ จังหวัด ภูมิภาค จนถึงระดับชาติ
          เลิศล้ำการกีฬา ในปีนี้ได้จัดฟุตซอลอนุบาลยะรังคัพ ครั้งที่ ๒ มีทีมฟุตซอลนักเรียนจากโรงเรียนในสี่จังหวัดชายแดนใต้เข้ามาร่วม ซึ่งทีมโรงเรียนอนุบาลยะรังรั้งอันดับที่ ๓ แต่ที่เหนือกว่าผลของการแข่งขันนั้นก็คือการสร้างเครือข่ายและมิตรภาพ นอกจากนี้มีการปั้นนักฟุตบอลมาเป็นระยะๆ สนับสนุนเข้าร่วมทั้งโครงการสานฝันปันรักเพื่อน้องและโครงการSBPAC CUP  ส่งผลให้นักเรียนได้เข้าร่วมเดินทางเพิ่มเติมประสบการณ์ทางฟุตบอลกับสโมสรชั้นนำของเมืองไทย
          รักษามาตรฐาน  ตามคำขวัญ โรงเรียนสะอาด บรรยากาศน่าอยู่ คุณครูสอนดี นักเรียนมีคุณภาพ ซึ่งสอดคล้องกับอัตลักษณ์ของโรงเรียนที่ว่า รักสะอาด ใฝเรียนรู้ ทางโรงเรียนได้ร่วมกันตระหนักในหลักการสำคัญนี้มาโดยตลอดจนเกิดผลในทางปฏิบัติ กลายเป็นโรงเรียนแบบอย่างให้กับโรงเรียนอื่นๆที่ได้เข้ามาดูงาน รวมทั้งได้ขยายผลนำเสนอผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (BEST PRACTICES) ณ สถานที่ต่างๆให้กับเพื่อนร่วมวิชาชีพได้รับรู้
          สานสัมพันธ์ชุมชน  การสร้างความสัมพันธ์อันดีงามระหว่างโรงเรียนกับชุมชนถือว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่ส่งผลให้นักเรียนมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกๆปีในรอบ ๓ ปีการศึกษาที่ผ่านมา กอปรกับโครงการระบบดูแลนักเรียนของโรงเรียนที่เข้มแข็ง มีการแบ่งสายเยี่ยมบ้านนักเรียนอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ได้รับความไว้วางใจและการยอมรับจากผู้ปกครอง ชุมชน ตลอดจนถึงหน่วยงานอื่นๆ เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆของโรงเรียน 
           ทั้งหมดนี้คือบทสรุปในรอบปีการศึกษา ๒๕๖๐ จากผลการปฏิบัติงานของบุคลากรโรงเรียนอนุบาลยะรังทุกท่านด้วยความเหน็ดเหนื่อยแต่เรามีเป้าหมายเดียวกันคือทำอย่างไรให้นักเรียนดี เก่ง และมีสุข ภายใต้กรอบนโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบัน อันสอดคล้องกับความต้องการของชุมชนเป็นที่ตั้ง ซึ่งทุกฝ่ายต่างก็ได้คาดหวังไว้ว่า โรงเรียนอนุบาลยะรังมีการจัดการศึกษาที่เต็มไปด้วยคุณภาพในทุกๆปีการศึกษาอย่างยั่งยืน

