วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2558

เคาะความคิด...บ่มเพาะลูกศิษย์

                 ตอน...หยุดมาโรงเรียนแต่ภารกิจไม่มีวันหยุด
 
      สิ้นปีการศึกษา ๒๕๕๗ กับความสำเร็จในโครงการและกิจกรรมต่างๆที่ผ่านพ้นลุล่วงไปด้วยดี  แต่.. “นักเรียนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ควรที่จะจบชั้นป,๖ ได้หรือไม่ ในเมื่อนักเรียนเขียนอะไรไม่ได้เลย ออกไปศึกษาต่อที่อื่นแล้วพวกเขาจะจดบันทึกจากการฟังคำบรรยายของครูผู้สอนได้อย่างไร” คือคำถามจากท่านผอ.อรรถสิทธิ์ รัตนแคล้ว ผอ.สพป.ปัตตานี เขต ๒ ในที่ประชุมประจำเดือนของผู้บริหารสถานศึกษาครั้งล่าสุด
       เป็นจุดเน้น..เป็นปุจฉาให้ผู้บริหารและครูที่เป็นตัวแทนเข้าร่วมประชุมได้ร่วมกันฟัง พร้อมดูข้อมูลประกอบนักเรียนในสังกัดที่กำลังจะจบป.๖ ปีนี้ ยังเขียนไม่ได้อีก ๑,๓๗๘ คน ผู้บริหารและครูอยู่กันทำอะไรถึงได้สร้างชะตากรรมให้กับนักเรียนเหล่านี้ เป็นคำพูดที่ตรงไปตรงมาดี อาจจะแรงและทิ่มแทงใจในความรู้สึก แต่ลึกๆในความเป็นจริงแล้ว เราคงต้องยอมรับโดยปริยาย เป็นความรับผิดชอบของผู้บริหารและครูผู้สอนทั้งหมดโดยตรง ยิ่งมีนักเรียนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้มากเท่าไหร่ เราทั้งหมดก็ยิ่งมีบาปกรรมติดตัวมากขึ้นเท่านั้น จึงขอฝากคุณครูทุกท่านได้ร่วมกันคิดเราจะทำอย่างไรหรือใช้วิธีการใดให้นักเรียนทุกคนหลุดพ้นไปจากวังวนแห่งความมืดมนของการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้
        อย่างไรก็ดี ในปีนี้นักเรียนชั้นป.๖ ร.ร.บ้านกระเสาะ จำนวน ๒๐ คน ที่ถูกคัดเลือกทดสอบการอ่านและเขียนจากเขตพื้นที่ ผลออกมาแล้วนักเรียนอ่านได้ทุกคน จึงขอชื่นชมจากใจ บ่งบอกถึงคุณครูเราได้ดูแลเอาใจใส่ เหลือแต่นักเรียนที่บกพร่องทางการเรียนรู้อีก ๔ คนเท่านั้นที่อ่านและเขียนยังไม่ค่อยได้ และถึงแม้การเขียนของนักเรียนยังมีอีกจำนวนหลายคนที่สะกดผิด อย่างเช่น คำว่า ทายาท เขียนเป็น ทาญาติ ผิวพรรณ เขียนเป็น ผิวพันธุ์ นั่นแสดงว่านักเรียนฟังแล้วยังเข้าใจ ยังเขียนได้ เพียงแต่เขียนผิดไปเพราะรูปแบบการสะกดคำที่มีความหลากหลายในวิธีการเท่านั้น ถือว่าเป็นข้อมูลสำคัญเพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขในโอกาสต่อไป
        ขอให้ทุกท่านจงมีความสุขในช่วงเวลาปิดภาคเรียน หยุดการมาทำงานที่โรงเรียนประมาณสี่สิบห้าวัน แต่ภาระหน้าที่แห่งความเป็นครูของเรานั้นไม่มีวันสิ้นสุด ในขณะที่รอคอยการเปิดภาคเรียนใหม่ ต้องเตรียมการ ต้องศึกษา ค้นคว้า เสาะแสวงหาองค์ความรู้ใหม่ๆ ตลอดจนถึงการเรียนรู้เทคนิคหรือวิธีการสอนที่หลากหลาย จุดมุ่งหมายเพื่อให้นักเรียนได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้น และที่สำคัญเราจะทำอย่างไรให้นักเรียนของเราทุกคนปลอดจากการอ่านไม่ออกและเขียนไม่ได้ อันส่งผลให้พวกเขาทั้งหลายสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองตลอดชีวิต

                                                                                               บันทึกไว้ เมื่อวันเสาร์ ที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๘

วันศุกร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เคาะความคิด...บ่มเพาะลูกศิษย์

                                                        ตอน...ร่วมกันสร้างค่านิยม
                                

          "ผมไม่ได้ตั้งใจมาก่อนว่าตัวเองจะได้มาเป็นเลขาธิการ กพฐ. แต่เมื่่อได้รับการแต่งตั้งหรือเมื่อได้มาเป็นแล้ว ผมก็จะทำงานด้วยความตั้งใจ" ถ้อยคำประโยคเกริ่นนำในช่วงต้นของดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการ กพฐ.คนปัจจุบัน วันที่ประชุมผู้บริหารการศึกษาเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนใต้ เมื่่อวันที่ 5 สิงหาคม ที่ผ่านมา ณ โรงแรมเซาเทิร์นวิว จ.ปัตตานี ด้วยความที่เป็นบุคคลที่เพียบพร้อมด้วยภูมิฐาน ภูมิรู้ ภูมิธรรม และภูมิสติปัญญา ถ้อยคำวาจาในแต่ละประโยคล้วนแต่น่าสนใจและมีความหมายยิ่งนัก จึงอยากจะถักทอ สานฝัน นำนโยบายหรือแนวคิดที่เป็นหลักมาเล่าสู่กันฟังให้เราในฐานะผู้มีใบประกอบวิชาชีพครูด้วยกันได้มีส่วนร่วมในการรับรู้และถือปฏิบัติ
          หนึ่งในนโยบายหลักที่สำคัญ นั่นคือ การพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานให้มีมาตรฐานสากลและบนพื้นฐานแห่งความเป็นไทย อันเป็นที่สอดรับกับคำกล่าวสั้นๆภาษาอังกฤษ โดย ดร.สุรัฐ ศิลปอนันต์ อดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้กล่าวไว้ว่า "Think globally, act locally" ซึ่งสามารถขยายความให้เป็นภาษาไทยได้อย่างสละสลวยดังนี้ "คิด" มุ่่งไปข้างหน้า ก้าวผ่านอาเซียน เรียนรู้สู่โลกสากล "ปฏิบัติตน" ย้อนกลับมามอง สิ่งที่สอดคล้อง กับท้องถิ่นบ้านเรา จึงขอให้คุณครูทุกท่านร่วมกันตระหนัก ร่วมกันสร้างค่านิยมอันดีงามนี้ให้เกิดขึ้นในตัวผู้เรียน ท่าน ดร.กมล รอดคล้าย ได้กล่าวย้ำไว้ว่า "การจัดการศึกษาในจังหวัดชายแดนใต้คงไม่จำเป็นต้องให้อยู่ในระดับ Top ten ของประเทศหรอก แต่เราจะทำอย่างไรให้ผู้คนที่นี่สามารถเรียนรู้ได้ตามที่ตนหรือชุมชนต้องการและให้เป็นที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์หรือวิถีชีวิตของชุมชนที่ตนได้อาศัยอยู่"
             บทสรุป...คุณครูเท่านั้นในฐานะผู้อยู่ใกล้ชิดนักเรียนมากที่สุดที่จะสามารถจรรโลงสังคมให้อยู่เย็นเป็นสุข การยกระดับตุณภาพการศึกษาก็เฉกเช่นเดียวกัน ถึงแม้จะไม่มี สพฐ. ไม่มีเขตพื้นที่ ไม่มีแม้แต่ผู้บริหารโรงเรียน แต่คุณครูก็ยังต้องจัดการเรียนการสอนต่อไป และยังสามารถที่จะปรับวิธีเรียนเปลี่ยนวิธีสอนโดยตรง นี่คือคำตอบสุดท้าย หัวใจอยู่ที่คุณครู เป็นคำกล่าวโดยสรุปของเลขาธิการ กพฐ.คนใหม่ พร้อมกับฝากค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ ที่ คสช.ได้ประกาศไว้ให้เราทุกคนได้เรียนรู้ควบคู่การปฏิบัติ
                                 บันทึกไว้เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2557