วันเสาร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

สื่อภาษาผูกมิตร..สร้างชีวิตดีงาม

คุณค่าภาษาไทย

           จากที่เคยเป็นคนอ่านหนังสือมาตั้งแต่ช่วงในวัยเด็กจนเข้าสู่วัยรุ่น เสมือนเป็นบุญที่ล้นเหลือเมื่อทุกวันนี้ได้กลายเป็นตะกอนที่ตกผลึกทางด้านความคิด ทำให้สามารถลิขิตเขียนพอเป็นเรื่องเป็นราวบ้าง แม้จะไม่เยื่ยมยอดเหมือนนักเขียนหรือกวีมืออาชีพ แต่ด้วยความชื่นชอบและหลงไหลในความงดงามของภาษาไทย จึงมีความสุขยิ่งนักเมื่อมีโอกาสทุกครั้งที่ได้เรียงร้อยถ้อยคำเป็นประโยคความเรียง รวมทั้งพรรณนาเขียนเป็นบทกานท์กลอน
            เจตนารมณ์ที่ได้เขียนไป ทำด้วยใจรัก ทำด้วยอารมณ์สุนทรีย์ที่มีเอ่อล้นอยู่ในจิตใจตน เหมือนกับคนที่มีดนตรีอยู่ในหัวใจฉันใดก็ฉันนั้น ไม่ได้คาดคิดที่จะพิชิตรางวัลต่างๆ แต่ด้วยแรงบันดาลใจจากคนรอบๆข้างซึ่งมีอยู่มากมายทั้งจากเพื่อนร่วมงานและนักเรียน คนที่เป็นครูเท่านั้นคงจะทราบดี คือเราจะทำอย่างไรให้ลูกศิษย์ลูกหาของเรามีลักษณะนิสัยเป็นคน"รักการอ่าน" เพราะเชื่อเหลือเกินว่าด้วยการอ่านอาจจะสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของใครบางคนได้ และที่สำคัญเราจะต้องร่วมคิดกันต่อว่าพอจะมีวิธีการไหนบ้างที่จะให้เขาได้อ่านหนังสืออยู่เป็นนิจ เพื่อให้เขาสามารถได้เรียนรู้ด้วยตนเองตลอดชีวิต กิจกรรมรณรงค์การใช้ภาษาไทย "ร้อยแก้ว ร้อยกรอง..มุมมองจากห้องผู้อำนวยการ" ขอเป็นส่วนหนึ่งซึ่งต้องการเติมเต็มในการมีส่วนร่วมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นภายในองค์กรของเราตรงนี้ เพราะภาษาไทยนอกจากเป็นภาษาหลักของประเทศชาติแล้วยังถือว่าเป็นหัวใจที่สามารถจะนำไปเป็นเครื่องมือเพื่อการค้นคว้าแสวงหาองค์ความรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นๆได้ต่อไป
            และแล้วในวันนี้กับสิ่งทื่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน อาจจะเป็นผลพลอยได้จากที่เคยตั้งใจมุ่งมั่น และดำเนินการมาอย่่างต่อเนื่อง ทั้งบทความและบทกลอนที่ได้เขียนสะสมไว้ ได้กลายเป็นผลงานที่ปฏิบัติเป็นเลิศ (Best Practice) ส่งผลจนได้รับการคัดเลือกเป็น "ผู้มีคุณูปการต่อการใช้ภาษาไทย" ผ่านจากระดับจังหวัดจนถึงระดับประเทศ ได้รับรางวัลพิเศษเป็นเข็มและโล่เชิดชูเกียรติ นับว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งนอกจากให้กับตนเองแล้ว ยังเป็นเกียรติให้กับโรงเรียนที่ได้ปฏิบัติงานอยู่ทั้งในปัจจุบันและที่ผ่านมา ซึ่งขอยอมรับว่ามีหลายชิ้นงานที่ได้สะสมไว้มาเป็นระยะๆตั้งแต่สมัยเป็นรองผู้อำนวยการ ในขณะเดียวกันก็รู้สึกภูมิใจและเป็นเกียรติให้กับหน่วยงานต้นสังกัดคือ สพป.ปัตตานี เขต ๒ และจังหวัดปัตตานีของเราอีกด้วย ที่เป็นตัวแทนหนึ่งเดียวปีนี้ที่ได้รับรางวัลอันทรงค่านี้
             จึงถือโอกาสสำคัญนี้นำคณะครูและนักเรียนที่มีผลงานการแข่งขันทักษะกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยติดอันดับในระดับเขตพื้นที่การศึกษา ของสพป.ปัตตานี เขต ๒ ครั้งล่าสุด มาศึกษาดูงานกิจกรรมวันภาษาไทยแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๖๐ ซึ่งจัดโดย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม เมื่อวันที่ ๒๗ ก.ค.๒๕๖๐ ณ หอประชุมใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับนักเรียนที่ขยันและมุ่งมั่นอันสมควรที่จะได้รับรางวัลที่มีคุณค่าทางใจเฉกเช่นเดียวกัน