วันอังคารที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2557

เคาะความคิด..บ่มเพาะลูกศิษย์

                                                      ตอน...เรามาทำบุญด้วยกัน
 
“เรามาทำบุญด้วยกัน” คำกล่าวสั้นๆ ซ้ำๆ ตอกย้ำหลายๆครั้งของนายชัยชาญ ช่วยโพธิ์กลาง ผอ.สำนักส่งเสริมกิจการการศึกษา สำนักปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ ในที่อบรมครูวิทยากรต้นแบบสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดเยาวชนก่อนวัยเสี่ยงในสถานศึกษา เมื่อวันที่ 29  พ.ค.- 1 มิ.ย. 57 ณ โรงแรมเวล จ.นครปฐม เป็นการวิงวอนขอให้ผู้เข้าร่วมอบรมทุกท่านได้ร่วมกันตระหนักดูแลเอาใจใส่เด็กที่ยากไร้ ด้อยโอกาส ขาดความอบอุ่น และอีกสารพัดปัญหา ซึ่งมีน้อยคนนักที่จะอาสาเข้ามาทำงานทางด้านนี้ เพราะเป็นงานที่ต้องเสียสละ และต้องทำด้วยใจ แต่ก็ถือว่าเป็นงานที่ทำแล้วได้ผลบุญ
                เด็กที่กล่าวไว้ข้างต้น ซึ่งมักจะพบในโรงเรียนขยายโอกาสเป็นส่วนใหญ่ แต่เราก็ไม่ควรลืมเด็กที่กำลังศึกษาอยู่ชั้น ป.5-6  ซึ่งเป็นเยาวชนก่อนวัยเสี่ยงอย่างแท้จริง  กลุ่มนี้แหละบางทีเราพึงต้องดูแลเป็นพิเศษ เพราะยังเปรียบเสมือนได้กับผ้าขาวอันบริสุทธิ์  หากหลุดหลงทางไปจากสิ่งที่ดีงามทั้งหลาย หรือถูกชักจูงเข้าสู่หนทางแห่งอบายมุข ยากที่จะแก้ไขให้กลับคืนสู่แนวทางที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม เราผู้ปฏิบัติหน้าที่เป็นครูจึงถูกคาดหวังอย่างสูงจากบรรดาผู้ปกครองและชุมชนที่ต่างคนก็ได้มอบความไว้วางใจให้ดูแลรับผิดชอบเยี่ยงลูกของตนเอง
                อย่างไรก็ดี นายทวีพล แพเรือง ผอ.สพป.นครปฐม เขต 2 วิทยากรผู้ทรงเกียรติอีกท่านหนึ่งที่ได้พูดเสริมให้กำลังใจแก่พวกเราในฐานะครูผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับเด็กและปฏิบัติงานในโรงเรียนขายโอกาส ซึ่งท่านได้กล่าวไว้ว่า “การสอนเด็กที่ไม่รู้เรื่องแล้วรู้เรื่องแสดงว่าครูเก่ง แต่ครูสาธิตสอนเด็กที่เก่งแล้วถือว่าครูไม่เก่ง” ฉันใดก็ฉันนั้น หากเราได้ร่วมกันชุบชีวิตเด็กคนๆหนึ่งที่มาจากครอบครัวที่เต็มไปด้วยปัญหา ชี้แนะแนวทางให้พวกเขาสามารถฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆเหล่านั้นได้ และพยายามให้เขาได้เป็นคนดีของสังคม ก็นับว่าเป็นครูที่สุดยอดเฉกเช่นเดียวกัน
                จึงขอขอบคุณคุณครูทุกท่านที่ได้ร่วมกันอบรมสั่งสอนนักเรียนในทุกระดับชั้น จัดโครงการและกิจกรรมต่างๆที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน ร่วมกันปรับปรุงภูมิทัศน์โรงเรียนให้สวยงาม และขอชื่นชมเป็นพิเศษที่ได้ไปติดตามลูกศิษย์จนถึงบ้าน จะได้เข้าใจสภาพปัญหาของแต่ละครอบครัวที่แตกต่างกันไป อาจจะหนัก เหน็ดเหนื่อย หรือยากลำบากหน่อยสำหรับคนที่ยึดอาชีพเป็นครู แต่ทั้งหมดนี้ขอให้ทุกท่านพึงรับรู้ด้วยว่า เรากำลังทำบุญอยู่ อัลลอฮฺทรงรู้ เพียงขอให้เราได้เนียตอิคลาสไว้หรือมีความตั้งใจอย่างบริสุทธิ์ใจ
                                                บันทึกไว้เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2557

วันอังคารที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2557

เคาะความคิด...บ่มเพาะลูกศิษย์


                                                                     ฉบับปฐมฤกษ์

                นับเวลาเกือบห้าเดือนที่อยู่โรงเรียนบ้านกระเสาะ เป็นครั้งแรกที่มีโอกาสได้เรียงร้อยถ้อยคำนำสาระสำคัญมาฝากให้เราทุกคนได้อ่านไว้เป็นข้อคิด ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะเราทุกคนล้วนแต่มีอุดมการณ์เดียวกัน มุ่งมั่นอยากจะเห็นนักเรียนเป็นคนดี มีปัญญา และมีความสุข อันเป็นจุดมุ่งหมายหลักที่ทุกภาคส่วนในสังคมได้วาดฝันไว้
                
                ในท่ามกลางสังคมที่มีความแตกแยก แบ่งพรรคแบ่งพวก แก่งแย่งแข่งขัน ชิงดีชิงเด่น เชื่อเหลือเกินว่าทุกฝ่ายก็อยากจะเห็นความสันติสุขกลับคืนมาและดูเหมือนว่าต่างฝ่ายต่างก็คาดหวังด้วยการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพเท่านั้นที่จะสามารถจรรโลงสังคมให้อยู่เย็นเป็นสุขได้  จึงมีการเปลี่ยนหลักสูตร ปรับนโยบายหลายต่อหลายครั้ง ภาระหนักอึ้งจึงตกอยู่ที่หัวอกคนเป็นครูอย่างเราๆ เพราะตราบใดที่ยังมีนักเรียนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ คิดวิเคราะห์ไม่เป็น ทั้งครูและผู้บริหารนี่แหละ กลับกลายเป็นจำเลยให้กับสังคมอย่างหลีกหนีไม่พ้น

                
ขอได้โปรดอย่าไปใส่ใจมากนักกับคำกล่าวครหา หรืออาจจะคิดในเชิงบวก ถือเสียว่าเป็นการติเพื่อก่อก็แล้วกัน ท่านชลอ กองสุทธิ์ใจ ผู้ทรงคุณวุฒิ กพฐ. ได้กล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า “อะไรที่เปลี่ยนใน สพฐ. หรือที่กรุงเทพฯ ช่างเถอะ แต่การเป็นครูขอให้สอนเด็ก รักเด็ก ดูแลเอาใจใส่ เพื่อให้เด็กเป็นคนดี เก่ง แกร่ง และกล้า” ฟังแล้วก็น่าคิดเพราะเราในฐานะวิศวกรสร้างสังคม คงไม่จำเป็นที่จะต้องมีการชื่นชมหรือได้รับการยกย่องจากใครๆหรอก เพียงขอให้เราทำด้วยใจและจิตวิญญาณ ทุ่มเทเสียสละให้กับลูกศิษย์อย่างจริงจัง อัลลอฮทรงโปรดปรานอยู่แล้ว สิ่งที่ดีงามก็จะตามมาเอง ขอเป็นกำลังใจแด่คุณครูทุกท่านและจงทำงานอย่างมีความสุข


                                               บันทึกไว้ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2557  
   

วันอังคารที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2556

มุมอง..จากห้องผู้อำนวยการ

ผอ.ขอแถลง: วารสารบาตะสัมพันธ์ ปีการศึกษา ๒๕๕๖

                การจัดทำวารสารบาตะสัมพันธ์เป็นอีกส่วนหนึ่งที่สามารถส่งเสริมให้ทุกคนมีนิสัยรักการอ่าน จึงขอชื่นชมบรรดานักเขียน รวมทั้งบรรณาธิการที่ช่วยกันคิดช่วยกันทำ เรียงร้อยถ้อยคำเป็นคอลัมน์ที่หลากหลาย ซึ่งได้กลายเป็นอีกหนึ่งแหล่งเรียนรู้ให้ทุกคนที่อ่านวารสารฉบับนี้ได้รับรู้ถึงความเคลื่อนไหว และกิจกรรมต่างๆของโรงเรียนบ้านบาตะกูโบในรอบปีที่ผ่านมา

               จากนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนล่าสุดที่มุ่งเน้นต้องการให้...นักเรียนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ต้องไม่มี...พร้อมกับมาตรการเร่งรัดคุณภาพอ่านรู้เรื่องและการสื่อสารได้ ขอให้คุณครูทุกท่านได้ร่วมกันตระหนัก ซึ่งไม่เจาะจงเฉพาะครูผู้สอนภาษาไทยเท่านั้นที่ต้องร่วมด้วยช่วยกันหาวิธีการเพื่อให้นักเรียนทุกคนอ่านออก เขียนได้ คิดและวิเคราะห์เป็น ถือว่าเป็นหน้าที่หลักของหัวอกคนที่เป็นครูอย่างเราๆทุกคนต้องร่วมกันดูแลเอาใจใส่

                โดยเฉพาะในโลกยุคอินเตอร์เน็ต ยุคที่เด็กๆสามารถใช้เครื่องมือในการค้นหาคำตอบด้วยตนเอง บทบาทของครูก็คงจะต้องเปลี่ยนไปด้วย แต่ที่สำคัญเราจะทำอย่างไรให้ลูกศิษย์ของเราสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองตลอดชีวิตอย่างสร้างสรรค์ ขอฝากข้อคิดนี้แด่คุณครูทุกท่าน และขอจบท้ายด้วยคำกล่าวที่ว่า “ผู้นำที่ดี..ล้วนแต่เคยเป็นนักอ่าน"

วันพุธที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2555

มุมมอง...จากห้องผู้อำนวยการ 3



                                                                                ครั้งที่ ๓  ปีการศึกษา ๒๕๕๕

                                                 "ได้เห็นวันวาน  ได้ผ่าน  และรักวันนี้
                                                   จึงมีเหตุให้  ต้องไม่หวาดหวั่น  ถึงวันพรุ่งนี้".....

           กับช่วงเวลาเกือบหนึ่งปีที่กระผมมาอยู่โรงเรียนบ้านบาตะกูโบ นับว่าเป็นโอกาสดีที่ได้พบเพื่อนร่วมงานที่มีความมุ่งมั่น ได้เห็นนักเรียนที่ขยันและขันแข็ง อีกทั้งได้รับแรงเสริมที่ดีจากผู้ปกครองนักเรียนและคณะกรรมการสถานศึกษา โรงเรียนบ้านบาตะกูโบในวันนี้จึงได้กลายเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งให้กับชุมชน ทำให้พวกเราทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข

           โรงเรียนน่าอยู่ เคียงคู่คุณธรรม เป็นเอกลักษณ์ประจำโรงเรียนที่เราอยากเห็นทุกคนได้ปฏิบัติตนตามหลักการศาสนา และกฎกติกาของสังคม  ขอชื่นชมคณะครูและนักเรียนที่ได้ปฏิบัติการละหมาดร่วมกันทุกวันทั้งเวลาบ่ายและเย็น เน้นฝึกการให้สลามและไหว้ทุกครั้งเมื่อมีโอกาสได้พบ นั่นคือ มารยาทงาม สลามสวย ซึ่งเป็นไปตามอัตลักษณ์ของโรงเรียน

           จึงขอขอบคุณทีมงานจากทุกๆฝ่าย ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจ ร่วมกันจัดทำโครงการและกิจกรรมต่างๆจนสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี มีผลงานนักเรียนติดอันดับหลายรายการตั้งแต่ระดับศูนย์เครือข่าย ระดับเขตพื้นที่ จนถึงระดับภูมิภาค คุณงามความดีทั้งหมดนี้อยากให้ทุกคนได้รักษาไว้ตลอดไป