วันศุกร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2560

สื่อภาษาผูกมิตร..สร้างชีวิตดีงาม

                                                          สภาพแวดล้อมพอเพียง 
          แรกเริ่มเดิมที ทีมวิทยากรที่มาอบรมบางท่านคิดไปว่า การจัดการการอบรมกับบรรดาผู้บริหารสถานศึกษานั้นมิใช่เรื่องง่าย เพราะผู้บริหารแต่ละท่านอาจจะมีป่วยการเมืองต้องมีภารกิจต่างๆขอออกไปโน่นนี่หรืออ้างโน้นอ้างนี้สารพัด แต่ที่ไหนได้กลับตรงกันข้าม ผู้อำนวยการโรงเรียนทุกท่านกระตือรือร้นสนอกสนใจให้ความร่วมมือตลอดการอบรม มีความสุข สนุกสนาน และเพลิดเพลินไปกับการเรียนรู้(Play and Learn)พร้อมๆไปกับวิทยากรอย่างไม่คาดคิด
          เพราะเราคือต้นแบบผู้ที่จะต้องเป็นผู้นำทางด้านวิชาการให้กับสถานศึกษาเพื่อสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้เกิดขึ้นในสถานที่เราได้ปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะอยู่ที่โรงเรียนใดก็ตาม เราจึงกลายเป็นต้นน้ำที่จะต้องสร้างตัวอย่างที่ดีให้กับคุณครู บุคลากรอื่นๆของโรงเรียน ผู้ปกครองและชุมชน ตลอดจนถึงบุคคลที่นับว่าสำคัญที่สุดที่ได้อยู่ปลายน้ำ นั้นก็คือ นักเรียน อันเป็นจุดหมายปลายทางที่เราทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันบ่มเพาะให้เป็นไปตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีพฤติกรรมที่เหมาะสมสอดคล้องกับค่านิยมหลักของคนไทย ๑๒ ประการ และตามจุดมุ่งหมายของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติที่ต้องการให้ผู้เรียนเป็นคนดี มีปัญญา และมีความสุข
           จากที่อบรมเชิงปฏิบัติการ "การจัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการบ่มเพาะคุณลักษณะอยู่อย่างพอเพียง" (Enable Environment for Sufficiency Learning) ภาคใต้ ระหว่างวันที่ ๙-๑๓ มีนาคม ๒๕๖๐ ณ โรงแรมทวินโลตัส จ.นครศรีธรรมราช ดูเหมือนว่าเป็นอะไรที่มาทันเวลาได้พอดิบพอดี แค่ได้เห็นภาพผู้บริหารทุกท่านมีความจริงจังและตั้งใจ ทุกกลุ่มทุ่มเทและมุ่งมั่นในทุกๆกิจกรรม ร่วมกันคิดร่วมกันทำ จนทุกๆภารกิจที่ได้รับมอบหมายเสร็จสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีตามเวลาที่กำหนด จึงอดไม่ได้ที่อยากจะเล่าสู่กันฟังว่า เราผู้บริหารสถานศึกษาก็พร้อมเสมอที่จะร่วมกันขับเคลื่อนการศึกษาให้เป็นไปในทางทิศเดียวกันกับทุกๆฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในเรื่องที่สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
           "ระเบิดจากข้างใน"เป็นต้นทุนเดิมที่เกิดจากหัวใจของบรรดาผู้ที่เป็นผู้นำอยู่แล้ว การเสริมเติมเต็มด้วยการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการที่คุ้มค่าและได้รับประโยชน์มากมายเฉกเช่นในครั้งนี้ เป็นแรงแห่งบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ให้เราได้ถักทอสานต่องานที่พ่อทำ พร้อมที่จะนำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปปรับประยุกต์ใช้ ณ สถานที่ทำงาน ร่วมกับผู้ร่วมงานต่อไป จึงขอขอบพระคุณท่านอาจารย์ดร.ปรียานุช ธรรมปิยา เป็นอย่างสูงที่มองไกลให้ความสำคัญกับผู้บริหารไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าครูและนักเรียน

                                       "อยู่อย่างพอเพียง เลี้ยงดูครอบครัว รวมตัวสร้างชุมชน ฝึกฝนตนที่โรงเรียน"
                                              คำขวัญตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง...โรงเรียนอนุบาลยะรัง

วันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2559

สื่อภาษาผูกมิตร..สร้างชีวิตดีงาม

มารู้จักผอ.สพป.ปัตตานี เขต ๒
                                                     
           วันนี้ผมมีโอกาสได้พบท่านผอ.นิตย์ พรหมประสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต ๒ เป็นครั้งแรก จากที่ไม่เคยได้พูดคุยอย่างใกล้ชิดไม่เคยได้พบกันที่ไหนมาก่อน ถึงท่านเล่าประวัติมาว่าเคยรับราชการอยู่ที่จังหวัดนราธิวาสและยะลามาแล้ว แต่เราก็ไม่มีวาสนาได้เจอกันทั้งๆที่ผมเองก็เคยปฏิบัติราชการอยู่ในนราธิวาสและยะลามาเช่นกัน ด้วยความที่ว่าต่างคนก็ต่างอำเภอและต่างเขตพื้นที่การศึกษา เลยได้เจอะเจอกันในครั้งนี้เต็มไปด้วยความตื่นเต้นจนไม่ทราบว่าจะเริ่มต้นพูดคุยอย่างไรดี
           ด้วยเหตุผลข้างต้น ผมจึงขอเลือกเป็นนักฟังที่ดี มีความพร้อมที่จะรับฟังแนวคิดหรือทรรศนะจากผู้นำที่ประสบความสำเร็จในชีวิตการงานอย่างใจจดใจจ่อ นับว่าคุ้มค่ากับการรอคอยยิ่ง แค่ได้รับรู้ว่าท่านจบชั้นป.๖ จากรร.บ้า่นตูปะ ต.ควนโนรี อ.โคกโพธิ์ นอกจากทำให้บรรดาครูที่เข้าร่วมประชุมถึงกับรู้สึกอึ้งไปชั่วขณะ ผมเองก็รู้สึกทึ่งในตัวท่านเช่นกัน จากโรงเรียนประถมเล็กๆที่ตั้งอยู่ในชนบท แต่อาศัยความอดทนดิ้นรนค้นคว้าพยายามติดตามเอาใจใส่ในเรื่องการศึกษา ในที่สุดสามารถผลักดันตนเองก้าวสู่เป็นผู้นำในตำแหน่งสูงสุดของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจนได้ ทำให้ผมฉุดคิดนึกถึงสัจจธรรมที่ว่า ความสำเร็จอันงดงามของชีวิตมิได้เกิดขึ้นแต่เฉพาะผู้ที่จบจากสถานศึกษาหรือสถาบันที่ดีเด่นมีชื่อเสียงเท่านั้น หากแต่เป็นทุกๆก้าวที่มุ่งไปสู่ความใฝ่ฝันของตนเองด้วยจิตใจที่มั่นคง จึงอยากจะนำแบบอย่างที่ดีนี้ไปเล่าสู่กันฟังให้กับคุณครูและนักเรียนที่โรงเรียนอนุบาลยะรังให้ได้ในเช้าวันแรกของการเปิดเรียนภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๙ ในวันพรุ่งนี้
            อย่างไรก็ดี สิ่งที่ท่านได้เน้นย้ำก็คือ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ว่าเราจะอยู่เขตพื้นที่ใดก็ตาม เรามีปัญหาเดียวกันจะทำอย่างไรให้นักเรียนอ่านออกเขียนได้และคิดวิเคราะห์เป็น อันส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะคะแนนการสอบโอเน็ตที่ตกต่ำจากที่เราเกาะกลุ่มกันอยู่รั้งท้ายตารางมาทุกปี ท่านได้ชี้แนะว่า หัวใจสำคัญอยู่ที่คุณครู สอนได้ตรงตามมาตรฐานและตัวชี้วัดแล้วหรือยัง เพราะข้อสอบโอเน็ตล้วนออกมาจากมาตรฐานและตัวชี้วัดไม่ได้นอกเหนือจากนี้ นับจากนี้ไปท่านจึงได้กำชับฝากศึกษานิเทศก์ ผู้บริหาร และครูทุกคนต้องรู้มาตรฐานและตัวชี้วัดมีจำนวนทั้งหมดเท่าไหร่ และพร้อมที่จะลงมาเยื่ยมตรวจติดตามทุกๆโรงเรียนเพื่อที่จะร่วมกันขับเคลื่อนการศึกษาในภูมิภาคของเรานี้มีพัฒนาการในทางที่ดีขึ้น
           จะเห็นได้ว่าท่านมีความมุ่งมั่น ตั้งใจอย่างแน่วแน่ เป็นผู้นำด้านการศึกษาอย่างแท้จริง อยากจะเห็นบางสิ่งบางอย่างมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งต่อไปนี้ศึกษานิเทศก์ที่รับผิดชอบในแต่ละกลุ่มโรงเรียนต้องลงพื้นที่ตรวจติดตามตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันพฤหัสบดี ส่วนวันศุกร์นั้นกลับมาสรุปรายงานที่เขตพื้นที่ นี้คือสิ่งที่เรารอคอยมานานที่อยากจะใด้คำแนะนำดีๆที่เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนจากผู้มีประสบการณ์ และที่สำคัญถือว่าเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ที่อยู่สถานศึกษากับนักเรียนอย่างใกล้ชิดได้ดียิ่ง

วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2559

สื่อภาษาผูกมิตร สร้างชีวิตดีงาม

                                                     ขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง
             เมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๙ โรงเรียนอนุบาลยะรัง ได้รับเกียรติบัตรพร้อมด้วยโล่เกียรติคุณผลงานการปฏิบัติที่เป็นเลิศระดับประเทศ ด้านการพัฒนาการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ณ โรงแรมแอมบาสเดอร์ พัทยา จ.ชลบุรี โดยได้รับเกียรติจากดร.ปรียานุช ธรรมปิยา ผู้อำนวยการศูนย์สถานศึกษาพอเพียง มูลนิธิยุวสถิรคุณ มาเป็นประธานในพิธีมอบพร้อมกล่าวให้โอวาท นับว่าเป็นรางวัลอันทรงคุณค่านำมาซึ่งเป็นขวัญและกำลังใจแก่คณะครูและนักเรียนโรงเรียนอนุบาลยะรังเป็นอย่างยิ่ง
             หลังจากพิธีการมอบโล่ในวันดังกล่าวนั้น ทางศูนย์สถานศึกษาพอเพียง มูลนิธิยุวสถิรคุณก็ได้จัดกิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ "ลับให้คม บ่มให้ลึก: ร่วมสร้างวัฒนธรรมโรงเรียนพอเพียง" เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์การขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงระหว่างสถานศึกษาพอเพียงที่มีผลงานการปฏิบัติที่เป็นเลิศในการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในสถานศึกษากับโรงเรียนศูนย์การเรียนรู้ที่เป็นต้นแบบในการขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในสถานศึกษา เพื่อร่วมสร้างความเข้าใจ สร้างกลยุทธ์ในการขยายผลสู่สถานศึกษาและชุมชนได้อย่างเข้มแข็งต่อไป
              เป็นความโชคดีที่โรงเรียนอนุบาลยะรังของเรานั้น ทั้งคณะครูและบุคลากร นักเรียนและผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา ศิษย์เก่าและชุมชนในเขตพื้นที่บริการ นายอำเภอยะรังพร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนถึงหน่วยงานต้นสังกัดคือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต ๒ได้ร่วมกันตระหนักและให้ความสำคัญกับการทำกิจกรรมต่างๆของโรงเรียนแบบมีส่วนร่วมมาโดยตลอด พร้อมกับน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นตัวตั้ง ส่งผลให้โรงเรียนเกิดความพร้อมในหลายๆด้านจนได้กลายเป็นอีกหนึ่งแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญให้กับนักเรียนและชุมชน อีกทั้งเป็นโรงเรียนต้นแบบซึ่งมีโรงเรียนอื่นๆทั้งในและนอกเขตพื้นที่การศึกษาได้มาศึกษาดูงานเป็นระยะๆ กระผมก็เลยได้ถือโอกาสนี้เล่าสู่กันฟังในเวทีเสวนาระดมพลังสมองลับให้คมเพื่อเป็นเรื่องเล่าบันดาลใจให้กับผู้เข้าร่วมอบรมในครั้งนี้ ในขณะเดียวกันก็ได้รับฟังเรื่องราวที่เพื่อนสมาชิกได้ปฏิบัติประสบผลสำเร็จซึ่งเป็นสิ่งที่คุ้มค่ายิ่งที่เราต่างฝ่ายต่างก็สามารถแบ่งปันองค์ความรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ซึ่งกันและกัน กลายเป็นสิ่งตกผลึกหรือแบบอย่างที่ดีที่เราจะได้ร่วมกันขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ขยายผลสู่ชุมชนและสังคมได้อย่างยั่งยืน
               กว่าที่เราจะได้มายืนอยู่ ณ จุดแห่งความสำเร็จครั้งนี้ กระผมต้องขอขอบคุณคณะครูและบุคลากรทุกฝ่าย นักเรียนและผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา ศิษย์เก่าและชุมชนในเขตพื้นที่บริการ นายอำเภอยะรังและบรรดาหัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนถึงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต ๒ พร้อมด้วยทีมงานศึกษานิเทศก์และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่านอีกครั้ง ที่ร่วมกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ร่วมกันผลักดันส่งผลให้โรงเรียนอนุบาลยะรังของเราได้รับรางวัลผลงานการปฏิบัติที่เป็นเลิศระดับประเทศในปีนี้ ขอจบลงท้ายด้วยคำขวัญเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนอีกครั้งครับ "อยู่อย่างพอเพียง เลี้ยงดูครอบครัว รวมตัวสร้างชุมชน ฝึกฝนตนที่โรงเรียน"