                                                                                                   สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๖

วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2555

มุมมอง...จากห้องผู้อำนวยการ: 2

                                         ครั้งที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๕
ขอความสันติสุขจงมีแด่ทุกท่าน...
     "โรงเรียนน่าอยู่ เคียงคู่คุณธรรม" ขอเกริ่นนำด้วยเรื่องเดิมๆ เขียนให้ซ้ำๆ พูดย้ำและเน้นให้มากที่การกระทำจนทุกคนจดจำได้ว่า นี่คือเอกลักษณ์ของโรงเรียนบ้านบาตะกูโบ อีกหนึ่งสถานศึกษาซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญของชุมชน ฝากให้เราทุกคนร่วมกันจรรโลงสถานที่แห่งนี้ให้กลายเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ เรามาเรียนรู้ร่วมกันพร้อมด้วยปฏิบัติ ปรารถนาอยากให้ทุกคนมีโลกทัศน์ที่กว้างไกล พร้อมกับใส่ใจในเรื่องความดีงามตามอัตลักษณ์ของโรงเรียนที่ว่า "มารยาทงาม สลามสวย"
     โรงเรียนบ้านบาตะกูโบ ร่วมด้วยช่วยกันขอนำสถานศึกษาเตรียมสู่ประชาคมอาเซียนในปี ๒๕๕๘ Towards ASEAN Community 2015: We are ASEAN. ที่เราทุกคนพึงต้องรวมตัวให้กลมเกลียว รวมใจให้เป็นหนึ่งเดียว แต่อยากสะกิดสักนิดให้เราทุกคนได้ตระหนักรับรู้ด้วยว่า นับจากนี้ไป ไม่ว่าอะไรที่เป็นเรื่องของการแข่งขัน สอบเข้าเป็นแพทย์ พยาบาล เภสัชกร วิศวกร หรือการสมัครงานทั้งหน่วยงานรัฐหรือเอกชน จากเมื่อก่อนอะไรก็ตามเราแข่งกับคนไทยด้วยกันเองเพียงแค่ ๖๐ ล้านกว่าคน ต่อไปนี้ต้องเพิ่มเป็นสิบเท่าจากประชากรอาเซียนทีี่มี ๖๐๐ ล้านกว่าคน แต่ด้วยระบบการศึกษาที่มีคุณภาพเท่านั้นที่จะทำให้เราสามารถฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆได้ เราจะไม่หยุดยั้งในการแสวงหาความรู้ จนกว่าจะถึงจุดๆหนึ่งซึ่งมีความรู้สองกระแสมาบรรจบพบกัน นั่นคือความรู้ทางโลกและทางศาสนา เป็นวาทะส่วนหนึ่งของฯพณฯ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน ได้กลับมาบรรยายไว้ ณ ปอเนาะบ้านตาล เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๕
     ขอขอบคุณคณะครูทุกท่านที่ร่วมกันถักทอสานความฝันให้เป็นจริง มาคอยรับนักเรียนในยามเช้า ดูแลเอาใจใส่นักเรียนเสมือนลูกหลาน ทำงานอย่างกระตือรือร้น อยู่เคียงข้างกับนักเรียนจนถึงเวลาละหมาดยามเย็น ขอขอบคุณผู้ปกครองที่รับช่วงสานต่อ ร่วมด้วยช่วยกันหมั่นฝึกฝนให้ลูกเป็นคนดี เก่ง และมีสุขขณะอยู่ที่บ้าน ขอขอบคุณคณะกรรมการสถานศึกษาและชุมชนที่ช่วยกันสอดส่องดูแลบริบททั่วไปของโรงเรียนเป็นอย่างดีและเป็นที่รู้จักแก่ผู้คนทั้งหลาย
     สุดท้ายขอขอบคุณท่านผอ.นพพร มากคงแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต ๒ พร้อมด้วยคณะ ที่ได้มาเยี่ยมเยียนโรงเรียนบ้านบาตะกูโบ เมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๕๕ ท่านเป็นอีกคนหนึ่งที่อยากเห็นเราทุกคนได้พึงตระหนักเรียนรู้เกี่ยวกับอาเซียน และร่วมสร้างคุณภาพการศึกษาด้วยการเริ่มต้นที่ห้องเรียน